Title/Theme :  คูเมืองรอบเมืองเก่า มหานครเชียงใหม่ ล้านนาไทย 
                         ทางเดินเที่ยวชมเมืองและกิจกรรมชีวิตริมทางสัญจร 
                         ในภาวะเงียบสงบ โรคระบาด โควิด-19   
                         
Artist / Author : วิรัตน์ คำศรีจันทร์  Wirat Kamsrichan 
Size and Dimension :  80 x 110 เซนติเมตร
Date / Time : 2564 
Collector ผู้สะสมดูแล : บ้านสังคมศิลป์ สันป่าตอง เชียงใหม่ เผยแพร่วงกว้างหลายช่องทางแล้ว และจัดแสดงให้ชมตามวาระ
Technic / Methodology : แรเงาและลายเส้น Mono-Chrome ด้วยดินสอชาร์โคล EE คุณภาพสูง บนกระดาษปรู๊ฟแผ่นใหญ่สุดของแท่นพิมพ์สื่อภาพ ใช้วิธีการเขียนภาพนอกสตูดิโอจากสถานที่จริง และตบแต่งรายละเอียดในสตูดิโอ ในห้วงฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูแล้ง พุทธศักราช 2564

Narrative Brief and Conceptualization 

บรรยากาศดังถ่ายทอดในภาพ เป็นห้วงปี 2564 อยู่ในภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 เศรษฐกิจและกิจกรรมชีวิตพหุลักษณ์สังคมของมหานครดังเช่นเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญต่อหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวท่องเที่ยว เมืองแห่งการผลิตงานฝีมือและศิลปหัตถกรรมเสื้อผ้า เครื่องประดับ สิ่งของเครื่องใช้ ที่ระลึก เมืองแห่งศูนย์กลางการศึกษาของไทย กลุ่มประเทศพหุอนุภูมิภาค และนานาชาติ เมืองในป่าและภูดอย เมืองแห่งอารยธรรมไทยล้านนา เมืองผลิตเกษตรอาหาร ผัก ผลไม้ ผลผลิตป่า แหล่งเครือข่ายอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ เมืองพหุวัฒนธรรมสังคมและชุมชนชาติพันธุ์ และอีกหลายประการ เหล่านี้ ต้องหยุดชะงัก กิจการโรงแรม ที่พัก แหล่งจัดประชุมสัมมนา ทุกแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ปิดและเลิกกิจการ เลิกจ้างงาน ลดพนักงาน ลดมาตรฐานกิจการ มหาวิทยาลัย สถานศึกษา และแหล่งสาธารณะ ต้องปิดและพัฒนารูปแบบการเชื่อมโยงกิจกรรมชีวิตกับระบบต่างๆ ออกมาจากบ้านและที่พักอาศัย ภายใต้การร่วมกันรักษาระยะห่าง มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ รายงาน และกักตนเอง Self-Isolation ประชาชนและทุกระบบต่างอยู่ในภาวะตื่นตระหนก สับสน แตกตื่น ถนนแหล่งสาธารณะ แหล่งชุมนุมชน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว แหล่งบันเทิง ร้านอาหาร ตลอดจนแหล่งกิจกรรมชีวิตนอกบ้านทั้งในเมืองและชุมชนทั่วไป ล้วนมีสภาพอยู่ในภาวะเงียบเชียบ จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยาก สำหรับการได้ถ่ายทอดทัศนียภาพที่ให้อารมณ์ความรู้สึก และมิติจิตวิญญาณของเมือง ในภาวะของการก่อเกิดคุณค่าต่อการสัมผัสและต่อการดำเนินชีวิตในสถานการณ์ที่ต่างออกไป ผู้เขียนจึงสัญจรไปอยู่ในแหล่งต่างๆของเมือง แล้ววาดภาพ สำรวจสถานการณ์แวดล้อม บันทึก ถ่ายทอด ทบทวนสิ่งสำคัญและสิ่งน่าสนใจ และเผยแพร่แก่สาธารณชน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ผูกพันกับเชียงใหม่ สังคมไทย และเมืองร้อนชื้น ไว้อีกชุดหนึ่ง  

