ทรงเป็นมหากังสดาลครูแผ่นดิน ศิลปินสุนทรียปัญญากรสุขภาวะมูลฐานมวลชน จำลองคัดสรรภูมิอารยธรรมอันงดงามของทั่วโลกทุกยุคสมัย มาสะท้อนลงสู่การสร้างแดนเกิดมหาสถานคุณภาพแห่งชีวิตในมวลประชา เสริมพลังจิตวิญญาณภูมิถิ่น และร่วมสร้างสุขภาวะสังคมจากโลกแดนใต้ สร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองยิ่งแก่ภาคสุนทรียปัญญา ศิลปกรรมหัตถศิลป์ การพัฒนาเชิงปฏิบัติการ สร้างสุขภาวะสังคมเชิงปฏิบัติการอย่างบูรณาการและเป็นองค์รวม จากฐานรากพหุลักษณ์สังคมปวงชน King Bhumipol, as the great model teacher of mother land of contemporary Thai, the unique artist in WAC Arts, Well-Being Healthy Aesthetics with integrated wisdom practice creation, facilitating and promoting the consequence complicated connective system which form sustainable and fundamental condition to creating the way of life with low power-resources consume but create unlimited higth productive to Well-Being Healthy Wisdom Practice Quality of life for all, trough having learned the creating self-motherland wisdoms and selected right civilizations from worldwide culture, reflecting to reasonable-sufficiency evolution for Thailand move more than 6 decades since 1960s after end of cold-war until end of his succeed to the throne.

               สายของวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เพิ่งเข้าสู่ห้องเรียนในวิชาที่ผมจะบรรยายสำหรับนักศึกษาแรกเข้าปี 1 ของปีการศึกษานั้น ของสาขานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ขณะที่นักศึกษายังทยอยเข้าห้องเรียน การบรรยายก็ยังไม่ทันได้เริ่ม มหาวิทยาลัยก็กระจายสื่อสารแจ้งแก่ทุกคนไปพร้อมกับทุกสื่อในประเทศ ตามที่สำนักพระราชวังและรัฐบาล ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเสด็จสวรรคต ให้งดการเรียนการสอนและอนุญาตให้นักศึกษากลับบ้าน

               ก่อนให้นักศึกษาแยกย้ายกลับบ้านกัน ผมเห็นนัยสำคัญ คุณค่า และความหมาย อันเป็นประสบการณ์ตรง ร่วมสมัยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของประเทศและของสังคมโลก ของนักศึกษาคนหนุ่มคนสาวทุกคนที่จะกระจายออกไปเป็นผู้นำการพัฒนาสังคมประเทศชาติ และมีต้นทุนประสบการณ์ต่อสังคม ที่บูรณาการยึดโยงอยู่กับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคน จึงจัดให้นักศึกษาได้อยู่กับบรรยากาศครั้งกระนั้นอย่างมีความหมาย ได้คุณค่าจากสัมผัสทางตรง เอาไว้เป็นหมุดหมาย หมายเหตุ ทบทวน สร้างกระบวนการทางปัญญาต่างๆ ในยามที่ต้องพึ่งภาวะผู้นำในตนเองดำเนินชีวิตทำการงาน ให้มีความแยบคายและนำตนเองได้อย่างดีอยู่เสมอ โดยนำเอากระดาษ ปากกาสี มาให้นักศึกษาช่วยกันติดเต็มผนังหน้าห้อง แล้วเขียนแผนภาพสะท้อนคิด ด้วย 3 ประเด็นคิด โดยสรุปคือ (1) ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พระราชกรณียกิจและเรื่องราวใด ที่นักศึกษาประทับใจแก่ตนเองมาก (2) ได้หลักชีวิตและแนวปฏิบัติสำหรับนำไปพัฒนาตนเองในอนาคต อะไรบ้าง (3) ในภายหน้า หากมีโอกาสสืบสานพระราชปณิธาน และนำเอาสิ่งต่างๆ ไปสร้างสังคม นักศึกษาจะทำอะไร 

