"การเลือก สว. ที่ “ซับซ้อนที่สุดในโลก”

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ 200 คน ด้วยระบบใหม่ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกของไทยและของโลก ด้วยกติกาที่ผู้จัดการเลือกตั้งออกมายอมรับว่า “ซับซ้อนที่สุดในโลก”
การเลือก สว. ชุดใหม่เป็นไปตามบทบัญญัติหลักของรัฐธรรมนูญ และมีจำนวนลดลงเหลือ 200 คน โดยจะใช้ระบบ “เลือกกันเอง” ของแต่ละกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม และ “เลือกแบบไต่ระดับ” จากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น ยังให้มีการ “เลือกไขว้กลุ่ม” ในแต่ละระดับด้วย
สำนักงาน กกต. เคยทดสอบระบบเลือก สว. กลุ่มอาชีพ อย่างไม่เต็มรูปแบบเมื่อปี 2561 โดยจัดให้มีการเลือก สว. 10 กลุ่มอาชีพ เพื่อเฟ้นหา สว. 200 คน ก่อนส่งรายชื่อให้ คสช. เคาะเหลือ 50 คนสุดท้าย
ผลปรากฏว่ามีผู้สมัครเพียง 7,210 คน ห่างไกลเป็นอย่างมากจากเป้าหมายที่ กกต. ตั้งเอาไว้ 1 แสนคน ทำให้นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ในขณะนั้น ออกมาระบุว่า นี่เป็นการเลือก สว. ที่ "เงียบที่สุดในโลก"
ในระหว่างจัดประชุมให้ความรู้แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับ “สาระรอบรู้เรื่อง สว. ปี 2567” วันนี้ (4 มี.ค.) เป็นอีกครั้งที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ออกมาคาดการณ์ว่าจะมีผู้สมัคร สว. ราว 1 แสนคน ไม่น้อยกว่านั้น โดยประเมินตามฐานวิธีการสมัคร
ขณะนั้นไม่เป็นที่ตื่นเต้น เพราะไม่ใช่การเลือกเต็มรูปแบบ เป็นการเลือกแบบบทเฉพาะกาล ตอนปี 2561 เป็นการเลือกรอบเดียวให้เหลือ 200 คน แล้วส่ง คสช. เลือกเป็น สว. 50 คน แต่ครั้งนี้เต็มรูปแบบ ปัจจัยการเลือกจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
คราวที่แล้วไม่ได้ ‘เงียบที่สุดในโลก’ ถ้าจะพูดอย่างนั้นต้องทราบว่าในโลกนี้มีการเลือกที่เงียบกว่าเราไหม จริง ๆ แล้วเราก็พยายามประโคมข่าวให้มากที่สุด แต่ความสนใจของประชาชน ณ เวลานั้นมีไม่เยอะเท่าที่เราคาดการณ์ไว้” ประธาน กกต. ตอบคำถามบีบีซีไทย โดยไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนว่าจะปรับปรุงแนวการทำงานอย่างไร เพื่อให้ผู้สมัคร สว. เข้าเป้า 1 แสนคน

เลือกแต่ละระดับ คัดคนเข้า-ออกเท่าใด
เหตุที่ กกต. คาดการณ์ว่าจะมีผู้สมัครนับแสน เพราะประเมินจากขั้นตอนการเลือก สว. 3 ระดับ (ดูรายละเอียดในแผนภาพที่จัดทำโดยสำนักงาน กกต.) โดยแต่ละระดับจะมีผู้ผ่านเข้ารอบเป็นจำนวน ดังนี้
ระดับอำเภอ: มี 928 อำเภอทั่วไทย มี 20 กลุ่มอาชีพ คนที่จะหลุดเข้ารอบต่อไปได้ต้องเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกของกลุ่ม รวมเป็นจำนวน 55,680 คน (สูตร 20x3x928 = 55,680)
ระดับจังหวัด: มี 77 จังหวัดทั่วไทย มี 20 กลุ่มอาชีพ คนที่จะหลุดเข้ารอบต่อไปได้ต้องเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของกลุ่ม รวมเป็นจำนวน 3,080 คน (สูตร 20x2x77 = 3,080)
ระดับประเทศ: คนที่จะได้เป็น สว. ต้องเป็นผู้ได้คะแนนลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่มอาชีพ รวม 200 คน (สูตร 20x10 = 200) ส่วนผู้มีคะแนนลำดับที่ 11-15 จะอยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มอาชีพนั้น ๆ รวม 100 คน (สูตร 20x5 = 100)

การเลือก สว. 200 คน เป็นการ “เลือกโดยผู้สมัคร ไม่ใช่เลือกโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป” โดยผู้สนใจต้องไปสมัครด้วยตนเอง ซึ่งสามารถสมัครได้เพียงกลุ่มอาชีพเดียวและอำเภอเดียวเท่านั้น
ข้อห้าม-ข้อจำกัดในการเลือก สว.
หนึ่งใน “กฎเหล็ก” ที่ผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกเป็น สว. จำเป็นต้องรู้คือ “ห้ามหาเสียง” ทำได้เพียงออกข้อความแนะนำตัวภายใน 1 หน้ากระดาษเอสี่และในเฟซบุ๊ก ตามระเบียบของ กกต.
คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้ามชิงเก้าอี้ สว.
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีในวันที่สมัครรับเลือก
มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี
มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่ลงสมัครรับเลือก, มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของอำเภอที่ลงสมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันที่สมัคร, เคยทำงานอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันที่สมัคร, เคยทำงานหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี, เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา
ส่วนลักษณะต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครชิงเก้าอี้ สว. มีถึง 26 ประการ อาทิ
เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
เป็นข้าราชการ
เคยเป็น สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560
เป็นหรือเคยเป็น สส. เว้นแต่พ้นจากการเป็น สส. มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือก
เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือก
เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่พ้นจากการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. สว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ในคราวเดียวกัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ
ไม่กล้าให้ความเห็นท่เห็นด้วย เพราะไม่มีทางแก้แน่นอนครับ…วิโรจน์ ึครับ