ประเด็นใคร่ครวญสนทนา การผุดหัวข้อสื่อการสนทนา  
เสวนา ศึกษาค้นคว้า สรรพลวัตพหุปัญญา ภายในและภายนอกตนเอง
Theme / Prompt to Trans-Dialogue / Integrated and Trans-Participatory 
Creating Critical Content and Wisdom Practice / Sharing Issues :

  • การพัฒนาศิลปวิชาการ ศิลปะสุนทรียปัญญา สื่อ การสื่อสาร และการพัฒนาการเรียนรู้มวลชน การสื่อสารสุขภาพ ในภาวะวิกฤติโรคระบาด อุบัติภัย และสถานการณ์ที่ไม่ปรกติ
  • การสรรความบันดาลใจและสรรประสบการณ์โสตสดับ เสริมพลังก่อเกิดแนวพินิจทางคุณค่า ความผูกพัน การสร้างความหมาย ต่อประสบการณ์เชิงพื้นที่ เมือง สังคม ท้องถิ่น ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยสายตาและห้วงเวลาที่เอื้อต่อการก่อเกิดความลึกซึ้ง แยบคาย ส่งผลต่อการเลือกสรรปัญญาปฏิบัติในชีวิต และก่อเกิดแบบแผนใหม่ๆทางเศรษฐกิจสังคม ตลอดจนการดำเนินชีวิต ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งๆขึ้นจากพหุปัจจัยสุขภาวะมูลฐาน และจะมีส่วนสรรการเปลี่ยนผ่านเชิงคุณภาพของระบบต่างๆ จากการเผชิญภาวะปัญหา ให้มีกำลังปรับเปลี่ยนและนำวงจรการพลวัตอย่างใหม่ ให้มีส่วนสร้างสุขภาวะสังคมจากฐานความมั่นคงยั่งยืนในตนเอง ได้ดียิ่งๆขึ้น  
  • การพัฒนาแหล่งรักษาระยะห่าง แหล่งไม่แออัด แหล่งสัญจรเดินเที่ยวชมเมือง แหล่งอยู่กับแสงแดด อากาศ ความสงบเงียบ ความสะอาด การแวดล้อมด้วยศิลปะ สิ่งแสดงระบบสรรองค์ประกอบในชีวิตจิตใจ อาคารบ้านเรือน งานฝีมือ อาหาร แหล่งการอยู่อาศัย การดำเนินชีวิต การท่องเที่ยวด้วยคุณค่าความผูกพันกับการใช้ชีวิตและได้สดับชมสังคมสิ่งแวดล้อมมีชีวิตของเมือง
  • การพัฒนาการศึกษา ส่งเสริมทุน โอกาส และการสรรสร้างรูปแบบจากฐานชีวิตในตน พัฒนา WAC Engage Hospitality การจรรโลงและสรรเสวยสื่อประจักษ์คุณค่าจิตวิญญาณของสังคมและแผ่นดิน ร้านค้า ห้องศิลปะกาแฟ ห้องรับแขก ห้องนั่งใช้เวลาทำงาน พบปะหารือ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งดูแลครอบครัว แหล่งเข้าถึงงานศิลปะและสื่อสุนทรียปัญญา สรรมิติสุนทรียพลานามัยสู่ชีวิตและสังคม ผสมผสานกันในรูปแบบใหม่
  • การพัฒนางานศิลปะ แหล่งจัดแสดง ภาวะผู้นำสุนทรียปัญญากรในทุกสาขาอาชีพและในศิลปะทุกแขนง ที่มณฑลการปฏิสัมพันธ์ ยึดโยงเกาะเกี่ยวกัน สังคมการผลิต สังคมบริโภค สังคมรับบริการ มีลักษณะเป็นมณฑลพหุลักษณ์ ทั้งในเมืองศูนย์กลาง เมืองแหล่งกระจายภูมิภาค ที่สามารถอยู่กับสภาพแวดล้อมความเป็นจริงหลายระบบพหุปัจจัย เป็นแหล่งที่ประกอบการและตอบสนองความต้องการหลายอย่างได้อยู่ในตนเอง ผสมผสานบูรณาการ  และสามารถสร้างธุรกิจประกอบสัมมาชีพจากปัจจัยสุขภาวะมูลฐานในชีวิตได้รอบด้าน เพียงพอที่จะเป็นมวลชนและระบบนิเวศบริการกันและกัน ยึดโยงกับถิ่นฐานถิ่นอาศัยในแห่ลงต่างๆได้ 
  • ศิลปะอุเทศศิลป์ สารัตถสังเคราะห์ศิลป์ วงจรเสริมพลังประมวลผลสรุปของหน่วยชีวคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงของภูมิชีวิต การสร้างวงจรวิเคราะห์ ทบทวน ประมวลผลข้อมูล ผุดประเด็นแนวคิด พัฒนาวาระนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบสืบเนื่อง ผสมผสานพหุลักษณ์ข้อมูล ปฏิรูปรูปแบบพื้นฐานของการผลิตความคิดและสรรนัยสำคัญจากสารสนเทศความรู้ต่างๆ ในทุกระบบและทุกภาคส่วนของสังคม