รศ. พญ. นันทนา ศิริทรัพย์ และ ศ. นพ. ชัยรัตน์ ฉายากุล เลขาธิการและรองเลขาธิการ กสพท. (กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย) เชิญให้ไปบรรยายเรื่องปรับโฉมการศึกษาแพทย์ ที่เชียงใหม่ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑ ชั่วโมง เมื่อตอบรับก็มีการนัดคุยเพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายของการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลจากการเตรียมการณ์ล่วงหน้ากว่า ๒ ปี
แล้วเอกสารของคณะกรรมการย่อย ๕ ชุด ก็มาถึงผม อ่านแล้วก็รู้สึกชื่นชมวิธีทำงานของ กสพท. เป็นอย่างยิ่ง
ได้รับรู้ว่าชื่อของการประชุมครั้งนี้คือ RESHAPING MEDICAL EDUCATION TOWARDS WELL-BEING FOR ALL “Curriculum to Promote Student Well-being” มีการตั้งคณะกรรมการวิชาการ ๕ ชุด โดยกำหนดให้คณะกรรมการวิชาการทั้ง 5 ชุด มีหน้าที่ดำเนินการดังนี้
1. ชุดที่ 1 The Continuum of Medical Education มีหน้าที่ทบทวนความคาดหวังต่อการปฏิบัติงานของบัณฑิตแพทย์ในระบบสุขภาพของประเทศไทย (Reforming on-the-job training for recent graduated) ความต่อเนื่องระหว่าง UG, PG & CPD และการดำเนินการเพื่อให้วิชาชีพยังคงได้รับความไว้วางใจจากสังคม (Trust)
2. ชุดที่ 2 Curriculum Structure to support P1 & P2 well-being มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ต่าง ๆ ต่อไปนี้ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต - Time-based vs outcome-based, Credit bank & credit transfer, Personalized education (including adaptive curriculum), Tackling overcrowded curriculum และการดำเนินการเพื่อให้วิชาชีพยังคงได้รับความไว้วางใจจากสังคม (Trust)
3. คณะชุดที่ 3 Doctor’s Well-being & Leaning Environment มีหน้าที่ดำเนินการในเรื่อง Building learner’s resilience, empathy and compassion, Optimizing learning environment (including policy towards bullying, harassment & mistreatment), Professionalism (including inter-professional practice), Assessing the above outcome และการดำเนินการเพื่อให้วิชาชีพยังคงได้รับความไว้วางใจจากสังคม (Trust)
4. ชุดที่ 4 National Licensing Exam Revisited มีหน้าที่ทบทวนการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม, การดำเนินการเพื่อให้วิชาชีพยังคงได้รับ ความไว้วางใจจากสังคม (Trust) รวมถึงพิจารณาแนวทางการประเมิน health system sciences ใน NLE
5. ชุดที่ 5 Evolving medical education in the era of advanced technology and artificial intelligence มีหน้าที่ดำเนินการในหัวข้อต่อไปนี้ - Impact on patient & public well-being, Impact on health system Impaกรรมการทั้ง ๕ ชุดนั้น ct on medical education, Impact on medical graduate (outcome/learning)
เท่ากับผมได้รับการบ้านอ่านเอกสาร ๕ ชุด ที่จริงๆ แล้วมีกว่า ๑๐ ชุด ที่เมื่ออ่านคร่าวๆ แล้ว ด็เกิดความคิดว่า เรากำลังเข้าสู่สภาพ Healthcare Transformation หรือ Health Systems Transformation ที่ขับเคลื่อนโดยความก้าวหน้าของ Health Technology และ Digital Transformation คำถามคือ เราจะผลิตและพัฒนาแพทย์ให้เป็นผู้ร่วมสร้าง Health Systems Transformation อย่างไร
ผมมีความเห็นว่า คณะกรรมการทั้ง ๕ ชุดนั้น เป็นแพทย์ทางคลินิกและอาจารย์โรงเรียนแพทย์เป็นหลัก ขาดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเชิงระบบของระบบสุขภาพในภาพรวม และระบบสุขภาพปฐมภูมิในภาพหลัก เพราะแพทย์จะต้องทำหน้าที่หนุนการพัฒนาระบบทั้งสองด้วย
คนอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจะขอให้ช่วยให้มุมมองต่อระบบการศึกษาแพทย์ และคุณลักษณะของแพทย์ที่ต้องการในอนาคต เพื่อความครบถ้วน คือนักสังคมศาสตร์การแพทย์ เพราะสุขภาพที่ดีของผู้คนนอกจากขึ้นกับการแพทย์เชิงเทคนิคแล้ว ยังขึ้นกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย แพทย์ที่ดีจึงต้องเข้าใจมิติด้านสังคมวัฒนธรรมด้วย
การประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๐ นี้ เน้นที่สุขภาวะของทุกคน โดยเฉพาะของนักศึกษาแพทย์ โดยเป็นที่รู้กันว่าในปัจจุบันนักศึกษาแพทย์เป็นโรคซึมเศร้าในสัดส่วนที่สูงขึ้นมาก ความเอาใจใส่ต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไปของนักศึกษาแพทย์ ควรได้รับความเอาใจใส่มากกว่าที่เตรียมการณ์กันแล้ว หรือไม่
โรงเรียนแพทย์ควรเข้าไปแสวงความร่วมมือกับหลักหลายฝ่าย เพื่อพัฒนา soft skills ของเยาวชนไทย ก่อนมาเป็นนักศึกษาแพทย์ เพื่อให้ประเทศมีแพทย์ที่มี IDG – Inner Development Goals แข็งแรง หรือไม่
วิจารณ์ พานิช
๒๙ ก.ค. ๖๗