Title/Theme :  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6   
                         ทรงก่อตั้งดำเนินการ โรงเรียนเพาะช่าง 3 มิติการศึกษา 
                         แผนกการศึกษา แผนกโรงงาน แผนกการค้า
                         ต้นธารงานเทศกาลฤดูหนาวและงานศิลปหัตถกรรมของประเทศ
                    
Artist / Author : วิรัตน์ คำศรีจันทร์  Wirat Kamsrichan 
Size and Dimension :  46 x 61 เซนติเมตร
Date / Time : 23 ตุลาคม 2566 
Collector ผู้สะสมดูแล : บ้านสังคมศิลป์ สันป่าตอง เชียงใหม่ เผยแพร่วงกว้างหลายช่องทางแล้ว และจัดแสดงให้ชมตามวาระ
Technic / Methodology : สีน้ำ บนกระดาษ BAOHONG 300 gram. Artist and Professional  Used Water Colour Paper พัฒนาข้อมูล ออกแบบองค์ประกอบแนวคิด จัดองค์ประกอบศิลป์ สร้างสรรค์จินตภาพจากข้อมูล และแสดงนัยสำคัญที่สามารถสะท้อนยึดโยงกับเหตุการณ์และปรากฏการณ์ในบริบททางสังคมร่วมสมัยที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งของสังคมไทยและสังคมโลก เสริมพลังการเกิดวงจรการใคร่ครวญ สื่อสาร สรรสารัตถะเนื้อหาในแหล่งข้อมูลบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่จะส่งเสริมการรวบรวมและส่งเสริมการเกิดวงจรมุขปาฐะด้วยพหุลักษณ์ข้อมูล เพิ่มพูนความหนักแน่น รวมทั้งก่อเกิดบรรยากาศแวดล้อมให้วาระการตกผลึกในภูมิชีวิตสังคม สะท้อนผสานภูมิวิทยาการภายนอกสู่วาระความงอกงามชุดใหม่ๆ เสริมพลังศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ในการพลวัตมิติต่างๆของสังคม เสริมพลังยกระดับการก่อเกิดมณฑลแห่งการสรรสร้างความงอกงามทางสังคมด้วยพหุลักษณ์แห่งปัญญาวิทยาการ ด้วยภาคศิลปะสุนทรียปัญญาทุนทางสังคม และพหุปัญญาหยั่งสะท้อนภูมิชีวิต เสริมสร้างสิ่งประจักษ์จากทุนพัฒนาการสั่งสมจากฐานรากของสังคม และสิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นปัจจัยแห่งโอกาสและเป็นพลังแห่งการนำการพลวัตอย่างใหม่ของสังคม ได้อย่างดียิ่งๆขึ้น 

Narrative Brief and Conceptualization 

การก่อตั้งโรงเรียนเพาะช่าง เริ่มต้นในห้วงการแผ่มาถึงอิทธิพลของมหาอำนาจจักรวรรดินิยมของโลกสู่ทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมไปจนถึงทั่วเอเชีย สานความต่อเนื่องมานับแต่การวางแนวพระราชดำริและทรงริเริ่มวางพื้นฐานแล้วหลายด้านของพระบาทสมเด็นพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งการอ้างเข้าครองอาณานิคมในนามของการจัดระบบสังคมแห่งอารยะของประเทศมหาอำนาจเหนือประเทศที่ต่อมาตกเป็นอาณานิคมในยุคนั้นก็ประการหนึ่งก็คือ การแสดงความเป็นผู้นำปลดปล่อยประเทศล้าหลังให้เปิดสู่ความทันสมัย ก้าวหน้า เป็นอารยะประเทศ ทั้งเศรษฐกิจการค้าทรัพยากรที่มีกับตลาดโลก การล้มล้างระบบการปกครองรวมศูนย์ที่ล้าหลัง การศึกษา การสร้างเมือง ศิลปะและวัฒนธรรม และอีกหลาย ซึ่งแทนที่จะต่อแบบทำสงครามเผชิญหน้ากับประเทศมหาอำนาจ แต่ประเทศไทยโดยรัชกาลที่ 5 กลับดำเนินพระราโชบายและระดมสร้างสังคมในอีกหลายด้านอย่างแยบคาย ทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกและมหาอำนาจจักรวรรดินิยมในยุคนั้น ไม่สามารถอ้างเข้าครองเมหือนดังที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆได้ หนึ่งในจำนวนั้น ก็คือ การสร้างศิลปวิทยาการสมัยใหม่ และทำให้สิ่งแสดงความสูงส่งด้วยเอกลักษณ์ของชาติในศิลปะ วัฒนธรรม การสร้างบ้านเมือง และศิลปการช่าง ปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ 

