อุปมาเกี่ยวกับทุจริตที่ปรากฏในพระไตรปิฎก
การทุจริตคอรัปชันในสังคมไทย เกิดขึ้นมาช้านาน และเหมือนว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาการเกาะกินเป็นมะเร็งร้าย ทำลายสังคม แต่คนส่วนใหญ่ยังเห็นดีเห็นงาม ที่อยากจะทำบ้าง หากมีโอกาส
จะขอนำเอาการเปรียบเทียบการทุจริตไว้ในพระไตรปิฎก มาแสดงให้ปรากฏ แต่ที่ยกตัวอย่างมา ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่พระพุทธองค์ทรางแสดงว่า น่าจะมีเป็นหลายพันเรื่อง
ยกตัวอย่างที่พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบไว้ ดังนี้
1. "เปรียบดังโรคร้ายที่กัดกินร่างกาย ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายคุณความดีของบุคคล ฉันนั้น" (ทุจริตสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
2. "เปรียบดังไฟที่ไหม้บ้านตนเอง ฉันใด ผู้ทุจริตย่อมทำลายตนเองก่อนผู้อื่น ฉันนั้น" (อัคคิขันธูปมสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
3. "เปรียบดังยาพิษที่ปนในอาหาร ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายความดีทั้งหมดที่สั่งสมมา ฉันนั้น" (อาหารสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
4. "เปรียบดังต้นไม้ที่ถูกเพลี้ยกิน ฉันใด ทุจริตย่อมกัดกินจิตใจจนเสื่อมทราม ฉันนั้น" (รุกขูปมสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
5. "เปรียบดังหลุมถ่านเพลิง ฉันใด ทุจริตย่อมเผาผลาญผู้กระทำให้เร่าร้อน ฉันนั้น" (อังคารกาสูปมสูตร พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย)
6. "เปรียบดังเมล็ดพืชเน่าที่หว่านในนา ฉันใด การงานที่ทำด้วยทุจริตย่อมไม่เกิดผลดี ฉันนั้น" (พืชสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
7. "เปรียบดังน้ำเน่าที่ทำให้น้ำทั้งหมดเสีย ฉันใด ทุจริตย่อมทำให้ความดีทั้งหมดเสียไป ฉันนั้น" (ชลาสยสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
8. "เปรียบดังโจรที่แฝงตัวในบ้าน ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายจากภายใน ฉันนั้น" (โจรสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
9. "เปรียบดังเรือที่รั่วกลางมหาสมุทร ฉันใด ผู้ทุจริตย่อมพาตนและผู้อื่นจมลงในความพินาศ ฉันนั้น" (นาวาสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
10. "เปรียบดังผลไม้ที่สวยงามแต่เน่าใน ฉันใด ทุจริตภายในย่อมทำลายความดีงามภายนอก ฉันนั้น" (ผลสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
11. "เปรียบดังงูพิษในบ้าน ฉันใด ทุจริตย่อมทำร้ายผู้อยู่ร่วม ฉันนั้น" (อาสีวิสสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
12. "เปรียบดังโรคระบาดที่แพร่กระจาย ฉันใด ทุจริตย่อมแพร่ความเสียหายไปทั่ว ฉันนั้น" (โรคสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
13. "เปรียบดังคนขุดหลุมพรางผู้อื่น ฉันใด ผู้ทุจริตย่อมตกลงในหลุมที่ตนขุด ฉันนั้น" (อาปายิกสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
14. "เปรียบดังความมืดที่ปิดบังแสงสว่าง ฉันใด ทุจริตย่อมปิดบังปัญญาไม่ให้เห็นธรรม ฉันนั้น" (อันธการสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
15. "เปรียบดังเชื้อโรคที่ทำลายร่างกาย ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายศีลธรรมในสังคม ฉันนั้น" (โรคุปมาสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
16. "เปรียบดังภูเขาที่ถล่มทับหมู่บ้าน ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายล้างความเจริญทั้งปวง ฉันนั้น" (ปัพพตูปมสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
17. "เปรียบดังยาพิษที่แทรกซึมในร่างกาย ฉันใด ทุจริตย่อมซึมซาบเข้าทำลายจิตใจ ฉันนั้น" (วิสสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
18. "เปรียบดังไฟป่าที่ลามทั่ว ฉันใด ทุจริตย่อมแผ่ขยายความเสียหายอย่างรวดเร็ว ฉันนั้น" (ทาวัคคิสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
19. "เปรียบดังหญ้าที่รุกรานพืชดี ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายคุณธรรมที่งอกงาม ฉันนั้น" (ติณสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)
20. "เปรียบดังเมฆพิษที่ทำลายพืชผล ฉันใด ทุจริตย่อมทำลายผลแห่งความดี ฉันนั้น" (เมฆสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)
วิเคราะห์ 5 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทุจริตจากพระสูตรที่ยกมา ดังนี้
1. ลักษณะการทำลายของทุจริต คือ ทำลายจากภายในสู่ภายนอก (เหมือนเพลี้ยกินต้นไม้) ทำลายอย่างรวดเร็วและรุนแรง (เหมือนไฟป่า) ทำลายแบบแผ่ขยาย (เหมือนโรคระบาด) ทำลายทั้งตนเองและผู้อื่น (เหมือนเรือรั่ว)
ทุจริตมีพลังทำลายล้างสูง และยากที่จะควบคุมเมื่อเริ่มเกิดขึ้น
2. ผลกระทบในระดับต่างๆ ระดับบุคคล: ทำลายคุณความดี จิตใจเสื่อม ระดับครอบครัว: ทำร้ายผู้ใกล้ชิด ระดับสังคม: ทำลายศีลธรรม ความเจริญ ระดับประเทศ: ทำลายระบบ ความเชื่อมั่น การทุจริตส่งผลกระทบในวงกว้าง เป็นปัญหาระดับโครงสร้าง
3. วงจรการทำลาย เริ่มจากความคิด นำไปสู่การกระทำ แพร่กระจายสู่สังคม ทำลายระบบโดยรวม ทุจริตมีวงจรการทำลายที่เป็นระบบ หากไม่แก้ที่ต้นเหตุ
4. แนวทางการแก้ไข ต้องป้องกันตั้งแต่ต้น แก้ทั้งระบบ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ปลูกฝังคุณธรรม เรียกว่า การแก้ปัญหาทุจริตต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ศักดิ์ ประสานดี