เช้าวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ตอนพักเบรกการประชุม PMAC 2025 Preparatory Meeting ที่หอประชุมโรงแรมเซนทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ท  ภูเก็ต   คุณหมอบอย ผู้จัดการ สสส. มาคุยเรื่องการนำ DE ไปใช้พัฒนาผลงานของ สสส.

ผมชี้ให้เห็นว่า เมื่อพูดเรื่องการประเมิน   คนมักมองที่เป้าหมายหาคำตอบว่างานนั้นให้ผลดีตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่    ที่ทางวิชาการเรียกว่า summative evaluation  ที่ในภาษาไทยน่าจะใช้คำว่า “การประเมินผล” หรือ “การติดตามประเมินผล”

DE ไปไกลกว่านั้น   

ผมมองว่า DE เป็นทั้ง formative assessment (+constructive feedback)  และ summative evaluation  ในกระบวนการเดียวกัน    โดยมีวิธีดำเนินการแบบที่จำเพาะของ DE    เพื่อให้ได้ timely feedback แก่ผู้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรม    ให้ได้ใช้ feedback ช่วยการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง   โดยมองว่าโครงการหรือกิจกรรมที่กำลังทำนั้น ไม่ตรงๆไปตรงมา มีความซับซ้อนและเป็นพลวัตสูง    การได้รับ feedback แบบมีข้อมูลหลักฐานประกอบ และมีการตีความจากผู้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่าย หลากหลายมุมมอง จึงมีค่ายิ่งต่อการปรับตัวและพัฒนาการทำงาน   

แต่เรื่องไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่กล่าว   หน่วยงานที่รับผิดชอบเงินจำนวนมากต้องมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผล   การตีความหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้มีความซับซ้อนมาก    และผมมีประสบการณ์สมัยทำหน้าที่ ผอ. สกว.   

ผมพยายามสร้างเป้าหมายและรูปแบบการทำงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผล ให้ทำหน้าที่ให้ความเห็นว่า สกว. ดำเนินการถูกทางหรือไม่    ผลงานจะนำสู่ความเข้มแข็งของระบบวิจัย และการพัฒนานักวิจัยของประเทศหรือไม่   ซึ่งหากใช้ถ้อยคำและความเข้าใจของผมในขณะนี้    คณะกรรมการติดตามและประเมินผล สกว. ทำหน้าที่ให้ formative assessment   และ feedback ให้แก่คณะกรรมการนโยบาย และแก่ทีมบริหารของ สกว.    เพื่อนำสู่การปรับตัวหรือพัฒนา เป็นหลัก    ผลจากการทำงานแบบมีกลไกให้ feedback เป็นระยะๆ ช่วยให้ทำงานได้ผลดี   ที่ทั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผล และคณะกรรมการนโยบาย สกว. สื่อสารแก่สังคมไทยได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า   เงินภาษีอากรของประชาชนที่จัดสรรให้ สกว. ใช้สนับสนุนการวิจัยนั้น    ก่อผลที่ต้องการแก่บ้านเมืองอย่างคุ้มค่า

วิธีการจัดการท่าที เป้าหมาย และวิธีการประเมินดังกล่าว   เป็นวิธียิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว     

“นก” ตัวแรกคือ สกว. ทำงานได้ผลดี    “นก” ตัวที่สองคือ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลได้ทำหน้าที่ของตนตามที่ระบบไว้ใน พรบ. กองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕      

แต่ตามที่สดับตรับฟังมา    คณะกรรมการติดตามและประเมินผลหน่วยงานอิสระที่ดูแลเงินจำนวนมาก มักเน้นที่การติดตามตรวจสอบในลักษณะของ summative evaluation ล้วนๆ   จึงมีความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติงานในลักษณะติดตามผลลัพธ์เท่านั้น    เพื่อนำไปรายงานต่อหน่วยเหนือ และสื่อสารสาธารณะ   

หากหันมาใช้การประเมินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา หรือประเมินเชิงพูนพลังเพื่อพัฒนา (Developmental Evaluation)   และมีการใช้ “พลังสิบสอง” ของ DE ตามในภาพ

 

ผมเชื่อว่า การประเมินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนานี้ อาจส่งผลให้ value for money ของหน่วยงานนี้ เพิ่มขึ้นในระดับเท่าตัวได้    ก่อผลดีต่อบ้านเมืองอย่างสูงยิ่ง   

วิจารณ์ พานิช

๑ ต.ค. ๖๗

ห้อง ๖๑๑ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท ภูเก็ต