              ห้องเรียนในภาคเช้าของกลุ่มหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน อีกกลุ่มในภาคบ่าย ผมก็ให้ทำแบบเดียวกันโดยเขียนและวาดภาพบนกระดาษติดผนังหน้าห้องเรียนแผ่นเดียวกับกลุ่มเช้า เสร็จแล้วก็ให้แยกย้ายกันกลับบ้าน ผมเก็บแผ่นกระดาษที่พานักศึกษาเขียนและวาดภาพเชิงสะท้อนคิด สรุป วิเคราะห์ และถ่ายทอดมวลประสบการณ์ทางความหมายต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้นไว้ แต่เดิมตั้งใจว่าเมื่อสำเร็จการศึกษา ก่อนแยกย้ายไป ก็จะหาทางนำเอาแผ่นภาพนี้มาติดและจัดปัจฉิมนิเทศน์ให้นักศึกษากลุ่มเดียวกัน ได้แต่งเดิมเรื่องราวในแผ่นภาพที่ผ่านไปแล้ว 4 ปีอีกครั้ง สร้างกำลังการหมายรู้และเป็นเจ้าของประสบการณ์ร่วมในประวัติศาสตร์ทางสังคมจากด้านที่เป็นตนเองอย่างมีความหมาย ก่อนก้าวออกจากมหาวิทยาลัยไปสู่โลกกว้าง แต่ดูบรรยากาศความสนใจของนักศึกษาแล้วก็เห็นว่าไม่น่าทำ เลยก็เก็บรวบรวมไว้ เท่าที่ได้ทำกันไว้ก็เพียงพอแล้ว ในอนาคตก็คงจะเป็นชุดประสบการณ์หนึ่งที่ทุกคนได้ทำให้กับตนเอง มากบ้างน้อยบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ดีกว่าผ่านเลยไปอย่างไม่ได้สร้างวงจรปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย ให้ได้แก่ตนเองและด้วยมือตนเอง ในห้วงชีวิตที่ได้อยู่กับชุมชนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง

              ผมชอบศึกษาพระราชดำริและฟังพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในทุกโอกาสมาตั้งแต่จำความได้ อีกทั้งชอบวาดรูป พระองค์กับพระบรมราชินีนาถสิริกิต์ ชอบดูงานศิลปะของพระองค์ ชอบฟังและร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ชอบได้ชมพระบารมี องค์บุคลิกอันสง่างาม หลังจากจบวิจิตรศิลป์ จิตรกรรมสากล วิทยาลัยเพาะช่าง เข้าศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาเวชนิทัศนฺ์ เมื่อจบในปลายปี 2525 เข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ทำงานในองค์กรที่ปัจจุบัน คือ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือกันของสองพระราชอาณาจักรไทยกับญี่ปุ่น โดยกระทรวงสาธารณสุข กับมหาวิทยาลัยมหิดล กรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4 กระทรวงหลักการพัฒนา ด้านการศึกษา เกษตร มหาดไทย รวมไปจนถึงกระทรวงด้านความมั่นคง กลาโหม กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิช ทบวงมหาวิทยาลัย ภาคการสื่อสารมวลชน สื่อบันเทิง ตลอดจนสถาบันทางด้านจิตใจจากทุกศาสนา ริเริ่มดำเนินการการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานขึ้นในประเทศไทยและชุมชนนานาชาติ เครือข่ายกลุ่มประเทศอาเซียน 

                ได้พัฒนากลวิธีการสาธารณสุขมูลฐาน บูรณาการการพัฒนา เชื่อมโยงกับทุกด้านของประเทศเข้ากับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของปวงชน ซึ่งตลอดระยะการดำเนินการนำการพัฒนาในแนวทางดังกล่าวนี้ขึ้นโดยประเทศไทยนับแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็นของโลกเป็นต้นมากระทั่งปัจจุบันนั้น หลายอย่างก็ได้ริเริ่ม สะท้อนการสืบสานพระปณิธานสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พระบรมราชชนกในพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานพระนาม ‘มหิดล’ อันเป็นพระนามในพระบรมราชชนก มาให้เป็นชื่อ มหาวิทยาลัยมหิดล นับแต่ปี 2512 จากแต่เดิมใช้ชื่อเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ 

