ปีที่สดใสและสวยงาม

          ปี ๒๕๖๗ ถือเป็นปีแรกที่เกษียณอายุราชการ ชีวิตที่เริ่มต้น สว.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทำท่าจะไปได้สวย ทั้งสุขภาพร่างกายและการเงินการคลังในครอบครัว ภาวนาขอให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆเถ๊อะ

          ความรู้สึกส่วนลึก นอกจากพ่อแม่และคนในครอบครัวแล้ว ณ วันนี้คิดถึงและโหยหาแต่บุคคลที่มีพระคุณ เป็นเนื้อนาบุญที่ส่งเสริมและให้กำลังใจ เป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรยามยาก ที่ช่วยให้ชีวิตของผมมีความสุข สนับสนุนให้การทำงานราชการของผมมีความราบรื่นและก้าวหน้ามาได้ถึงทุกวันนี้

          อยากไปกราบและกอดให้แน่นๆถ้าได้เจอ วันนี้ไปเจอมาแล้ว ท่านกำนันประสิทธิ์ เวทยานนท์ อดีตกำนันตำบลหนองนกแก้ว ประธานกรรมการโรงเรียนบ้านหนองจั่น ที่ผมเคยเป็นผู้บริหารที่นั่น

          ๑๗ ปีที่ผมจากถิ่นนั้นมา  ความดีงามของท่านที่มอบให้งานการศึกษา ตราตรึงฝังแน่น ไม่เคยลบเลือนออกไปจากความทรงจำ ท่านยังแข็งแรงและมีมิตรไมตรีเหมือนเดิม ผมจึงกราบและกอดท่านกำนันอย่างอบอุ่นและสมใจยิ่งนัก

          ภรรยาของท่านกำนันผู้ใจดี (คุณเงินยวง คิ้ววงงาม) พาผมยี่ยมชม “โคกหนองนาโมเดล” ต้นแบบของจังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่ ๑๐ ไร่ที่อยู่หลังบ้าน

          จึงเป็นวันที่ผมได้เจอผู้ใหญ่ที่ผมรัก และได้ประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับโคกหนองนา อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผมได้ฝากตัวเป็นศิษย์และขอเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาเรียนรู้และดูงานต่อไป

          ความที่รู้จักคนน้อย มีเพื่อนน้อย และเข้าสังคมน้อย มองเป็นเรื่องที่อยู่ยากของคนทั่วไป แต่สำหรับผมเป็นธรรมชาติหรือเป็นสันดานมาตั้งแต่เกิด จึงมิใช่เป็นปมด้อยหรืออุปสรรคในชีวิตแต่อย่างใด

          ในทางกลับกัน เป็นคนที่ไม่เคยลืมบุญคุณคน ข้าวชามน้ำขันไม่ว่าจะได้รับจากใครก็ตาม ผมจะจดจำไปจนวันตาย

          ปัจจุบันกับคำว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน บินสูงไม่ได้” ยังมีคนพูดถึงและใช้กันอยู่แทบทุกวงการ ผมไม่เคยปฏิเสธและไม่เคยตักเตือนลูกหลานที่กำลังจะก้าวไปในเส้นทาง...ผู้บริหาร

          เพียงแค่บอกว่า อย่าใช้พร่ำเพรื่อ อย่าเชื่อหัวปักหัวปำ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ควรจะพึ่งพาตนเองและพอเพียงเป็นดีที่สุด

          ไม่ต้องเอาอย่างพ่อก็ได้ ชีวิตที่บินเดี่ยว โดยไม่เหลียวมองใคร เอาแต่องค์กรและครอบครัว อยู่แบบไม่มีเพื่อนพ่อก็ทำมาแล้ว ไม่เคยอินังขังขอบ เพราะพ่อเชื่อว่าความรู้ความสามารถของพ่อ ความขยันและซื่อสัตย์สุจริตเต็มพิกัด พ่อจะผ่านได้สวยในทุกเรื่อง จึงก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคมาได้

          โดยที่ไม่ลืมบุคคลดีเด่นในหัวใจ ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่คน ให้ผมต้องคิดถึงและห่วงหาอาทรเสมอ

          นักปราชญ์ได้พูดไว้ว่า “เมื่อถึงวัยหนึ่ง..ต้องทิ้งสี่อย่าง วงเหล้า..ที่ไร้ความหมาย คน..ที่ไม่รักคุณ ญาติ..ที่ดูถูกคุณ เพื่อน..ที่เสแสร้งไม่จริงใจ เมื่อถึงวัยหนึ่ง..ต้องมีสี่สิ่ง ความมั่นใจตนเอง..ที่ฉายบนดวงหน้า ความใจดีมีเมตตา..ที่อยู่ในใจ ความทะนง..ที่อยู่ในสายเลือด ความเข้มแข็ง..ที่ตรึงในชีวิต…”

           ผมปฏิบัติได้มาตั้งแต่อายุ ๔๐ ปี เพื่อนที่เจอกันแล้วพูดมาก พร่ำถึงแต่เรื่องลบๆ คอยแต่สบประมาท เห็นผมเป็นไก่รองบ่อน จิกเป็นหมาหยอกไก่ ไม่ให้เกียรติความเป็นคนธรรมดาซึ่งกันและกัน มันกระจอกสิ้นดี สุดท้ายก็จบและจอดเป็นรายๆไป

          จึงคิดไว้เสมอ ผม(กู) จะคิดถึงแต่คนที่คิดดี พูดดี ทำดี ยากดีมีจน จะอยู่ในฐานะใดไม่เคยสน ผมจะไปหาเพื่อเยี่ยมเยือนและพูดคุยกับเขาสักครั้ง...ก่อนตาย

          พอคิดคำนึงเสร็จเรียบร้อย กลับเข้าโคกหนองนาสวนป่าน้อยๆ ในพื้นที่ ๔ ไร่ บ้านหลังใหม่กำลังสร้าง วางแผนขึ้นบ้านใหม่ใน “วันแม่” ด้วยการทำสวนหย่อมและปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้อย่างสบายอารมณ์

          ถามตัวเองว่าถ้าอดีตที่ผ่านมา ผมเอาแต่เข้าสังคม เหมือนผู้คนในยุคนี้ ชีวิตผมจะเหลืออะไรให้ภูมิใจหนอ? กับชีวิตที่ต้องทำบัญชีครัวเรือนทุกเดือน มาเกือบ ๓๐ ปี ไม่มีหรอกเรื่องเหล้ายาปลาปิ้งหรือสุงสิงกับใคร แล้ว....เดี๋ยวนี้เป็นไง....ล่ะ

          สุขี อัตตานัง นั่งซดเบียร์เย็นเจี๊ยบได้ทุกวัน ความสุขในบั้นปลาย ไม่ต้องอะไรกับใครมากมาย ไม่ต้องรอไปที่ชอบๆ อยู่กับปัจจุบัน ทำทุกวันให้สดใสร่าเริงก็พอ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๔  มิถุนายน  ๒๕๖๗