วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ ผมไปเสวนากับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรื่องการพัฒนาคุณธรรมของเยาวชนไทย ที่ผมคิดว่าในภาพใหญ่เรากำลังล้มเหลว ซึ่งแปลว่าที่ดำเนินการอยู่นั้น ได้ผลน้อย หรือไม่ได้ผล และตั้งคำถามต่อได้ว่าที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นการดำเนินการที่ผิดทาง หรือไม่
เรามัก “สอนคุณธรรม” แบบบอกสอน ซึ่งเป็น “การเรียนรู้เชิงรับ” (passive learning) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเด็กสมัยนี้ไม่รับ ไม่ถูกกับจริตของเขา และในด้านหลักการเรียนรู้ ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง
ที่จริงยังมี “คุณลักษณะ” (character) สำคัญใน ศตวรรษที่ ๒๑ อีกจำนวนมากที่สอนแบบบอกสอนไม่ได้ผล แต่จำเป็นต้องช่วยหนุนให้เด็กไทยได้พัฒนาใส่ตัว เอาไว้ใช้เพื่อชีวิตที่ดีในอนาคต และเพื่อเป็นพลังของชาติ โดยต้องจัดการเรียนรู้เชิงรุก
เรื่องของการพัฒนา soft skills กับ “การเรียนรู้เชิงรุก” (Active Learning) จึงมาบรรจบกัน เสริมส่ง (synergy) ซึ่งกันและกัน และการเรียนรู้เชิงรุก เป็นการเรียนรู้เชิงบูรณาการ คือเรียนครบทุกด้านในเวลาเดียวกัน (holistic learning) รวมทั้งด้านคุณธรรมด้วย
โดยมีกรณีตัวอย่างใน การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณค่า (VbE – Values-Based Education) ที่จัดการเรียนรู้แบบ holistic learning ในประเทศไทย มีโรงเรียน Meritton British International School ดำเนินการตามแนวนี้
แก่นของเรื่อง จึงอยู่ที่กระบวนทัศน์ของวงการศึกษาไทยยังอยู่กับการศึกษาแห่งศตวรรษที่ ๑๙ และ ๒๐ ไม่ก้าวข้ามไปสู่การศึกษาแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ยังวัดผลที่ความรู้ผ่านการท่องจำเป็นหลัก ไม่เน้นที่ความคิดระดับบนของ Bloom’s Taxonomy
ผมจึงเสนอให้ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมใหญ่ๆ ระดับนำของประเทศได้สัมผัสรูปแบบการเรียนรู้และการประเมินยุคใหม่ ใน Thai PILA Workshop เพื่อให้ท่านกลับมาร่วมกันคิดต่อ ว่าจะเปลี่ยนขาดการเรียนการสอนและการประเมินของระบบการศึกษาไทยอย่างไร เพื่อให้คุณภาพการศึกษาไทยฟื้นภายใน ๑๐ ปี และเรื่องคุณธรรมก็จะบูรณาการอยู่ในระบบด้วย ไม่แยกเป็นอีกเรื่องหนึ่งอย่างในปัจจุบัน
ปฐมเหตุของความล้มเหลวของการพัฒนาคุณธรรมในนักเรียนไทย ในสายตาของผม คือ เพราะไม่บูรณาการเรื่องคุณธรรมอยู่ในการเรียนการสอนตามปกติ ไม่บูรณาการอยู่ในการเป็น role model ของครู อย่างที่ใช้อยู่ในโรงเรียน VbE และการเรียนรู้ในโรงเรียนไทยยังไม่เป็นการเรียนรู้เชิงรุกอย่างแท้จริง แบบที่ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงตามใน Bloom’s Taxonomy ใส่ตัว
จะแก้ปัญหานี้ให้แก่บ้านเมืองได้ ต้องปฏิรูปการเรียนรู้อย่างแท้จริง เป็นการเปลี่ยนขาด (transform) ๔ มิติ ในระบบการศึกษา คือ (๑) มิติกระบวนทัศน์ (๒) มิติการจัดกระบวนการเรียนรู้ (๓) มิติการประเมินผล และ (๔) มิติของการบริหารจัดการ
ทั้งหมดนี้ เป็นการสะท้อนคิดเตรียมตัวไปเป็นวิทยากร โดยประเด็นจากการประชุมจะอยู่ในอีกบันทึกหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๓ มิ.ย. ๖๗