ให้มีนัยสำคัญต่อการจัดองค์ประกอบพหุปัจจัยและองค์ประกอบพหุลักษณ์ข้อมูลวงจรศิลปะวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ที่จะเสริมสร้างพลังพหุปัญญาและพลังภาวะผู้นำหมู่ Integrated-Multi Sectoral Discipline and Collective Leadership ให้บังเกิดความงอกงาม มีชีวิต มีพลังสร้างคลื่นแห่งการเคลื่อนไหวงอกงาม สร้างจังหวะ สร้างวาระแห่งวุฒิปัญญาของสังคม ในทุกโอกาส ทั้งในระบบการศึกษา ห้องเรียน การประชุม การสัมมนา แหล่งประกอบกิจกรรมเศรษฐกิจสังคมในทุกระบบ การปฏิสัมพันธ์ทางความหมายในมณฑลพหุลักษณ์ภูมิชีวิตระดับต่างๆ ยึดโยงและแผ่ขยายเชิงระบบออกไปจากสิ่งพื้นฐานของมนุษ์ูไปสู่กลุ่มพหุชนตามความพร้อมอย่างไม่จำกัด  เช่น จากวาระทางสุขภาพ การศึกษาเรียนรู้มวลชน สื่อและการสื่อสาร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภูมิชีวิตสังคม ซึ่งมีส่วนยึดโยงอยู่กับธรรมชาติและการดำเนินชีวิต ยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้และสรรปัญญาปฏิบัติบนความเป็นตัวของตัวเอง ที่เป็นปัจจัยมีกำลังพลวัตสืบเนื่องต่อไปได้อย่างไม่จำกัด กระทั่งสะท้อนเชื่อมโยงกับระบบแวดล้อมภายนอกในทุกมิติของสังคม สามารถมีส่วนร่วมสร้างสังคมด้วยศักยภาพและคุณภาพปัญญาปฏิบัติอย่างใหม่ บรรลุเป้าหมายหลายระดับและหลายมิติ อย่างเกื้อหนุนส่งเสริมกัน เป็นปัจจัยแห่งโอกาสอย่างใหม่ของสังคม ได้อีกมากมายยิ่งๆขึ้น 
  • ปัญญาปฏิบัติ ของการเพิ่มระบบและกลไกการจัดการพลวัตอย่างใหม่ของศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ด้วยความสัมพันธ์เชิงผสานยึดโยง เสริมพลังกระบวนการทางปัญญาทุกทิศทาง มุ่งยกระดับสุขภาวะสังคมและคุณภาพแห่งชีวิตของมวลชนฐานรากที่ยึดโยงกับองค์ประกอบทางคุณค่าหลากหลายในระบบสังคม และเป็นฐานเสริมสร้างพลวัตใหม่ของระบบมหภาค
  • รูปแบบบูรณาการและผสานเสริมพลวัตพหุมิติ การจัดแสดงศิลปะและปฏิบัติการทางศิลปะสุนทรียปัญญา กับพหุลักษณ์เนื้อหา  
  • ศิลปะสุนทรียปัญญา กับการนำสร้าง LocaI Informative IECDM Contents จากแหล่งของจริงมีชีวิตของสังคม พลวัตฐานรากสังค ทุนภูมมิปัญญาพหุวิทนยาการของสังคม ชุมชนสุนทรียปัญญากรพหุภาคส่วน และระบบจัดการวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสม ผสมผสานจากฐานศักยภาพและทรัพยากรพหุปัญญาในตน ที่มีคุณค่า มีนัยสำคัญ และมีความหมาย ต่อการสดับและการก่อเกิดสิ่งประจักษ์ในชีวิตอย่างซาบซึ้งได้ของมนุษย์ เช่น ความอุ่นใจ ความเชื่อมั่น ความปลอด ความเมตตา การแบ่งปัน การมีชีวิตจิตวิญญาณของทุกสิ่งในทุกอณูของสังคม แผ่นดิน เมือง วิถีชีวิต ศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ และธรรมชาติแวดล้อมทุกหนแห่ง ในสิ่งที่มวลชนภายในสังคมและโลกกว้าง ให้การยอมรับและมีความเชื่อมั่นอยู่แล้ว ให้สื่อสัมผัส และสรรประสบการณ์เชิงประจักษ์ ก่อเกิดความผูกพัน สร้างการแลกเปลี่ยนเชิงคุณค่า ร่วมมือและแข่งขันต่างๆ อย่างเกื้อกูลกันได้หลากหลายมิติ เสริมพลังการพลวัตในมิติใหม่ๆของเศรษฐกิจสังคม ครอบคลุมระบบสวัสดิภาพและเพิ่มพูนการบรรลุถึงคุณภาพแห่งชีวิตด้วยปัจจัยองค์ประกอบหลากหลาย และจรรโลงความงอกงามของระบบต่างๆ ให้ยิ่งมีประสิทธิภาพ มั่นคง ยั่งยืน มากยิ่งๆขึ้น จากมิติของสังคมพลวัตศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์จากฐานรากพหุระดับทุกมิติของสังคม