                รวมทั้งได้สืบสานแนวพระราชดำริการพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิตประชาชน และพัฒนาสังคมจากฐานชีวิตปวงชน พระราชทานพระราชวโรกาสให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสำนักงานแหล่งทำการถาวรขึ้นในประเทศไทยที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา รวมทั้งทรงเป็นองค์ประธานคณะกรรมการแห่งชาติด้านการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการเลขานุการนำการสนองงาน และต่อมา เมื่อรับมอบเป็นโครงการความร่วมมือแสดงพระราชสัมพันธไมตรี ร่วมสนับสนุนการพัฒนาร่วมกันของประชาชาติกลุ่มประเทศอาเซียนและสังคมไทย โดยพระราชอาณาจักรไทยกับพระราชอาณาจักรญี่ปุ่น ก็ทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ขณะทรงพระอิสรยยศเป็นสยามบรมราชกุมาร ทรงเป็นประธานพหุภาคีของประเทศไทยและญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงสาธารณสุข และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดอาคารและเปิดการดำเนินการขึ้นอย่างเป็นทางการ มีความเจริญก้าวหน้า และมีส่วนสร้างสิ่งดีหลายอย่างทั้งแก่สังคมไทยและประชาชาติของสังคมโลกมาจนถึงปัจจุบัน  

                 เมื่อครั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO- World Health Organization) ครบวาระ 50 ปีการก่อตั้ง เมื่อปี 2547 ก็ได้ให้การยอมรับนัยสำคัญจากความสำเร็จในการพัฒนามนุษย์และมิติอื่นๆอย่างบูรณาการโดยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐานของประเทศไทยโดยมหาวิทยาลัยมหิดลและกระทรวงสาธารณสุขนี้ ให้เป็นหนึ่งในตัวอย่างคุณูปการต่อมวลประชาชาตินานาประเทศ ของการก่อเกิดองค์การอนามัยโลกขึ้นมาในรอบ 50 ปีของโลก ผมได้อยู่กับกระบวนการดังกล่าวนี้มานับแต่การก่อตั้ง ตั้งแต่ยังไม่มีประสบการณ์ สืบเนื่องเป็น 28 ปี นับแต่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ยังเป็นทุ่งหญ้าน้ำท่วมขัง รกร้าง กันดารห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวกและทางสัญจรยิ่งกว่าถิ่นชนบท กระทั่งได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์ ร่วมทำงานต่างๆตามอัตภาพได้มากพอสมควร ได้ลงพื้นที่ไปทำงานและเจอผู้คนมากมายทุกถิ่น ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ได้ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ผลิตและเผยแพร่สื่อ จัดประชุม อบรม สัมมนา สร้างคนทุกระดับ สร้างนักวิจัย สร้างคนทำสื่อ วิทยากรพหุสาขา จัดเวทีสื่อสาธารณสุขเป็นพัฒนาการใหม่แรกๆของประเทศ บันทึกเก็บรวบรวมข้อมูล ทำงานทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า อันจำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ทำงานวิชาการ อยู่กับข้อมูล สดับฟัง มองให้เห็นภาพและจำลองภาพกระบวนการที่จะเกิดขึ้นจริงให้ได้ก่อนผู้อื่น อย่างใกล้ชิดมากที่สุดอยู่ตลอดเวลา หลายอย่างก็ผูกพันและเป็นสายธารความสนใจสืบเนื่องมาแต่เด็ก อีกทั้งขยายเพิ่มพูนไปสู่อีกหลายอย่าง อย่างตื่นตาตื่นใจ 

              ติดตามอ่านงานวรรณกรรมแปลจากวรรณกรรมโลกของพระองค์ท่าน ในวันที่ 4 ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ในวัน 5 ธันวาคม ของทุกปี ก็ไม่พลาดที่จะได้ติดตามฟังพระราชดำริ พระบรมราโชวาท และอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้เดินดูไฟ ถ่ายรูป วาดรูป วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในบางปี ผมยอมรวบรวมเงินเดือนทั้งหมดมาใช้เพื่อการได้ซื้อฟิล์ม สไลด์ ภาพนิ่ง ถ่ายรูป ล้าง อัดขยาย ศึกษาศิลปะภาพถ่ายแสงไฟกลางคืน

