ทูตชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๑๐. ทูตชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๖๐)
ว่าด้วยทุกชีวิตเป็นทูตของท้อง
(บุรุษโลเลคนหนึ่งได้เห็นวิธีเสวยพระกระยาหารของพระเจ้าโภชนสุทธิกโพธิสัตว์ ตกอยู่ในอำนาจของความอยาก จึงกล่าว ๒ คาถาทูลว่า)
[๒๘] สัตว์ทั้งหลายที่ตกอยู่ในอำนาจของตัณหาไปยังสถานที่ไกล เพื่อจะขอแม้กับคนที่เป็นศัตรูเพื่อประโยชน์แก่ท้องใด ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธข้าพระองค์เลย
[๒๙] มนุษย์ทั้งหลายตกอยู่ในอำนาจของท้องใดทั้งกลางวันกลางคืน ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพรถ ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธข้าพระองค์เลย
(พระราชาได้สดับคำของบุรุษนั้นแล้ว จึงตรัสว่า)
[๓๐] พ่อพราหมณ์ เราจะให้โคแดงสัก ๑,๐๐๐ ตัว พร้อมกับโคจ่าฝูงแก่ท่าน เพราะทูตจะไม่ให้แก่ทูตได้อย่างไร แม้เราก็เป็นทูตของท้องนั้นเหมือนกัน
ทูตชาดกที่ ๑๐ จบ
สังกัปปวรรคที่ ๑ จบ
----------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
ทูตชาดก
ว่าด้วย ทุกชีวิตเป็นทูตของท้อง
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุโลเลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มี ดังนี้.
เรื่องจักมีแจ้งในกากชาดก นวกนิบาต.
ก็พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุรูปนั้นมาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอเป็นผู้โลเลเหลาะแหละเฉพาะในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อน เธอก็เป็นผู้โลเลเหลาะแหละ ก็เพราะความเป็นผู้โลเลเหลาะแหละ เธอจวนจะถูกตัดศีรษะด้วยดาบ. แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เป็นโอรสของพระเจ้าพรหมทัตนั้น พอเจริญวัยก็ได้เล่าเรียนศิลปศาสตร์ทั้งปวงในเมืองตักกสิลา พอพระชนกล่วงลับไป ก็ได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ได้เสวยโภชนะอันบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงมีพระนามว่า พระเจ้าโภชนสุทธิกราช.
ได้ยินว่า พระองค์ทรงดำรงอยู่ในวิธีการเห็นปานนั้น เสวยพระกระยาหารซึ่งมีภาชนะใบหนึ่งสิ้นเปลืองค่าถึงแสนกหาปณะ
อนึ่ง เมื่อเสวยก็ไม่เสวยภายในพระราชมณเฑียร เพราะมีพระประสงค์จะให้มหาชนผู้ได้เห็นวิธีการเสวยของพระองค์ได้กระทำบุญ จึงให้สร้างรัตนมณฑปที่ประตูพระราชวัง เวลาจะเสวยก็ให้ประดับประดารัตนมณฑปนั้น แล้วประทับนั่งบนราชบัลลังก์อันล้วนด้วยทองคำภายใต้เศวตฉัตร แวดล้อมด้วยนางกษัตริย์ทั้งหลาย จึงเสวยพระกระยาหารอันมีรสซึ่งมีค่าถึงแสนกหาปณะ ด้วยภาชนะทองอันมีค่าแสนกหาปณะ.
ครั้งนั้น มีบุรุษโลเลคนหนึ่งได้เห็นวิธีเสวยพระกระยาหารของพระราชานั้น อยากจะบริโภคโภชนะนั้น เมื่อไม่สามารถจะอดกลั้นความอยากได้ คิดว่าอุบายนี้ดี จึงนุ่งผ้าให้มั่นคงแล้วยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ร้องเสียงดังๆ ว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เราเป็นทูต พลางเข้าไปเฝ้าพระราชา.
ก็สมัยนั้น ในชนบทนั้น ใครๆ ย่อมห้ามคนที่กล่าวว่า เราเป็นทูต เพราะฉะนั้น มหาชนจึงแยกออกเป็นสองฝ่ายให้โอกาส. บุรุษผู้นั้นรีบไปคว้าเอาก้อนภัตรก้อนหนึ่งจากภาชนะทองของพระราชาใส่ปาก.
ลำดับนั้น ทหารดาบชักดาบออกด้วยหมายใจจักตัดหัวของบุรุษนั้น. พระราชาตรัสห้ามว่า อย่าประหาร แล้วตรัสว่า เจ้าอย่ากลัว จงบริโภคเถอะ แล้วทรงล้างพระหัตถ์ ประทับนั่ง และในเวลาเสร็จสิ้นการบริโภค พระราชาให้ประทานน้ำดื่มและหมากพลูแก่บุรุษผู้นั้น แล้วตรัสถามว่า บุรุษผู้เจริญ เจ้ากล่าวว่าเป็นทูต เจ้าเป็นทูตของใคร.
บุรุษนั้นกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์เป็นทูตของตัณหา ตัณหาตั้งข้าพระองค์ให้เป็นทูตแล้วบังคับส่งมาว่า เจ้าจงไป ดังนี้แล้ว
ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาแรกว่า :-
สัตว์เหล่านี้ย่อมไปสู่ประเทศอันไกล หวังจะขอสิ่งของตามแต่จะได้ เพื่อประโยชน์แก่ท้องใด ข้าพระองค์เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ขอพระองค์อย่าได้ทรงพิโรธแก่ข้าพระองค์เลย.
อนึ่ง มาณพทั้งหลาย ย่อมตกอยู่ในอำนาจของท้องใด ทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าพระองค์ก็เป็นทูตของท้องนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพขอพระองค์อย่าได้ทรงพิโรธแก่ข้าพระองค์เลย.
พระราชาได้ทรงสดับคำของบุรุษนั้นแล้วทรงพระดำริว่า ข้อนี้จริง สัตว์เหล่านี้เป็นทูตของท้อง เที่ยวไปด้วยอำนาจตัณหา และตัณหาก็ย่อมจัดแจงสัตว์เหล่านี้ บุรุษผู้นี้กล่าวถ้อยคำเป็นที่ชอบใจเรายิ่งนัก จึงทรงโปรดบุรุษผู้นั้น.
ตรัสพระคาถาที่ ๓ ว่า :-
ดูก่อนพราหมณ์ เราจะให้โคสีแดงพันตัวพร้อมทั้งโคจ่าฝูงแก่ท่าน แม้เราและสัตว์ทั้งมวลก็เป็นทูตของท้องทั้งสิ้น เพราะเราก็เป็นทูต ไฉนจะไม่ให้สิ่งของแก่ท่านผู้เป็นทูตเล่า.
ก็แหละครั้นตรัสอย่างนี้แล้วทรงมีพระทัยยินดีว่า บุรุษผู้เช่นท่านนี้แลให้เราได้ฟังเหตุที่ไม่เคยฟัง จึงได้ประทานยศใหญ่แก่บุรุษผู้นั้น.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ ประชุมชาดก ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้โลเลดำรงอยู่ในอนาคามิผล ชนเป็นอันมากได้เป็นพระโสดาบันเป็นต้น.
บุรุษผู้โลเลในกาลนั้น ได้เป็นภิกษุผู้เหลาะแหละในบัดนี้
ส่วนพระเจ้าโภชนสุทธิกราช ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาทูตชาดกที่ ๑๐
-----------------------------------------------------