วันนี้มีอารมณ์เขียนเรื่อยๆ เพราะได้หลับมาหลายวัน ความคิดรู้สึกจะดีขึ้น
กิน ถ่าย นอน ได้สบาย กายดี จิตใจเราก็ดีไปด้วย
ไม่เชื่อลองดูวันที่นอนไม่หลับ ถ่ายไม่ออก กินไม่ลงดูซิครับ ว่ามันดีแค่ไหน ทรมาณแค่ไหน

เหตุการณ์บ้านเมืองที่แปรผันมากมายในช่วงปีใหม่ ทำเอาผมไม่อยากดูข่าวไปหลายวัน
แต่เหตุการณ์ต่างๆ นั่นทำให้ผมได้คิดมากมาย
คนเราเกิดมาเพื่อแก่งแย่ง ขัดแย้งกันหรือ
ชีวิตจากโบราณที่ต้องดิ้นรน เข่นฆ่าเพื่อเอาชีวิตรอดจนปัจจุบัน ไม่มีใครให้คนมาต่อสู้แก่งแย่งแล้ว จึงมาแก่งแย่งเข่นฆ่ากันเองใช่หรือไม่.......

พอเรื่องนี้ก่อนดีกว่าขอรับเดี๋ยวจะเขียนและอ่านไม่ลง

ยิ่งช่วงนี้มีเวลาว่าง ยิ่งทำให้ข้าน้อยได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนมากขึ้น
ข้าน้อยเกิดอารมณ์อยากเดินเล่น กินน้ำเปล่าที่ต้มแล้วกับขนมปังโฮลวีตใส่น้ำผึ้ง 2 แผ่นเป็นของว่างพออิ่มแล้วเดินออกไปดูพระจันทร์รอบหนึ่ง
แสงจันทร์เต็มดวงและเว้าเหว่ง สร้างความสะทกสะท้อนแก่ข้าน้อยยิ่งนัก
ทุกวันพระจันทร์เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าขนาด รูปร่าง แสงที่ส่องมา พระจันทร์เป็นเช่นนี้ คนเล่าใช่เป็นเช่นจันทร์หรือไม่
ความมืดในเมืองหลวง แต้มด้วยไฟจากรถซิ่งยามค่ำคืน และไฟจากอาคารต่างๆ ที่ยังไม่หลับนอน
ไม่รู้มีใครตื่นและมองจันทร์อย่างข้าน้อยหรือไม่
มีใครคิดอย่างข้าน้อยหรือไม่
มีคนคิดต่างจากนี้หรือไม่

 

 

ข้าน้อยเดินไปคิด เรื่องต่างๆ ที่คิดไม่ตก

ไม่ว่า การเกิด เหตุใดคนเราต้องเกิดมา

เรามีชีวิตเพื่ออะไร

โลกนี้เกิดมาเพื่ออะไร

ชาติก่อน ชาติหน้ามีจริงหรือไม่

สัตว์ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ใช่หรือไม่ที่ว่าชาติก่อนเป็นบรรพบุรุษเรา

(ชาติก่อนเราอาจเป็นสุนัขก็ได้)

เราเพียงโชคดีที่เกิดมาเป็นคน
ได้มีโอกาสมาคิดอะไรต่างๆ มากมายเช่นนี้

............

..........

ยามนั้นแสงรถสว่างจ้าแล่นผ่านพร้อมเสียงเพลงที่กระหึ่มรถ
แสงไฟที่บาดจ้าพร้อมเสียงหัวเราะ
ผมได้คิดอย่างหนึ่ง
คนในรถคงมองไม่เห็นจันทร์ดวงที่ผมมองแน่

หลังจากเดินรอบหนึ่งกลับมาที่ห้องนอน ล้มตัวลงนอนหันไปดูดวงจันทร์ผ่านหน้าต่าง.............
จู่ๆ ก็เกิดความเศร้าอย่างบอกไม่ถูก
ผมหลับตาลงช้าๆ....เรื่องราววันนี้เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าพระจันทร์มีอะไรจะกล่าวกับผมหรือคนบนโลกนี้
หรืออาจเป็นความฟุ้งซ่านของคนที่นอนไม่หลับยามจันทร์ส่องคนหนึ่ง

เริ่มด้วยนอนจบด้วยจันทร์
บันมึกนาน 44 นาทีด้วยอารมณ์และความรู้สึก