              เทศกาลห้วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ท่านใน 5 ธันวาคม ของทุกปี ก็ได้ดูหนังกลางแปลงและมหรสพจนสว่าง ดูหนังจอผ่าโลกของแอ๊ดเทวดา เดินจากสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า คราคร่ำไปด้วยของดี เลือกสรรมาอย่างชั้นยอดจากทุกวงการและจากทั่วประเทศ พร้อมเพรียงกันมาหาที่ทางลงกันเองด้วยใจ กิจกรรมชีวิตและกิจกรรมสังคมร่วมยุคสมัยบนแผ่นดินอย่างนี้ ฝังอยู่ในจิตวิญญาณและสายเลือดของผู้คนอย่างแนบแน่น

               ผมเป็นคนเล่นแตรวง เล่นเครื่องเป่ามาแต่เด็ก ซึ่งจะมีการฝึกฝนฝึกซ้อมฝ่าความเจ็บปวด ทนปากแตกจนเลือดไหลครั้งแล้วครั้งเล่าให้ร่างกายปรับตัว จนถึงขั้นที่จะอยู่กับการเป่าบรรเลงได้อย่างเป็นปรกติ ซึ่งหากปฏิบัติอย่างทั่วไปก็จะทำไม่ได้  ต้องวางจุดหมายตนเองลงเพื่อพาผู้คนให้ได้ดำเนินไปสู่แดนสูงสุดของชีวิตดังเช่นการบวช งานบุญ และอื่นๆ มาอย่างนับไม่ถ้วน อีกทั้งเป็นเด็กวัด คุ้นเคยและมีประสบการณ์กับผู้คนมาก พอจะมีความไวต่อการสัมผัสถึงบารมีธรรมจากผู้คน แม้เล็กน้อยและมิบังควรนำมากล่าวเชื่อมโยงไปถึง แต่ในเชิงการศึกษาเรียนรู้ปัญญาปฏิบัติ ก็จะพอช่วยการประมาณให้เห็นหลายอย่าง ที่ผู้ซึ่งได้ประจักษ์ต่อการปฏิบัติก็จะรู้ได้ถึง ‘ของจริงแท้’ ที่เหนือกว่าผู้ใดจะทำได้ อย่างเป็นที่ปีติและได้พลังความบันดาลใจให้กับตนเองมาก หลายอย่างก็มีส่วนมากที่คิดว่าตนเองควรจะได้ศึกษา ประมวลภาพ สร้างบทสรุปพัฒนาการจากฐานสังคมไทย และถ่ายทอดไว้ ตามสมควรแก่กำลังและเหตุปัจจัย

              หลังวันเสด็จสวรรคต วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 ผมได้ซื้อแซกโซโฟน มือสอง ซึ่งเจ้าของมือแรกเป็นนักดนตรีอเมริกัน อาจารย์รุ่นน้อง ทีมอาจารย์ด้วยกันในสาขาที่ผมสอนและดูแล และเป็น Advisee ของผมอย่างไม่เป็นทางการ ที่ผมให้การปรึกษางานวิจัยดุษณีนิพนธ์ปริญญาเอก ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ด้วย เป็นผู้เสาะหาให้ผม เป็นแซกโซโฟนอัลโต ยี่ห้อยามาฮ่า ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแซกโซโฟน แบบเดียวกับที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงใช้นิพนธ์เพลงและทรงเป่าบรรเลง พระราชทานแก่กลุ่มชนต่างๆ อยู่เป็นระยะๆ จนถึงการพระราชทานทำนอง และทรงเป่าบรรเลงเป็นเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ 47 เพลงรัก ในจำนวนทั้งหมด 48 เพลง ซึ่งเนื้อเพลงเป็นบทประพันธ์ โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ และเก็บรักษาไว้กว่า 40 ปี โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น ก็แกะเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงเล่าเรื่องราวถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ให้ผสมผสานไปกับการบรรยายและการทำงานในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น  