ได้มีการระดมนายช่าง ผู้มีภูมิปัญญา มีฝีมือ มีความฉลาดรอบรู้ เป็นปราชญ์แห่งภูมิปัญญาขั้นสูงทุกด้านของประเทศ ให้ได้ร่วมกันวางพื้นฐานการศึกษาและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นอย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้เปิดรับวิทยาการและสร้างความร่วมมือกับผู้นำที่ก้าวหน้าที่สุดในยามนั้นของโลก โดยมีปราชญ์ขาวไทยนำทีมและร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาการต่างๆขึ้นร่วมกับปราชญ์ชาวต่างประเทศ อีกทั้งได้ส่งคนไทยกระจายไปศึกษาวิทยาการต่างๆ กับต่างประเทศ ทั้งในยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น

ได้ออกแบบและสร้างพระที่นั่งอนันตัสมาคม ให้เห็นถึงมหาสถานอันแสดงระบบการปกครองและบริหารประเทศอย่างก้าวหน้า ใช้หินอ่อนจากอิตาลี ทำโดมทองแดง 5 โดมบนหลังคาพระที่นั่งด้วยวิทยาการของเยอรมัน สร้างงานศิลปะแสดงอารยธรรมของประเทศด้วยวิทยาการและรูปแบบที่ก้าวหน้าที่สุดของโลก ในการก่อตั้งโรงเรียนเพาะช่าง ได้แสดงให้เป็นที่ปรากฏถึงการมีรากฐานและระบบอันแข็งแรงในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และจรรโลงความเจริญก้าวหน้าของศิลปะการช่าง และศิลปวิทยาการชั้นสูงของประเทศ ให้แผ่กระจายไปสู่ทุกด้านและทุกกลุ่มชนของสังคม อาคารเรียนของเพาะช่างเมื่อแรกก่อตั้ง เป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ โค้งยาว งดงาม ดังที่เหลือส่วนหนึ่งเป็นอาคารด้านหน้าของโรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย ดังปัจจุบัน 

แต่อาคารที่ออกแบบและสร้างขึ้นเองด้วยแบบฉบับการเปิดสู่โลกกว้างของประเทศ ในส่วนที่ใช้ดำเนินการในระยะแรกของโรงเรีบนเพาะช่างนั้น ได้เสียหายไปจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารที่สร้างขึ้นใหม่และใช้ดำเนินการมาจนถึงปัจุบัน ออกแบบและดูแลก่อสร้างขึ้นโดย ศาสตราจารย์พิเศษประกิต (จิตร) บัวบุศย์ ครูศิลปะของเพาะช่าง และถือเป็นอาคารแบบฉบับยุคแรกของสถาปัตยศิลป์และศิลปสมัยใหม่ ที่แสดงการผสมผสานแบบศิลปะไทยกับศิลปะสมัยใหม่ของโลก     

