อุปมาเกี่ยวกับ บุญ ในพระไตรปิฎก 

 

ช่วงนี้เป็นเทศกาลบุญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุญกฐิน ปีหนึ่งมีเดือนเดียว ชาวพุทธทั่วโลก ได้มีโอกาสทำบุญกฐินกันอย่างถ้วนทั่วหน้า

 

ความหมายของบุญ  แปลว่า เครื่องชำระสันดาน  กุศลที่ทำจิตใจให้สะอาด  ความดีที่ทำใจให้เบิกบาน

ความหมายตามหลักภาษาบาลี:  "ปุญญ" มาจากรากศัพท์ "ปุ" ซึ่งมีความหมายว่า   ชำระ, ทำให้สะอาด  ทำให้เต็ม, ทำให้บริบูรณ์  ทำให้เบิกบาน, ทำให้ผ่องใส

 

ผมขอนำเสนออุปมาเกี่ยวกับบุญ ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก  ดังต่อไปนี้  (เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ผมคาดว่า จะมีประมาณ เป็นหมื่นรายการ)

 

1. "เปรียบดังแม่น้ำที่ไหลไม่ขาดสาย ฉันใด อานิสงส์บุญย่อมหลั่งไหลไม่สิ้นสุด ฉันนั้น"  (ปุญญผลสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

2. "เปรียบดังมหาสมุทรที่รับน้ำจากแม่น้ำน้อยใหญ่ ฉันใด บุญย่อมรวมเป็นกองใหญ่จากการทำดีทีละเล็กละน้อย ฉันนั้น"  (มหาสมุททสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย)

3. "เปรียบดังต้นไม้ที่ออกดอกออกผล ฉันใด บุญย่อมให้ผลเป็นความสุขความเจริญ ฉันนั้น"  (รุกขูปมสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

4. "เปรียบดังแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างทั่วทิศ ฉันใด อานิสงส์แห่งบุญย่อมแผ่ไพศาล ฉันนั้น"  (สุริยสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

5. "เปรียบดังเมล็ดพืชเล็กๆ ที่เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ ฉันใด บุญแม้เล็กน้อยย่อมเจริญเป็นผลใหญ่ ฉันนั้น" (พืชสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

6. "เปรียบดังน้ำที่รดต้นไม้ ฉันใด บุญย่อมหล่อเลี้ยงชีวิตให้เจริญงอกงาม ฉันนั้น"  (อุทกสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย)

7. "เปรียบดังดวงประทีปที่ส่องสว่าง ฉันใด บุญย่อมนำทางชีวิตไปสู่ความสุข ฉันนั้น"  (ทีปสูตร พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย) 

8. "เปรียบดังทรัพย์ที่ฝังไว้ในใจ ฉันใด บุญย่อมติดตามผู้ทำไปทุกภพชาติ ฉันนั้น"  (นิธิกัณฑสูตร พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย) 

9. "เปรียบดังเสบียงเดินทาง ฉันใด บุญย่อมเป็นเสบียงในการเดินทางในสังสารวัฏ ฉันนั้น"  (ปาเถยยสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

10. "เปรียบดังน้ำอมฤตที่ดับความกระหาย ฉันใด บุญย่อมดับทุกข์ในใจ ฉันนั้น"  (อมตสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

11. "เปรียบดังพื้นที่อันกว้างใหญ่ ฉันใด อานิสงส์บุญย่อมประมาณมิได้ ฉันนั้น"  (อัปปมัญญสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

12. "เปรียบดังเรือที่พาข้ามมหาสมุทร ฉันใด บุญย่อมนำพาให้พ้นจากวัฏสงสาร ฉันนั้น"  (นาวาสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

13. "เปรียบดังกลิ่นหอมที่หอมทวนลม ฉันใด กิตติศัพท์แห่งบุญย่อมฟุ้งไปทั่วทิศ ฉันนั้น"  (คันธสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

14. "เปรียบดังพระจันทร์ที่ส่องสว่างในราตรี ฉันใด บุญย่อมนำความสุขมาในยามทุกข์ ฉันนั้น"  (จันทสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

15. "เปรียบดังยาที่รักษาโรค ฉันใด บุญย่อมเยียวยาใจที่เป็นทุกข์ ฉันนั้น"  (เภสัชชสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

16. "เปรียบดังต้นกัลปพฤกษ์ ฉันใด บุญย่อมให้ผลตามที่ปรารถนา ฉันนั้น"  (กัปปรุกขสูตร พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย) 

17. "เปรียบดังเกราะป้องกันศัตรู ฉันใด บุญย่อมป้องกันภัยอันตราย ฉันนั้น"  (วรัมมสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

