ผมเกิดความรู้สึกนี้รุนแรงเมื่อไปทำหน้าที่นายกสภาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้พบการต้อนรับเอิกเกริก พิธีการมาก ทำให้ผมตกใจ
ตอนไปทำหน้าที่นายกสภาสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) ได้รับการต้อนรับทำนองเดียวกัน ไม่ตกใจเพราะรู้ว่า สบช. เป็นหน่วยราชการภายใต้กระทรวงสาธารณสุขมานาน
ตอนเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (ระหว่างปี ๒๕๕๐ - ๒๕๖๐) ผมไปประชุมสภาโดยไม่มีคนมาต้อนรับใดๆ เมื่อลงจากรถ เดินไปขึ้นลิฟท์ไปยังห้องทำงาน หรือห้องประชุมเอง โดยไม่มีใครมาเสนอหิ้วกระเป๋าให้
แต่เมื่อมาเป็นนายกสภา มทส. ที่มีกำเนิดเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบแห่งแรกของประเทศไทย ผมได้รับการต้อนรับแบบเดียวกันกับที่ สบช. หรืออาจมากกว่า ทำให้ผมตกใจมาก ว่า มทส. เข้าสู่วัฒนธรรมศักดินานี้ได้อย่างไร วัฒนธรรมนี้ส่งผลดีและผลเสียต่อความเป็นมหาวิทยาลัยอย่างไร
กำเนิดเป็น “ไพร่” บ้านนอก ของผม เตือนสติผมตลอดเวลาว่า “อย่าลืมกำพืดของตนเอง” หากมีโอกาส ให้ใช้กำพืดอันต่ำต้อยของตนเองสร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลังของคนอื่นที่มีพื้นฐานคล้ายๆ กันให้เห็นศักยภาพของตนเอง ว่าไต่บันไดทางสังคม สู่สถานะที่ทำประโยชน์ส่วนรวมได้มากอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้
โดยต้องหมั่นเตือนสติตนเองว่า เมื่อชีวิตได้ดี อย่าเหลิง อย่าไปตามอย่างศักดินา ที่เรียกร้องให้คนรอบข้าง เสียเวลาเสียพลังไปกับพิธีกรรมที่ไร้ประโยชน์ต่อส่วนรวม เพียงแค่สนองอัตตาของผู้ดำรงตำแหน่ง หรือสวม “หัวโขน” เท่านั้น
หัวโขนสวมได้ชั่วคราว แต่คุณงามความดีจะเป็นที่จดจำของผู้คนตลอดไป
โลกสมัยนี้ ไม่ว่าตำแหน่งฐานะใด อาวุโสขั้นไหน ต่างก็ต้องมุ่งเรียนรู้และปรับตัว เพื่อการทำหน้าที่ และความสุขของตนเอง คนรอบข้าง และเพื่อนร่วมชาติและร่วมโลก
การเรียนรู้และปรับตัว ทำคนเดียวยาก หากทำเป็นทีม ง่ายขึ้น และหากมีกระบวนการที่ถูกต้อง จะยิ่งง่าย วิธีการที่ถูกต้องคือฟังกัน เรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติหรือประสบการณ์ นำมาสะท้อนคิดร่วมกัน ผ่านปฏิสัมพันธ์เชิงบวาก ความสัมพันธ์แนวราบ ลัทธิหรือวัฒนธรรมศักดินาจึงเป็นพิษหรือขัดขวางสังคมที่ดีในยุคปัจจุบัน
วัฒนธรรมศักดินาเป็นเรื่องของอดีต มีประโยชน์สำหรับสังคมในอดีต แต่ไม่เหมาะกับยุคปัจจุบัน ที่เราต้องการความสัมพันธ์แนวราบ เพื่อใช้ศักยภาพของการสร้างสรรค์จากคนทุกคน ไม่ใช่จากคนเพียงบางคนที่มีโอกาสสูง
ปัจจุบันต้องให้โอกาสแก่ทุกคนที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อการมีชีวิตที่ดี ครอบครัวดี สังคมดี ที่เมื่อตนเองได้มีโอกาสมีชีวิตที่ดี ก็ใช้เป็นโอกาสผื่อแผ่แก่ผู้อื่น แก่ชุมชน แก่สังคม และแก่โลก
เปลี่ยนจากศักดินาเพื่อตนเอง สู่การพัฒนาตนเพื่อโอกาสรับใช้ผู้อื่น รับใช้ครอบครัว รับใช้สังคม รับใช้ประเทศ และรับใช้โลก
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ย. ๖๗