การสร้างบ้านแปงเมืองและดำเนินการต่างๆเป็นจำนวนมากดังกล่าว นอกจากข้ออ้างเข้าครองและจัดระบบต่างๆให้ใหม่เพื่อสร้างความเป็นอารยประเทศให้กับประเทศอาณานิคมต่างๆ ของประเทศมหาอำนาจ จะไม่สามารถใช้อ้างกับสยามและประเทศไทยได้แล้ว สิ่งที่สร้างและดำเนินการขึ้น รวมทั้งโรงเรียบนเพาะช่างและระบบการจรรโลงศิลปะการช่างให้แผ่กระจายไปทั้งสังคมนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทุกประเทศมหาอำนาจต่างก็ประจักษ์แจ้งแก่ตนเองว่ามีความเป็นระบบและเจริญก้าวหน้ามากกว่าที่ได้สร้างขึ้นในประเทศอาณานิคมต่างๆเสียอีก อีกทั้งหลายอย่าง ดังเช่นศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะการช่าง แหล่งแสดงระบบการสร้างสังคมอย่างอารยะนั้น ก็ก้าวหน้าทัดเทียมไม่น้อยไปกว่าประเทศมหาอำนาจของโลกทุกประเทศเสียอีก อีกทั้ง ได้มีพระราชดำรัสของพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียที่ถ่ายทอดสู่วารสาร L'ILLUSTRATION บรรยายใต้พระบรมฉายาลักษณ์คู่กันเป็นพระสหายกับรัชกาลที่ 5 อันมีความหมายว่าสยามและประเทศไทยไม่ใ่ช่ประเทศอาณานิคมล้าหลัง แต่เป็นประเทศอารยะและเป็นมิตรประเทศกับมหาจักรวรรดิแห่งยุโรปเสียอีก ก็ยิ่งเสริมส่งให้เป็นที่ยิ่งเกรงใจ อ้างเข้าครอง ผนวกเป็นประเทศใต้อาณานิคม และจัดระบบต่างๆให้ใหม่ไม่ได้ นับเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ยังคงเอกราชและความเป็นตัวของตัวเองมาได้ จนถึงทุกวันนี้

กล่าวได้ว่า เป็นพลังคานสมดุลมหาอำนาจยุคจักรวรรดินิยมด้วยศิลปะการช่าง และเป็นพลังอำนาจที่ไม่คุกคามเผชิญหน้า หยั่งสะท้อนวิวัฒนาการสั่งสมยาวนาน เป็นสิ่งแสดงฐานรากความเป็นตัวของตัวเอง ให้ระเบียงทรรศน์ต่อการเห็นปรากฏการณ์และสภาวการณ์ต่างๆในโลกกว้างจากภูมิปัญญามีชีวิตบนความเป็นตัวของตัวเองของสังคมไทย ที่แบ่งปันและนำพลวัตในมิติใหม่ๆแก่สังคมต่างๆได้

ประเด็นใคร่ครวญสนทนา การผุดหัวข้อสื่อการสนทนา  
เสวนา ศึกษาค้นคว้า สรรพลวัตพหุปัญญา
Theme / Prompt to Trans-Dialogue / Integrated and Trans-
Creating Critical Content and Wisdom Praยุคแรกctice / Sharing Issues :

  • ประเด็นแนวคิดและวาระก่อเกิดบทสนทนาในเนื้อหาใหม่ของสังคม ในการส่งเสริมวิวัฒนาการและปฏิสัมพันธ์ สะท้อนยึดโยงกับภาคเศรษฐกิจัสงคมและภาคการพัฒนาอื่นๆ บนความจำเป็นและพลวัตความเป็นจริงของสังคมร่วมสมัย ของภาคสร้างสรรค์ ศิลปะการช่าง ศิลปกรรม ศิลปสุนทรียปัญญา สื่อศิลปะ สื่อบันเทิง สื่อประยุกต์ศิลป์ วรรณกรรม การจัดแสดง  
  • การพัฒนาศิลปวิชาการ ศิลปะสุนทรียปัญญา ผสมผสานและบูรณาการความลงตัว พอดี จากฐานการวิเคราะห์เชิงทฤษฎีสุนทรียศาสตร์ ซึ่งอาศัยฐานทฤษฎีการวิเคราะห์ภายนอก ด้วยพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงปรนัยภววัตถุวิสัย (Objectivity) กับการวิพากษ์เชิงสะท้อนองค์ประกอบสุนทรียปัญญาด้วยฐานพหุลักษข้อมูลประสบการณ์เชิงประจักษ์ของศิลปินและผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งเป็นฐานทฤษฎีการวิเคราะห์และวิพากษ์ทบทวนภายใน แต่ผสมผสานและบูรณาการทั้งพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงปรนัยภววัตถุวิสัย (Objectivity) ฐานโลกทัศน์ภายนอกสู่ภายใน และพหุลักษณ์ข้อมูลเชิง จิตอัตนัยวิสัย (Subjectivity) ฐานโลกทัศน์ภายในสู่ภายนอก ให้เห็นองค์ประกอบใหม่ของการถอดบทเรียนเสริมพลังการสร้างคน สร้างระบบ ทวีคูณพลังของศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์
  • ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ในการเสริมพลังการพวัตของเมืองและภาคสังคมระดับต่างๆ ศิลปะการช่าง วิทยาการและเทคโนโลยั และการก่อเกิดความงอกงามในมิติใหม่ๆ ของสุขภาวะเศรษฐกิจสังคมฐานสุนทรียพลานามัย ในกรุงเทพมหานคร เมืองศูนย์กลางภูมิภาค และแหล่งกระจายก่อเกิดบนความหลากหลายของพื้นถิ่น
  • การพัฒนารูปแบบ ผสานยึดโยงกับฐานรากพัฒนาการและภาคผู้นำศิลปะสุนทรียปัญญา ศิลปินแห่งชาติ ศิลปะการช่าง ที่ฟื้นฟูพัฒนาการอีกสายหนึ่งจากสถาบันศิลปะและเสมือนเป็นกรุงโรมแห่งศิลปะการช่างของไทยอีกเสาหลักหนึ่งดังเช่นเพาะช่าง ที่เหมาะสมและเพียงพอ ซึ่งจะผุดการก่อเกิดสินทรัพย์ทางคุณค่าและความหมายในภูมิชีวิตของสังคม อันส่งผลดีต่อสังคมอีกมากมายมหาศาลได้ ให้ทันการณ์ 