              รวมทั้งได้ร่วมกับชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวบรวมพระราชกรณียกิจ การทรงงาน การเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรแก่ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พระราชทานแนวพระราชดำริ เป็นหลักชัยแห่งการหลอมรวมใจร่วมกันพัฒนา จัดทำสื่อเผยแพร่แก่สาธารณชน น้อมเกล้า ฯ เทิดพระเกียรติ และส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ก็ได้ใช้แสดงเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย วงดนตรีมหาวิทยาลัยและชมรมดนตรีสากลซึ่งได้รับพระราชทานแซกโซโฟนที่พระองค์ได้ใช้ทรงเป่าร่วมกับนักศึกษาเมื่อเสด็จแปรพระราชฐานมายังพระราชตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทรงงานในชุมชนพื้ที่สูงภาคเหนือ 

              นอกจากนี้ ก็ร่วมกับเครือข่ายนักเวชนิทัศน์ สมาชิกเวชนิทัศน์สมาคม (ประเทศไทย) กว่า 100 คน สร้างงานศิลปะและดำเนินโครงการ ‘เครือข่ายเวชนิทัศน์ สื่อ ศิลป์ สืบสาน ภูมิพลัง ภูมิปัญญาสังคมไทย’ สัญจรแสดงงานไปทั่วประเทศ น้อมเกล้า ฯ เทอดพระเกียรติและส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ตลอดปีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ

              ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้น ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ได้มีส่วนทำหน้าที่ผูกผสานการทรงงาน แนวพระราชดำริ พระราชปณิธาน ถ่ายทอดขยายผลสู่สังคมไทยและนานาชาติ เป็นแหล่งที่ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่แก่เหล่าบัณฑิตชาวแม่โจ้ในงานพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อปี 2538 ก็ได้ร่วมกับชาวแม่โจ้จัดเสวนาวิชาการ แสดงงานศิลปะในชุด ‘สื่อ ศิลป์ สืบสาน ภูมิพลัง ภูมิปัญญาสังคมไทย’ อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ มาบรรเลงและเล่าเรื่อง พานักศึกษาและชาวแม่โจ้ได้สื่อสัมผัส สดับฟัง สิ่งต่างๆ ที่เป็นอุปลักษณ์ศิลป์อยู่ในคีตศิลป์และบทเพลงพระราชนิพนธ์ ไปจนถึงชุมชนผู้นำและกลไกระดับสูง สภามหาวิทยาลัย ทีมบริหารของมหาวิทยาลัย ก็ขอพาสดับฟังและอัญเชิญมาบรรเลงให้ประจักษ์ในอีกความหมายหนึ่ง อีกทั้งร่วมกับอาจารย์รุ่นน้องฝีมือดีทางด้านการสื่อสารและนิเทศศาสตร์ส่งเสริมการเกษตร พานักศึกษาทำหนังสั้นเชิงสารคดี ‘รากแผ่นดิน’ พาปฏิบัติการพัฒนาหลักคิดการสร้างเนื้อหา ออกแบบสร้างสรรค์ประพันธศิลป์ ผลิตสื่อ การวิพากษ์ข้อมูล สร้างฉากทรรศน์ ระเบียงทรรศน์ การดำเนินเรื่องราว การใช้ศิลปะสื่อภาษา บูรณาการภาพ เสียง ดนตรี การสร้างจังหวะ ศิลปะการตัดต่อ ไปจนถึงการตั้งชื่อเรื่อง ที่จะสามารถแสดงความเป็นเลิศในวิทยาการและสังคมวัฒนธรรมการเกษตรของสังคมไทยและภูมิปัญญาของสังคมโลกที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้เป็นที่ปรากฏบูรณาการความเชี่ยวชาญข้ามสาขาสู่การสร้างกำลังคน สร้างสื่อ ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากพหุวิทยาการแห่งการเกษตรไทย พัฒนาการเรียนรู้มวลชน บนทุกขั้นตอนที่เดินเข้าร่วมมือทำงานช่วยกัน 

