บทความเรื่อง Storytelling can drive decolonization at universities  ในเว็บไซต์ University World News   บอกผมว่า เราต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรมแนวราบในมหาวิทยาลัยไทย    และการเล่าเรื่อง (storytelling) สามารถเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่ง    

ผู้เขียนบทความชื่อ Professor Nuraan Davids จากอัฟริกาใต้    ประเทศที่มีการเหยียดผิวรุนแรง    ท่านเอ่ยคำ Eurocentric form of knowledge  ตรงใจผม ที่คิดมานานแล้วว่าในประเทศไทยเราบูชาความรู้ที่มาจากฝรั่ง    เป็นจุดอ่อนของการศึกษาไทย   

ผู้เขียนเสนอแนวทางใช้ “เรื่องเล่า” (stories) ในการฟื้นตัวตนของนักศึกษาที่มาจากพื้นเพต่ำต้อย    ให้มีการจัดเวทีให้นักศึกษาเล่าเรื่อง (storytelling) ของตนให้เพื่อนนักศึกษาฟัง   เป็น pleuriversal space (ล้อคำว่า universal) คือพื้นที่แสดงความแตกต่าง อย่างเท่าเทียม   ช่วยสร้างบรรยากาศแนวราบในมหาวิทยาลัย   

โดยนัยนี้ university  ต้องเปลี่ยนเป็น pleuriversity   ที่ไม่ละทิ้งความรู้สากล (universal knowledge)    แต่ยอมรับภายใต้ปฏิสัมพันธ์แนวราบในสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักศึกษาจากหลากหลายสถานะ   

ผมมองเรื่องนี้แนวเดียวกันสำหรับประเทศไทย    ด้วยเหตุผลที่ต่าง   

ผมคิดว่า สถาบันการศึกษาต้องมีวัฒนธรรมแนวราบ   เพื่อหนุนให้ผู้เรียนกล้าปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้ของตน โดยไม่กลัวผิด   เพราะการทำผิดพลาดก็เป็นโอกาสเรียนรู้ด้วย   วัฒนธรรมแนวราบจะช่วยหนุนให้ผู้เรียนพัฒนาความเป็นผู้กล้าริเริ่ม (agency)    ที่เป็นคุณสมบัติสำคัญยิ่งของพลเมืองไทยในอนาคต 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ก.ย. ๖๗

ห้อง ๖๑๑ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท  ภูเก็ต