ระบบเนื้อหาสรรสนผู้ทนา วงจรการสรรมุขปาฐะศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ 

องค์ประกอบพื้นฐาน อณุจุลภาค Mini-Content แผ่ขยายรอบด้าน พลวัตความหมายร่วมกันได้อย่างไม่จำกัด และเป็นฐานยึดโยงพหุลักษณ์สังคมได้ระดับลึกหยั่งประมาณถึงภูมิชีวิตและภูมิสังคมฐานรากมีชีวิต เปลี่ยนผ่านความเป็นจริงามแตกต่างหลากหลายเชิงปะทะสู่การร่วมสร้างคุณค่าและความหมาย เกื้อหนุนส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยพหุมิติและพหุปัจจจัย ลดการทำลายล้าง เพิ่มพูนการจรรโลงและประกอบสร้างโอกาสความเจริญงอกงาม มีเหตุมีผลบนความเป็นตัวของตัวเองในทุกความแตกต่างประกอบด้วย 3 องค์ประกอบเนื้อหา ได้แก่ (1) สิ่งแสดงของจริง พหุลักษณ์ข้อมูล ศิลปะ สิ่งสร้างสรรค์ สิ่งแสดง ให้ประสบการณ์เชิงประจักษ์ (2) ความหมายทฤษฎีผู้ปฏิบัติ แนวคิด ความบันดาลใจ หลักทฤษฎี การแบ่งปันวิทยาการและความรู้เบื้องหลังที่เกี่ยวข้อง (3) โลกทัศน์ชีวทัศน์มุ่งสู่คุณค่าและความหมายทั่วไป บทสรุปและการแบ่งปันความบันดาลใจ ส่องสะท้อน การเติบโตงอกงามบนความเป็นตัวของตัวเองและการยึดโยง สำนึกผูกพันต่อสังคมและโลกกว้าง ผ่านปัญญาปฏิบัติ 

การประยุกต์ใช้ : 