              ไปนำเสนอ ได้รับรางวัลจากองค์กรระดับประเทศ คัดสรรเผยแพร่ ถ่ายทอดบทบาทการสร้างภูมิปัญญาพหุวิทยาการชี้นำแก่สังคมจากภาคการศึกษา ให้ส่งถึงสาธารณชน ร่วมสร้างเสริมสุขภาวะสังคมร่วมกัน ซึ่งไม่เคยไปถึงขั้นได้รับรางวัลอย่างนี้กันมาก่อน งานดังกล่าวถ่ายทอดสาระสำคัญในการถ่ายทอด สืบสาน เผยแพร่ แนวพระราชดำริ และการทรงงานของพระองค์กับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ซึมซับสะท้อนอยู่ในพัฒนาการต่างๆ อย่างใกล้ชิด สืบเนื่อง ยาวนาน ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นงานเบื้องหลัง ที่แพร่หลายออกไปสู่มวลมหาชน ได้ใช้กันอยู่ตลอดไป

               พระราชกรณียกิจอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยของพระองค์ท่าน การสื่อสาร ศิลปะ วรรณกรรม แผนที่การอ่านปรากฏการณ์และประมวลภาพภูมิสังคม ศิลปะการถ่ายภาพ การเสด็จทอดพระเนตรและทรงสดับฟัง การดำเนินในทุกพระอริยาบทเป็นครูและเป็นสื่อแห่งการก่อเกิดปัญญาแกล้วกล้าต่อสังคมของตน รวมทั้งพระราชปรีชาญาณ ระบบคิด ระเบียงทรรศน์ให้การเห็นโลกแห่งสรรพสิ่ง ในกระแสพระราชดำริ และศิลปะแห่งท่าทีให้การอรรถาธิบาย ชวนสดับใคร่ครวญภายใน นอกจากจะเป็นมหาสถานอยู่ในตนเองให้ได้กำลังสติปัญญาและพลังความงอกงามแห่งชีวิต อวลบรรยากาศเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิตทั่วแผ่นดินไทยอยู่เสมอแล้ว ก็เสมือนเป็นจังหวะแห่งการเคลื่อนตัวผสานการวิวัฒน์ตนเองทางปัญญาของสังคมกว้างใหญ่ สร้างหัวข้อและวาระสังคม อันก่อให้เกิดการร่วมสร้างคลื่นแห่งการเคลื่อนไหวทางปัญญารอบด้านในสังคม คนเก่ง คนดี และจิตวิญญาณร่วมทางสังคม มีหมุดหมายยึดโยงในการร่วมสร้างเสริมเกื้อหนุนกันให้บังเกิดความมั่นคงยั่งยืนแห่งการวิวัฒน์พัฒนาตนเองของสังคมมาอย่างสืบเนื่องยาวนาน เป็นกำลังแห่งความดีงาม ผมเห็นมาตลอดชีวิตเกินครึ่งศตรวรรษ 

