วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ผมเข้าร่วมประชุม Core Team R2R ตามปกติ แต่ผลจากการประชุมที่ใช้เวลาไม่ถึง ๒ ชั่วโมงนี้ พิเศษมาก
ที่พิเศษก็เพราะหลายองค์ประกอบมาบรรจบกัน
- องค์ประกอบของผู้เข้าร่วมประชุม ที่มีจริตร่วมกัน ในการแสวงหาโอกาสสร้างความเจริญให้แก่องค์กร ซึ่งในที่นี้คือ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และแก่บ้านเมืองของเรา จริตของคนที่ลงมือทำ หาโอกาสทำสิ่งใหม่ๆ
- องค์ประกอบของบรรยากาศการประชุมที่เป็นทางการนิดหน่อย ไม่เป็นทางการมากกว่าหลายเท่า เป็นการประชุมแบบสานเสวนา (dialogue) ไม่ใช่อภิปราย (discussion) หรือโต้วาที (debate) มีการนำเสนอข้อติดขัดในการทำงานพัฒนาที่มีความซับซ้อน เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่อยู่ภายใต้การบริหารของต่างหน่วยงาน ที่คนแก่ผ่านโลกมามากหน่อยอย่างผมได้ฟังก็มองทะลุ และสนับสนุนว่าให้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการ steering ที่ถือเป็นคณะกรรมการอำนวยการ R2R ของคณะ แต่ก่อนหน้านั้นให้ไปปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสียก่อน เพื่อเตรียมทำความเข้าใจเป้าหมายยิ่งใหญ่ของเรื่อง และปูพื้นบรรยากาศสร้างสรรค์ ไม่มีการบ่น หรือตำหนิปัญหาในอดีต
- องค์ประกอบของคนที่มีจริตแตกต่างกันมาประชุมกัน แล้วเกิดปฏิสัมพันธ์เชิงบวก เพราะในที่ประชุมมีการสร้างบรรยากาศเชิงบวก
Pain point ที่มีการนำมาหารือกัน คืองาน R2R ที่มีเป้าหมายพัฒนาระบบงานบริการของศิริราชเอง เป็นงาน “ข้ามแดน” คือแดนวิจัย กับแดนบริการ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของต่างรองคณบดี ต่างกลไกบริหารงาน ดังนั้นผลงานวิจัย R2R ในอดีตที่ทำเสร็จแล้ว จึงไม่มีกลไกนำสู่การพัฒนาระบบงานบริการ ได้ผลงานเพียงการตีพิมพ์เผยแพร่
เรื่องหนึ่งของการหารือจึงจะนำสู่ชื่อบันทึกนี้ คือ R2R to R2R – Routine to Research to Research to Routine คือการทำให้งาน R2R ส่งผลเปลี่ยนระบบงานประจำบางเรื่อง ให้ก่อผลดีต่อผู้รับบริการยิ่งขึ้น ซึ่งก็คือกระบวนการพัฒนาคุณภาพงานนั่นเอง
จึงเท่ากับ เรากำลังหมุนวงจร R2R2Q (Q = Quality)
ที่จริงการประชุมวันนี้นำสู่เรื่องใหญ่อีกหลายเรื่อง เช่น (๑) นักศึกษากับการฝึกงาน R2R (๒) Meta-R2R ด้านบริการโรงพยาบาลในประเทศไทย (๓) รางวัล R2R ประเทศไทย
ผมตีความว่า การประชุมที่จัดอย่างถูกต้องเหมาะสม ย่อมนำสู่การสร้างสรรค์ เป็น M2C – Meeting to Creativity
วิจารณ์ พานิช
๑๕ พ.ค. ๖๗