เพื่อเตรียมตัวไปคุยกับทีม ดร. เอเซีย (สรยุทธ รัตนพจนารถ) ผู้ก่อตั้งธนาคารจิตอาสา และเว็บไซต์ ความสุขประเทศไทย เช้าวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗ เรื่องเทคนิคการฟัง ค่ำวันที่ ๘ ผมถาม Gen AI เจมิไนว่า “Please advise how to listen and get more information. How to hear what they did not say? How to stimulate them to say what they have not thought of before? How to make friend or good relationship from listening? How to learn more from what they say?” ได้รับคำตอบที่ดีมากสมใจ จึงบอกให้ตอบเป็นภาษาไทย ได้รับคำตอบดังนี้
“วิธีการฟังให้เข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านการสนทนา
การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การได้ยินเสียง แต่หมายถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้อื่นพูด การเข้าใจความรู้สึกของเขา และตอบสนองอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น
วิธีฟังเพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้น
- จับตามอง: การสบตาแสดงให้เห็นว่าคุณสนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
- พยักหน้าและให้เสียงตอบรับ: เช่น "ครับ", "ค่ะ", "ใช่เลย" จะช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าคุณกำลังฟังอยู่
- ถามคำถามเปิด: คำถามที่ไม่ใช่แค่ตอบ "ใช่" หรือ "ไม่" จะกระตุ้นให้ผู้พูดขยายความ
- สรุปความ: ย้ำสิ่งที่คุณเข้าใจเพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้อง และเปิดโอกาสให้ผู้พูดแก้ไขถ้ามีส่วนไหนผิดพลาด
วิธีฟังสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา
- สังเกตภาษากาย: ภาษากาย เช่น การขมวดคิ้ว การยกไหล่ หรือการหลบสายตา สามารถบอกอะไรคุณได้มากมาย
- ฟังน้ำเสียง: น้ำเสียงสามารถบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้พูด
- อ่านระหว่างบรรทัด: พยายามเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูด
วิธีกระตุ้นให้ผู้อื่นพูดสิ่งที่ยังไม่เคยคิดมาก่อน
- ถามคำถามที่ท้าทาย: ถามคำถามที่เปิดมุมมองใหม่ๆ หรือกระตุ้นให้คิดนอกกรอบ
- แบ่งปันประสบการณ์: การเล่าเรื่องราวของคุณเองอาจกระตุ้นให้ผู้อื่นนึกถึงประสบการณ์ของตัวเอง
- ร่วมกันระดมสมอง: ชวนกันคิดหาไอเดียใหม่ๆ
วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านการฟัง
- แสดงความสนใจอย่างจริงใจ: ให้ความรู้สึกว่าคุณสนใจในสิ่งที่เขาพูด
- เห็นอกเห็นใจ: พยายามเข้าใจความรู้สึกของเขา แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
- ให้กำลังใจ: คอยให้กำลังใจและสนับสนุนเขา
วิธีเรียนรู้จากสิ่งที่ได้ยิน
- จดบันทึก: จดสิ่งสำคัญที่ได้ยินมาเพื่อทบทวนภายหลัง
- ไตร่ตรอง: คิดทบทวนสิ่งที่ได้ยินและเชื่อมโยงกับความรู้เดิม
- ถามคำถามเพิ่มเติม: หากมีข้อสงสัย ให้ถามเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทักษะที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และเป็นกุญแจสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: การฟังเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
- เปิดใจรับฟัง: อย่าตัดสินผู้อื่นก่อนฟังให้จบ
- โฟกัสที่ปัจจุบัน: อย่าปล่อยให้ความคิดอื่นมาขัดจังหวะการฟัง”
ข้างบนนั้น เขียนก่อนการสนทนา ตอนคุยกันชั่วโมงเศษๆ สนุกมาก ผมได้เรียนรู้ว่าคนไทยวัยผู้ใหญ่สมัยนี้ฟังกันไม่ค่อยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัว ซึ่งที่จริงตอนผมหนุ่มๆ ลูกยังเล็กอยู่ สถานการณ์ในบ้านผมอาจน่าสมเพชยิ่งกว่า คือผมฟังลูกไม่เป็น
แต่เมื่อวันที่ ๖ กันยายน นักศึกษาหลักสูตรสร้างเกษตรกรแนวใหม่ ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์บอกเราว่า เขาฝึกฟัง หรือสังเกตอาการของต้นไม้หรือพืชที่เขาปลูก เพื่อรับรู้ว่าพืชต้องการอะไร จะได้จัดให้ เพื่อพืชจะได้สร้างผลผลิตที่ทั้งมีคุณภาพสูง และมีปริมาณมาก
การสะท้อนคิดนี้ ชวนผมสู่การเชื่อมโยงว่า เราต้องไม่แค่ฟัง แต่ต้องใช้ประสาทรับรู้ทั้ง ๗ ในกระบวนการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ เพื่อให้ปฏิสัมพันธ์นั้น ก่อผลยิ่งใหญ่
เช้านี้ได้คุยกับปัญญาชนสาธารณะ ๔ คน ที่ทำงานเพื่อสร้างความสุขแก่คนไทย หรือช่วยหนุนให้คนไทยรู้จักสร้างความสุขใส่ตัว ผมจึงอิ่มเอมมาก และคิดเชื่อมต่อไปยังระบบการศึกษา ที่เดนมาร์กเขาเน้น well-being เหนือคะแนนสอบ หรือกล่าวใหม่ว่า เขาหนุนให้เด็กมี well-being ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะให้แก่ตนเอง
เพราะการศึกษาไทยไม่ฝึกเด็กให้เรียนรู้วิธีสร้าง well-being ให้แก่ตนเอง พร้อมกับการเรียนรู้สมรรถนะอื่นๆ รวมทั้งสมรรถนะด้านปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และปฏิสัมพันธ์กับตนเอง คนไทยที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงขาดสมรรถนะนี้ ใช่หรือไม่ เราควรพัฒนาระบบการศึกษาไทยในเรื่องนี้อย่างไร
น่าชื่นชมที่ทีมนี้ ไปทำงานกับโรงเรียนใน กทม. ด้วย น่าจะได้เรียนรู้วิธีนำเอาการเรียนรู้เพื่อพัฒนา well-being นำออกขยายผลแก่การศึกษาไทยอย่างกว้างขวาง
วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๖๗