การประชุมหลายหน่วยงานในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา  ช่วยให้ผมคิดหัวข้อนี้ออก

ฤดูกาลเดือนกันยายน หน่วยงานต่างๆ ต้องเสนอแผนปฏิบัติงานของปีต่อไปต่อบอร์ด เพื่อขออนุมัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายของหน่วยงาน   

พฤติกรรมการเสนอแผนงานที่มีเป้าหมายบรรลุง่าย กลายเป็นวิถีธรรมดา    เพราะเมื่อเอา KPI มาจับ ก็มั่นใจว่าบรรลุผล   แต่คนนอกคอกอย่างผมกลับมองว่า พฤติกรรมเช่นนี้ทำร้ายทั้งองค์กร และผู้ปฏิบัติงานเอง   เพราะมันไม่สร้างความท้าทาย   ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานต้องร่วมกันเผชิญและเอาชนะความท้าทายนั้น    ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้พัฒนาตนเอง   และองค์กรก็จะได้รับผลดีในด้านที่มีผลงานเด่นกว่าตามปกติ

จึงเกิดคำถามต่อตัวผมเอง ที่เวลานี้ทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัย และบอร์ดของมูลนิธิอยู่จำนวนหนึ่ง    ว่าผมทำผิดหรือเปล่า ที่ไม่เรียกร้องผลงานจากบางองค์กรให้สูงกว่าที่เขาเสนอ    และชี้ให้เขาเข้าใจความย้อนแย้งตามในย่อหน้าบน   

ความย้อนแย้งของการตั้งเป้าหมายทำสิ่งที่เป็นไปได้    กับตั้งเป้าหมายทำสิ่งที่ยาก ในระดับเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้   ว่าอันไหนดีกว่ากันต่อตัวพวกเรา กลุ่มคนที่จะต้องเสนอเป้าหมาย แผนงาน และร่วมกันทำงานให้บรรลุผลให้จงได้

ขอย้ำคำว่า “พวกเรา”  และ “ร่วมกัน”  ที่จะเป็นพลังสร้างจิตวิทยารวมหมู่    สร้าง “ความฉลาดรวมหมู่” (collective intelligence)   หรือ “อัจฉริยะกลุ่ม” (group genius) บรรลุผลการทำกิจกรรมสู่การบรรลุเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้   เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ได้            

อ่านทบทวนเรื่อง ความฉลาดรวมหมู่ ทั้ง ๑๘ ตอนแล้ว    ผมเกิดความรู้สึกว่า น่าเสียดายที่มหาวิทยาลัยไทยที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมของคนฉลาด   ไม่รู้จัก ความฉลาดรวมหมู่    มหาวิทยาลัยจึงขาดโอกาสใช้ประโยชน์ของ ความฉลาดรวมหมู่ อย่างน่าเสียดาย   

เป้าหมายและแผนงานที่มุ่งทำสิ่งที่เป็นไปได้    จึงเป็นสิ่งทำลายโอกาสเรียนรู้และดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นของคนเรา ออกมาสร้างสรรค์ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม และยกระดับความสามารถของตนเอง   

วิจารณ์ พานิช 

๒๑ ก.ย. ๖๗