(1) การวิจัยสื่อ วิจัยเนื้อหาเอกสาร และทบทวนระเบียงทรรศน์ทางสังคมร่วมสมัยหลากหลายแหล่ง เพื่อแสดงหน่วยปรากฏการณ์เชิงบทสรุปเรียบง่ายเป็นภาพรวมชุดมโนทัศน์ด้วยงานศิลปะสุนทรียปัญญา (2) การจำลองภาพและสร้างสรรค์จินตนาการจากข้อมูลและมิตินามธรรมในความรู้ จิตวิญญาณสังคมในวิทยาการความเจริญก้าวหน้าให้เห็นเป็นภาพ ก่อเกิดมณฑลเชื่อมต่อภาคความรู้ที่ยังขาดการเห็นความหมายและนัยสำคัญต่อโลกความจริง สู่การเกิดประสบการณ์เชิงประจักษ์ เห็นบทสรุปเชื่อมต่อกับภาวะความเป็นจริงชุดใหม่ๆ  (3) การวาดภาพและทำงานศิลปะพัฒนากระบวนการพหุลักษณ์ข้อมูล (4) การวิพากษ์เชิงสะท้อนสิ่งแสดงประสบการณ์เชิงประจักษ์ (5) การวิพากษ์พัฒนาการสื่อสารเรียนรู้ (6) การพัฒนาระบบวิธีคิดและแนวปฏิบัติการเชิงนโยบายระดับผู้นำเชิงปัญญา (7) การพัฒนาประเด็นและโจทย์การวิจัยจากฐานความเป็นจริงปฏิบัติ พหุระดับศึกษาค้นคว้า การพัฒนาการเรียนรู้จากฐานชีวิตและห้วงความสนใจในตน (8) การจัดแสดง สัมมนาเชิงปฏิบัติการ สร้างกระบวนการภาวนา สร้างจังหวะการวิเคราะห์ ทบทวน จัดระเบียบประสบการณ์และข้อมุลภายใน ให้สงบ ศานติ แยบคายลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไวต่อความหมายและนัยสำคัญของพหุลักษณ์ข้อมูล กอปรด้วยเมตตากรุณา ตอบสนองต่อปรากฏการณ์และประเด็นสำคัญ ผุดบังเกิดและวิวัฒน์ประเด็นนำการพลวัต ที่ลึกซึ้ง สื่อสะท้อนความหมาย ความรู้สึกมีน้ำหนักได้ ดีกว่ากระบวนการทางเหตุผลของข้อมูลแบบลดทอนแต่เพียงลำพัง  

Key Word และงานเชิงทฤษฎีแนะนำ : การศึกษาประเด็นนัยสำคัญจากหน่วยกรณีจุลภาคและวิพากษ์ทบทวนเชิงทฤษฎีรอบด้านสู่ทฤษฎีทั่วไป Case Conference and Micro Critical Discussion / กระบวนการชุมชนปัญญาปฏิบัติความรู้ท้องถิ่น / Transdisciplinary Wellbeing-Health Aesthetic to QoL and Multi Basic-Needs Development / ทฤษฎีฐานราก / การวิจัยเชิงปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม / ศิลปะและสื่อในฐานะกระบวนการวิจัยและกระบวนการทางการศึกษา / Reflexive Methodology Research / Creative Content Analysis / กระบวนการศิลปะพัฒนาข้อมูลและการคิดสร้างสรรค์ / การวิเคราะห์พหุปัจจัยเชิงคุณภาพ / กระบวนการเชิงปฏิบัติการวิจัยพัฒนากระบวนการศึกษาและสื่อสาร / ทฤษฎีวิพากษ์ / ทฤษฎีเชิงสะท้อนคิดเชิงระบบ / ทฤษฎีเชิงวิพากษ์สัญญวิทยา / ทฤษฎีการศึกษาเชิงประสบการณ์ / ปรัชญามนุษยนิยมเชิงสารัตถะวิพากษ์ / กระบวนคิดเชิงระบบพหุปัจจัยสัมพันธ์ในงานนิพนธ์พุทธธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารยฺ (ป.ปยุตโต) / เกิดมาทำไม โดย พุทธทาสภิกขุ / มหรสพทางจิตวิญญาณ พุธทาสภิกขุ และเขมานันทะ / การภาวนาในกิจกรรมชีวิตและอริยาบทการเคลื่อนไหว / การอ่านคิดเขียนและวิพากษ์ทบทวน ปรึกษาตรวจสอบงานเชิงทฤษฎี หนังสือ ตำรา ดูงานศิลปะ อ่านงานวรรณกรรม สนทนาและเห็นโลกเห็นชีวิตจากพหุลักษณ์ผู้คน / Consultation Textbook Reading and Broaden Reading Base On Direct Wisdom Observation and Practice Consulting