เมื่อน้องรักไปเรียนที่จีน และไปทำงานแถวท่าเรือเซินเจิ้น น้องบอกว่า “มันใหญ่กว่าท่าเรือแหลมฉบังสามชั่วโคตร”
รูปที่สองน้องกำลังไปสะพานมาเก๊า ทำให้คิดถึงสมัยเรียนสองเรื่อง
เรื่องแรก ครั้งเรียนปริญญาตรีอยู่ชั้นปีที่ 3 ได้มีโอกาสไปฝึกงานที่ท่าเรือแฉลมฉบัง กับบริษัทท่าเรือของญี่ปุ่น ยอมรับว่าได้ประสบการณ์เยอะมากจากการไปเรียนรู้ที่นั่น ได้อยู่ฝ่ายจัดซื้อ เรียนรู้การจัดทำประกาศประมูลรถหัวลาก ทำสัญญาซื้อขาย และได้ลงไปท่าเรือ ได้ขึ้นเรือแม่จากฟิลิปปินส์ ได้เห็นการจัดการเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ (ใหญ่มาก) โอ้วว เปิดโลกมาก … และยังคิดมาจนถึงทุกวันนี้ว่า “ทำไมเราไม่ได้เรียนวิชาจัดซื้อ” และควรจะฝึกปรือ “ภาษาอังกฤษ”
เรื่องถัดมา เราเคยไปฮ่องกง มาเก๊า เซินเจิ้น ตอนเรียนอยู่ปี 4 ไปเห็นถึงความเจริญของ 3 วัฒนธรรม ทั้งบนเกาะและจีนแผ่นดินใหญ่ คราวนั้นก็ทำให้เราเปิดโลกมาก ๆ เช่นกัน ได้เห็นจีน 3 เขตปกครอง และความยิ่งใหญ่ แต่คนไทยมีภาพจำเชิงลบต่อจีน … จีนแผ่นดินใหญ่ พัฒนาไปมากในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดด เพียงแต่เป็นประเทศปิด และข้อมูลต่าง ๆ ไม่ค่อยได้เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือต่อให้เผยแพร่ ก็ไม่เท่าได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง
การเดินทางไปเรียนรู้โลกกว้างแต่ละครั้ง ทำให้เราได้เห็น จดจำ และนำบางอย่างมาพัฒนาในมิติแห่งตน … ดั่งผญาที่ว่า “คันบ่ออกจากบ้าน บ่เห็นด่านแดนไกล คันบ่ไปหาเฮียน กะบ่มีควมฮู้”
โลกจึงกว้างและแคบมาก คล้าย ๆ ใจและความรู้สึกนึกคิดนี่แหละ
17 มิถุนายน 2567
วันเปิดภาคการศึกษา 1/2567 ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