ระบบสรรสนทนา วงจรการสรรมุขปาฐะศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ 

องค์ประกอบพื้นฐาน อณุจุลภาค Mini-Content แผ่ขยายรอบด้าน พลวัตควปฏิสัมพันธ์ามหมายร่วมกันได้อย่างไม่จำกัด และเป็นฐานยึดโยงพหุลักษณ์สังคมได้ระดับลึกหยั่งประมาณถึงภูมิชีวิตและภูมิสังคมฐานรากมีชีวิต เปลี่ยนผ่านความเป็นจริงามแตกต่างหลากหลายเชิงปะทะสู่การร่วมสร้างคุณค่าและความหมาย เกื้อหนุนส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยพหุมิติและพหุปัจจจัย ลดการทำลายล้าง เพิ่มพูนการจรรโลงและประกอบสร้างโอกาสความเจริญงอกงาม มีเหตุมีผลบนความเป็นตัวของตัวเองในทุกความแตกต่างประกอบด้วย 3 องค์ประกอบเนื้อหา ได้แก่ (1) สิ่งแสดงของจริง พหุลักษณ์ข้อมูล ศิลปะ สิ่งสร้างสรรค์ สิ่งแสดง ให้ประสบการณ์เชิงประจักษ์ (2) ความหมายทฤษฎีผู้ปฏิบัติ แนวคิด ความบันดาลใจ หลักทฤษฎี การแบ่งปันวิทยาการและความรู้เบื้องหลังที่เกี่ยวข้อง (3) โลกทัศน์ชีวทัศน์มุ่งสู่คุณค่าและความหมายทั่วไป บทสรุปและการแบ่งปันความบันดาลใจ ส่องสะท้อน การเติบโตงอกงามบนความเป็นตัวของตัวเองและการยึดโยง สำนึกผูกพันต่อสังคมและโลกกว้าง ผ่านปัญญาปฏิบัติ 

