ผมเชื่อว่า..คุณค่าของคน ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การสร้างอะไรดีๆไว้ไห้แผ่นดินถิ่นอาศัย ขาดทุนก็จะเป็นกำไรในภายภาคหน้า และนี่คือที่มาของเพลง “บ้านป่า”ที่ผมรัก และต้องการแบ่งปันให้ทุกท่านได้รับฟัง

บ้านป่า..

         หากเรารักสิ่งใดแล้วใกล้ชิดสิ่งนั้น มันจะกลายเป็นความผูกพัน แยกจากกันไม่ได้ อยากอยู่ใกล้เพื่อจะได้ชิดเชยชม ให้สมกับความรักที่เรามอบให้...

          ดังเช่น ธรรมชาติรอบกาย..หลายสิ่งหลายอย่างที่เราตกหลุมรัก แม้จะอยู่ห่างไกล เดินทางไปด้วยความยากลำบาก แต่เราก็สู้อุตส่าห์ฝ่าฟัน เพียงเพื่อสัมผัสและสูดกลิ่นไอแห่งความเย้ายวน

          ขุนเขา ป่าไม้ ลำธารและท้องทุ่ง คือความศิวิไลซ์ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง ที่หลายคนโหยหา อยากเห็นและต้องการให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน เพื่อให้เป็นมรดกของลูกหลานและแผ่นดินสืบไป

          การเดินทางมาค่อนชีวิตของผม แทบไม่ยากเย็นเลยกับการใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว นับตั้งแต่รับราชการที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

          อำเภอที่เงียบสงบและวังเวง เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา วันหยุดสุดสัปดาห์มองเห็นแต่ต้นไม้กับเสาไฟฟ้า ตอนเย็นๆผมจะพาลูกอายุ ๒ ขวบ ใส่รถเข็นเพื่อป้อนข้าว แล้วมองทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า ที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน

          เบื้องล่างเป็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ที่เวิ้งว้างและบางช่วงก็คดเคี้ยวไปตามซอกหลืบของภูเขาและพงไพร กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตระการตายิ่งนัก 

          ครั้งหนึ่ง ที่เคยมีโชคชะตาและวาสนาเสริมส่ง ได้มีโอกาสนั่งเรือเร็วของการไฟฟ้าเขื่อนศรีฯ นำพา ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาฯสปช.(เดิม) และคณะผู้บริหารของจังหวัด ไปเตรียมการรับเสด็จฯ ที่โรงเรียนบ้านน้ำพุ

          เมื่อมองสองฟากฝั่งของอ่างเก็บน้ำและพื้นที่โดยรอบ พบสภาพป่ายังคงอยู่ ก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับการสร้างเขื่อน เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักเมื่อขึ้นจากเรือ แล้วนั่งเกวียนต่อไปอีกราว ๓๐ นาที

          ถนนดินที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่สองข้างทางยังคงเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์ บ่งบอกว่าชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ไม่ทำลายล้างเหมือนพื้นที่ป่าบางแห่งที่มีนายทุนคอยบุกรุกอยู่ร่ำไป

          ตั้งแต่ช่วงชีวิตนั้นเป็นต้นมา ผมจะติดตาตรึงใจมาตลอด อยู่ที่ไหนก็ปลูกป่า มาอยู่โรงเรียนเล็กๆ ก็ปลูกต้นไม้จนแทบไม่มีที่จะปลูก ผมมักจะสวนกระแสของโลกการศึกษา ที่เขาจะพัฒนาคุณภาพกัน โดยเริ่มต้นที่การตัดต้นไม้ก่อนเสมอ 

          ผมมาตั้งรกรากอย่างเป็นหลักแหล่ง ถือว่าเป็นทางการของชีวิตแล้ว ที่ทุ่งดินดำรีสอร์ท ปลูกบ้านเล็กๆในป่าอันยิ่งใหญ่ของใครไม่รู้นับพันไร่ ของผมแค่ ๓ ไร่ มองออกไปโดยรอบ ๓๖๐ องศา ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากต้นไม้นานาชนิด

          ที่สุดแล้ว..ชีวิตหลังเกษียณ ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องราวของป่า ผมพัฒนาพื้นที่โคกหนองนา สร้างสวนป่าตามความฝัน อยู่และเห็นทุกวัน ไม่เคยเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย

          ผมจะไม่เน้นไม้ผล ขอแค่ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาและถ่ายเทอากาศที่บริสุทธิ์ออกมา ให้ตนเองและครอบครัว ตลอดจนชุมชนสิ่งแวดล้อม ผมยอมสละเวลาและเงิน เพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ให้คงอยู่

          ผมเชื่อว่า..คุณค่าของคน ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การสร้างอะไรดีๆไว้ไห้แผ่นดินถิ่นอาศัย ขาดทุนก็จะเป็นกำไรในภายภาคหน้า และนี่คือที่มาของเพลง “บ้านป่า”ที่ผมรัก และต้องการแบ่งปันให้ทุกท่านได้รับฟัง

          อาจฟังดูไม่ไพเราะถูกใจ แต่รับรอง...หากหลับตาและจินตนาการไป จะรักป่ามากขึ้นอย่างแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๑  กรกฎาคม  ๒๕๖๗