18. "เปรียบดังรากไม้ที่หยั่งลึก ฉันใด บุญย่อมมั่นคงในสันดาน ฉันนั้น"  (มูลสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย) 

19. "เปรียบดังพื้นดินที่รองรับสรรพสิ่ง ฉันใด บุญย่อมเป็นที่พึ่งในทุกสถานการณ์ ฉันนั้น"  (ปฐวีสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

20. "เปรียบดังทองคำบริสุทธิ์ ฉันใด บุญย่อมมีค่าและงดงามตลอดกาล ฉันนั้น"  (สุวัณณสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย) 

 

 

วิเคราะห์การอุปมาเกี่ยวกับ บุญ 

1.  ลักษณะสำคัญของบุญจากการอุปมา:  ให้ผลไม่จำกัด เป็นที่พึ่งที่มั่นคง  นำความสุขความเจริญ  เป็นเสบียงในวัฏสงสาร  เป็นเครื่องป้องกันภัย

2. ลักษณะของบุญตามพระไตรปิฎก:   เป็นเหตุแห่งความสุข  เป็นเครื่องชำระจิตใจ   เป็นที่พึ่งในภพหน้า  เป็นเครื่องนำไปสู่สุคติ

3. บุญกิริยาวัตถุ 3:  การทำบุญอย่างย่อ  คือ ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้  สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล   ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

 

4. บุญกิริยาวัตถุ 10:  การทำบุญอย่างละเอียด คือ 1)ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ทาน   2)สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล  3)ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา  4) อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อม  5) เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการขวนขวายช่วยเหลือ 6) ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ  7) ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ  8) ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม 9) ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม 1). ทิฏฐุชุกัมม์ บุญสำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ตรง

เราจะพบว่า การให้ทานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบุญเท่านั้น 

5.  อานิสงส์ของบุญ:  ทำให้มีความสุข   ทำให้มีทรัพย์สมบัติ  ทำให้มีวาสนาบารมี  ทำให้พ้นจากทุกข์

6. จุดมุ่งหมายสูงสุดของการทำบุญ:  เพื่อชำระจิตใจ  เพื่อละกิเลส เพื่อความหลุดพ้น  สูงสุดคือเพื่อพระนิพพาน

 

สรุป: บุญตามความหมายในพระไตรปิฎก คือ กุศลธรรมที่ชำระจิตใจให้สะอาด เป็นเครื่องนำความสุขมาให้ และเป็นเหตุแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

 

แถมท้าย  ทำไมคำสอนของพระพุทธเจ้ามีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากศาสนาอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ:

1. หลักการพื้นฐาน  ไม่มีการบังคับให้เชื่อ ให้พิสูจน์ด้วยตนเอง  เน้นเหตุและผล สามารถพิสูจน์ได้  ไม่มีการอ้างอำนาจเทพเจ้า  มนุษย์สามารถพัฒนาตนเองได้สูงสุด

2. วิธีการสอน   ใช้อุปมาอุปมัยที่เข้าใจง่าย   สอนตามระดับของผู้ฟัง   เน้นการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี   มีระบบการสอนที่เป็นขั้นตอน

3. เป้าหมายของคำสอน  มุ่งความพ้นทุกข์  เน้นการพัฒนาปัญญา  แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ   สามารถปฏิบัติได้ในชาตินี้

4. ลักษณะของธรรมะ  มีความเป็นกลาง ไม่สุดโต่ง  พิสูจน์ได้ด้วยตนเอง  เป็นวิทยาศาสตร์ทางจิต  ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

5. มุมมองต่อชีวิต  ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย  มนุษย์สามารถฝึกฝนพัฒนาได้  ไม่มีการลิขิตโดยพระเจ้า   ทุกคนมีศักยภาพในการตรัสรู้

6. ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้พระพุทธศาสนา: เป็นศาสนาแห่งปัญญา  เป็นศาสนาแห่งเหตุผล  เป็นศาสนาที่พิสูจน์ได้  เป็นศาสนาที่ปฏิบัติได้จริง  เป็นศาสนาที่เข้ากับวิทยาศาสตร์

7.  ความเป็นสากล  ใช้ได้กับทุกคน ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา  เข้าได้กับทุกวัฒนธรรม   ไม่มีการแบ่งแยก

8. ความลึกซึ้งของหลักธรรม  มีทั้งระดับพื้นฐานถึงสูงสุด  อธิบายได้ทั้งทางโลกและทางธรรม   ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต  แก้ปัญหาได้ทุกระดับ

 

แม้ว่าผู้สอน จะสอนผิดเพี้ยน จะประพฤติปฏิบัติผิดเพี้ยนอย่างไร   ทำตัวผิดเพี้ยน แต่คำสอนของพระพุทธองค์ ยังเป็นความเป็นจริงที่เที่ยงแท้ตลอดไป