               ผมเป่าแซกโซโฟนอยู่กับตนเองอยู่เสมอ ให้เป็นสตูดิโอและเวิร์คช็อปปฏิบัติการอย่างบูรณาการบนฐานชีวิต  สร้างวงจรการเจริญสติภาวนา ใคร่ครวญ สร้างวงจรทำงานให้แยบคายจากภายในสู่ภายนอก กระทำกตัญชลี รำลึกถึงผู้คนและสังคมรายรอบ คิด เขียน อ่าน วาดภาพ เตรียมบรรยาย วิเคราะห์และสรุปผลข้อมูล รวมทั้งเป็นการจัดวาระฝึกฝนอบรมตนให้แก่ตนเอง อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลง ออกกำลังปอด ปฏิบัติการศึกษา ทดลอง ตรวจสอบ สร้างสุขภาพ ดูแลสุขภาวะมูลฐานและคุณภาพแห่งชีวิต วิพากษ์ทบทวนองค์ประกอบพหุปัจจัยมิติสุนทรียพลานามัย ยิ่งได้เล่นและได้อยู่กับพัฒนาการต่างๆของสังคมไทยและสังคมโลก รายรอบสิ่งประจักษ์แก่ตนกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ที่สะท้อนยึดโยงให้น้อมเกล้า ฯ ศึกษา ค้นคว้า ตรวจสอบ น้อมรำลึกและสัมผัสได้ในอุปลักษณ์ศิลป์ ก็ยิ่งได้เห็นความงดงามมากมายในทุกท่วงทำนอง ทุกตัวโน๊ต ทุกอณูแผ่นดิน มวลอากาศ แสงตะวัน และคลื่นวิวัฒน์ทิวากาล ความโอ่อ่าของโลกกว้าง ความผาสุก สงบ ศานติ ภูมิถิ่นพหุลักษณ์สังคม ที่หลายแห่งของโลกยากจะดำรงตนให้ไม่เพียงพ้นผ่านวิกฤติสงครามและความหายนะทางสังคมได้เท่านั้น แต่สามารถสร้างสรรค์การวิวัฒน์ตนเอง ร่วมสร้างสุขภาวะมูลฐานแก่ภูมิภาคมิตรประเทศ สร้างสุนทรียปัญญา ส่งออกโอสถสุนทรียพลานามัยแก่โลก และแบ่งปันภาวะผู้นำปัญญาปฏิบัติสร้างสุขภาวะแก่สังคมโลก อยู่เป็นจำนวนมาก ของสังคมไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียแปซิฟิกริม สังคมโลกแดนใต้ ซึ่งเป็นมณฑลแห่งการปะทะกันของความแตกต่างหลากหลาย กระจายตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

              ทั่วโลกต้องได้สดับ อ่าน ซึมซับ ประจักษ์ ภูมิถิ่นและภูมิชีวิตที่จารสถิตไว้ในแผ่นดินเหล่านี้จากสังคมไทย ให้สามารถสะท้อนเชื่อมโยงไปสู่การก่อเกิดหนทางอย่างอื่นในการยกระดับพัฒนาการสังคม ผ่านพ้นวิกฤติปัญหาร่สมกัน ด้วยภาวะผู้นำปัญญาปฏิบัติในพหุลักษณ์สังคม ที่ก่อเกิดจากฐานความเป็นจริง ผ่านบทพิสูจน์ความมั่นคงยั่งยืนพอเพียงในวิถีทางอย่างใหม่ และเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการก่อเกิดความผาสุก เจริญรุ่งเรือง จรรโลงมณฑลดินแดนแห่งสุขภาวะมูลฐานปวงชนจากโลกแดนใต้ มายาวนานนับศตวรรษ

               ธ ทรงเป็นดั่งมหากังสดาล กลองชัยมโหระทึกสร้างจังหวะการหยัดยืนขึ้นด้วยใจมั่นของมวลมหาชนในการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมาด้วยความมั่นใจและศรัทธาในตนของมนุษย์ เป็นหลักยึดเหนี่ยวอันเป็นที่ยุติการถือปะทะความต่างให่มุ่งสู่การระดมความสามัคคีกันเผชิญวิกฤติรอบด้าน ในวิถีทางที่สามารถวิวัฒน์ความเป็นตัวของตัวเองหลังยุคสงครามเย็นของโลกได้ เป็นครูแผ่นดินที่สร้างวาระแห่งปัญญาอันกว้างขวางจากฐานชีวิต ภูมิแผ่นดิน การทำอยู่ทำกิน สุขภาพ คุณภาพแห่งชีวิต ระบบนิเวศ ธรรมชาติของผืนดินถิ่นฐาน ทรงเป็นศิลปินสุนทรียปัญญากรสุขภาวะมูลฐานมวลชน จำลองคัดสรรภูมิอารยธรรมอันงดงามของทั่วโลกทุกยุคสมัย มาสะท้อนลงสู่การสร้างแดนเกิดมหาสถานคุณภาพแห่งชีวิตในมวลประชา เสริมพลังจิตวิญญาณภูมิถิ่น และร่วมสร้างสุขภาวะสังคมจากโลกแดนใต้ อย่างงดงาม.