การประยุกต์ใช้ : 

(1) การวิจัยสื่อ วิจัยเนื้อหาเอกสาร และทบทวนระเบียงทรรศน์ทางสังคมร่วมสมัยหลากหลายแหล่ง เพื่อแสดงหน่วยปรากฏการณ์เชิงบทสรุปเรียบง่ายเป็นภาพรวมชุดมโนทัศน์ด้วยงานศิลปะสุนทรียปัญญา (2) การจำลองภาพและสร้างสรรค์จินตนาการจากข้อมูลและมิตินามธรรมในความรู้ จิตวิญญาณสังคมในวิทยาการความเจริญก้าวหน้าให้เห็นเป็นภาพ ก่อเกิดมณฑลเชื่อมต่อภาคความรู้ที่ยังขาดการเห็นความหมายและนัยสำคัญต่อโลกความจริง สู่การเกิดประสบการณ์เชิงประจักษ์ เห็นบทสรุปเชื่อมต่อกับภาวะความเป็นจริงชุดใหม่ๆ  (3) การวาดภาพและทำงานศิลปะพัฒนากระบวนการพหุลักษณ์ข้อมูล (4) การวิพากษ์เชิงสะท้อนสิ่งแสดงประสบการณ์เชิงประจักษ์ (5) การวิพากษ์พัฒนาการสื่อสารเรียนรู้ (6) การพัฒนาระบบวิธีคิดและแนวปฏิบัติการเชิงนโยบายระดับผู้นำเชิงปัญญา (7) การพัฒนาประเด็นและโจทย์การวิจัยจากฐานความเป็นจริงปฏิบัติ พหุระดับศึกษาค้นคว้า การพัฒนาการเรียนรู้จากฐานชีวิตและห้วงความสนใจในตน (8) การจัดแสดง สัมมนาเชิงปฏิบัติการ สร้างกระบวนการภาวนา สร้างจังหวะการวิเคราะห์ ทบทวน จัดระเบียบประสบการณ์และข้อมุลภายใน ให้สงบ ศานติ แยบคายลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไวต่อความหมายและนัยสำคัญของพหุลักษณ์ข้อมูล กอปรด้วยเมตตากรุณา ตอบสนองต่อปรากฏการณ์และประเด็นสำคัญ ผุดบังเกิดและวิวัฒน์ประเด็นนำการพลวัต ที่ลึกซึ้ง สื่อสะท้อนความหมาย ความรู้สึกมีน้ำหนักได้ ดีกว่ากระบวนการทางเหตุผลของข้อมูลแบบลดทอนแต่เพียงลำพัง  

Key Word และงานเชิงทฤษฎีแนะนำ : การศึกษาประเด็นนัยสำคัญจากหน่วยกรณีจุลภาคและวิพากษ์ทบทวนเชิงทฤษฎีรอบด้านสู่ทฤษฎีทั่วไป Case Conference and Micro Critical Discussion / กระบวนการชุมชนปัญญาปฏิบัติความรู้ท้องถิ่น / Transdisciplinary Wellbeing-Health Aesthetic to QoL and Multi Basic-Needs Development / ทฤษฎีฐานราก / การวิจัยเชิงปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม / ศิลปะและสื่อในฐานะกระบวนการวิจัยและกระบวนการทางการศึกษา / Reflexive Methodology Research / Creative Content Analysis / กระบวนการศิลปะพัฒนาข้อมูลและการคิดสร้างสรรค์ / การวิเคราะห์พหุปัจจัยเชิงคุณภาพ / กระบวนการเชิงปฏิบัติการวิจัยพัฒนากระบวนการศึกษาและสื่อสาร / ทฤษฎีวิพากษ์ / ทฤษฎีเชิงสะท้อนคิดเชิงระบบ / ทฤษฎีเชิงวิพากษ์สัญญวิทยา / ทฤษฎีการศึกษาเชิงประสบการณ์ / ปรัชญามนุษยนิยมเชิงสารัตถะวิพากษ์ / กระบวนคิดเชิงระบบพหุปัจจัยสัมพันธ์ในงานนิพนธ์พุทธธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารยฺ (ป.ปยุตโต) / เกิดมาทำไม โดย พุทธทาสภิกขุ / มหรสพทางจิตวิญญาณ พุธทาสภิกขุ และเขมานันทะ / การภาวนาในกิจกรรมชีวิตและอริยาบทการเคลื่อนไหว / การอ่านคิดเขียนและวิพากษ์ทบทวน ปรึกษาตรวจสอบงานเชิงทฤษฎี หนังสือ ตำรา ดูงานศิลปะ อ่านงานวรรณกรรม สนทนาและเห็นโลกเห็นชีวิตจากพหุลักษณ์ผู้คน / Consultation Textbook Reading and Broaden Reading Base On Direct Wisdom Observation and Practice Consulting / การวิเคราะห์ วิพากษ์ ทบทวน Model ปฏิบัติการต่าง ๆ Health KAP Model, Health Believe Model, Socio-Culturo-Econ-Environmental Perspective in Health Preceed-Proceed Model / ตัวชี้วัดและนิยามปฏิบัติการ ในฐานะบทสรุปประกอบสร้างชั่วคราวชุดมโนทัศน์ ชุดความหมาย เพื่อถอดบทเรียนเสริมพลังการพลวัตพหุมิติจากฐานการสื่อสาร พัฒนาการเรียนรู้มวลชน ปฏิสัมพันธ์และจัดความสัมพันธ์กันอย่างมีความหมายบนความลงตัวใหม่ของระบบมวลชนหลากหลาย.

………………….

เชิงอรรถ :

[*] WAC นิยามปฏิบัติการและชุดมโนทัศน์เชิงสังเคราะห์ ‘สุนทรียปัญญากร’ Wellbeing-Health Aesthetic Creator และ ศิลปินสุนทรียปัญญากร WAC Artist เพื่อเป็นกรอบปฏิบัติการและพิจารณาผู้มีความสามารถสูงในองค์ประกอบด้านสุนทรียปัญญาของงานสื่อและศิลปะการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพ และสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะ การจัดแสดง การตีพิมพ์เผยแพร่ ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาวิทยาการและความเจริญก้าวหน้าของการจัดองค์ประกอบพหุปัจจัยหลายด้าน หลายวิทยาการ และหลายมิติเนื้อหา ทางด้านสุขภาพ วิทยาการการแพทย์และการสาธารณสุข การสาธารณสุขมูลฐาน การสุขศึกษาชุมชน ศิลปะ การสื่อสารพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพ และสื่อทุกแขนง ทั้งภาพ เสียง ดนตรี ทัศนศิลป์ การแสดง อาหาร กาแฟ สิ่งแวดล้อม การสื่อสารประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ก่อให้เกิดมณฑลผสานพลวัตบูรณาการพหุมิติ เสริมพลังการมุ่งบรรลุผลมิติสุขภาพและคุณภาพแห่งชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลสืบเนื่องเชิงคุณค่า ความหมาย และนัยสำคัญทางภูมิปัญญาและปัญญาปฏิบัติมีชีวิตของสังคม ให้ทุนการพลวัตทางสุขภาพของสังคม ส่งผลสืบเนื่องสะท้อนยึดโยงไปสู่การยกระดับพลวัตอีกทุกมิติของสังคม ลดภาวะวิกฤติสังคมสิงแวดล้อม เพิ่มพูนสุขภาวะและคุณภาพแห่งชีวิตเชิงคุณค่าและความหมาย และยกระดับวุฒิภาวะฐานราก ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรวิวัฒน์’ สู่ความศานติสุขของสังคม ด้วยพหุลักษณ์ทางปัญญา วิทยาการ เทคโนโลยี ได้ดียิ่งๆขึ้น