ในยุคร่วมสมัยนี้ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากในอาณาบริเวณการศึกษา ในยุคนี้การเรียนรู้อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่จำกัดด้วยเทศะและเวลา วิธีสอนแบบโบราณจึงไม่เป็นสื่อเดียวในการให้ความรู้กับนักเรียน นักเรียนสามารถที่จะศึกษาได้ในทางออนไลน์ และทรัพยากรเพื่อศึกษาได้ในที่ไกล

ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีอย่าง VR หรือ AI และการใช้เกมในการสอนกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอาณาบริเวณการศึกษา หากครูยังคงจัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียนในชั้นเรียนแล้วหละก็นั่นเป็นเรื่องที่เป็นนิทานที่ค่อยๆหายไป แน่นอนว่าในห้องเรียน หรืออยู่ในสิ่งที่สบายๆ ไม่ทำให้เราเครียด (comfort zone) นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยี เช่น ความจริงเสมือน (VR) เพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายที่พวกเขาเคยฝันถึงหรือจินตนาการเอาก็ตาม

เทคโนโลยีเหล่านี้คือประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ยุคใหม่ยังมีเทคโนโลยีอันหนึ่งที่เรียกว่า ห้องเรียนกลับด้าน สิ่งนี้เป็นแนวโน้มที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งโลกในอาณาบริเวณการศึกษา ในฐานะที่เป็นครู เธออาจได้ยินชื่อของมัน หรืออาจแนะนำให้นักเรียนได้ใช้แล้วก็เป็นได้ แต่คุณรู้จักห้องเรียนกลับด้านแค่ไหนหละ?

จริงๆแล้วสิ่งที่เป็นห้องเรียนกลับด้านคืออะไร?

ห้องเรียนกลับด้านเป็นวิธีการสอนหรือวิธีการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนทบทวนเรื่องจะเรียนมาล่วงหน้า ครูสามารถสร้างวัตถุในการเรียนรู้ เช่น โน้ต และวิดีโอ แม้กระทั่งจากบุคคลที่สาม (third parties) และนำวัตถุการเรียนส่งไปให้เด็กๆ เพื่อศึกษาก่อนที่จะมาอภิปรายหัวข้อในชั้นเรียน 

วิธีการสอนและวิธีการเรียนรู้มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง (deep learning) มันยังทำให้ประสบการณ์เรียนรู้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกาย และทำให้นักเรียนพึ่งพิงตนเองได้มากขึ้น ห้องเรียนกลับด้านเป็นวิธีการเรียนรู้แบบผสมกันหลายสิ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์หรือออฟไลน์

ห้องเรียนกลับด้านได้รับความนิยมชมชอบไปทั่วโลก และข้อค้นพบล่าสุดคือมันก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น, ให้แรงบันดาลใจกับผู้เรียน, รวมทั้งให้ความร่วมมือด้วย เพื่อเป็นการยืนยันอย่างเป็นรูปธรรม การสำรวจชิ้นหนึ่งยืนยันว่า ครูร้อยละ 71 ที่เสนอห้องเรียนกลับด้านให้นักเรียนจะให้นักเรียนได้เกรดสูงขึ้น นั่นเป็นการยืนยันว่าครูได้เสนอวิธีการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ครูนำเสนอห้องเรียนกลับด้านกับนักเรียนซึ่งมี

1. ปลูกฝังทักษะการเรียนรู้แบบไม่พึ่งพาสิ่งใด 

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าห้องเรียนกลับด้านขยายความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน เราอยู่ในยุคแห่งการแข่งขัน ที่ไม่มีที่สำหรับคนปานกลางอีกต่อไป ผู้เรียนต้องพัฒนาความสามารถหลายด้านก่อนออกจากโรงเรียน คุณลักษณะเช่น ทักษะการวิพากษ์, ความสามารถในการคิดแบบอิสระ, และความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นทักษะที่จำเป็นต้องมี

และวิธีการที่ผู้เรียนพัฒนาทักษะเหล่านี้คืออะไร? ห้องเรียนกลับด้านสามารถให้ทางไปสู่สิ่งนี้ได้ ห้องเรียนกลับด้านกระตุ้นให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับหัวข้อก่อนที่ครูจะได้อภิปรายมันในห้องเรียน สิ่งนี้จะลดทอนการให้ป้อนเข้าปาก ซึ่งเป็นสิ่งที่การศึกษาแบบเก่าให้ไว้ อย่างไรก็ตาม ด้วยห้องเรียนกลับด้าน ผู้เรียนสามารถตั้งจุดมุ่งหมายที่วิเศษ เช่น อ่านหัวข้อมาก่อน และคิดแบบวิพากษ์เกี่ยวกับหัวข้อเพื่อที่จะมานั่งอภิปรายกันในห้องเรียน การเรียนรู้แบบนี้พัฒนาความสามารถทางสติปัญญาและความยืดหยุ่นให้กับผู้เรียนซึ่งจะช่วยพวกผู้เรียนในความเชี่ยวชาญทั้งในและนอกโรงเรียน

2. ปรับเวลาเรียนให้เหมาะสม

ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าผู้เรียนศึกษาหัวข้อมาก่อนการเข้าชั้นเรียน ดังนั้นห้องเรียนกลับด้านจึงทำให้เวลาเรียนเหมาะสมยิ่งขึ้น แทนที่ครูจะใช้เวลาในการอธิบายหัวข้อที่สลับซับซ้อน พวกเขาจะใช้เวลาน้อย ด้วยมั่นใจว่านักเรียนเรียนเรื่องหัวข้อนี้มาก่อนแล้ว

แต่ครูให้นักเรียนเข้ากลุ่มอภิปราย, นำเสนอผลงาน, และทบทวนหัวข้อเพื่อให้ผู้เรียนได้ย่อยและมีเวลาเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น สิ่งนี้สร้างความมั่นใจให้ครูรู้ว่าผู้เรียนเข้าใจหัวข้อและพยายามใช้ความเข้าใจในหัวข้อในตอนสอบ สิ่งนี้ย่อมปลดภาระจากไหล่ของครูในด้านการกระตุ้นผลสัมฤทธิ์

3. กรุยทางให้กับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องความคิดรวบยอด

โดยปกติแล้ว จะมีวิธีการเรียนรู้ 2 รูปแบบ นั่นคือ 1. การเรียนรู้แบบลึก กับ 2 การเรียนรู้แบบผิวเผิน การเรียนรู้แบบผิวเผินคือการเรียนรู้แบบเฉื่อยชา ผู้เรียนเป็นผู้รับแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะจำกัดผู้เรียนต่อสิ่งที่ครูกำลังสอนหรือสิ่งที่หนังสือต่างๆกำลังพูด อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้แบบลึกซึ้งคือต้องการให้ผู้เรียนสำรวจหัวข้อ (topic) อย่างลึกซึ้ง พวกนักเรียนจะเปรียบเทียบสื่อการสอน และสร้างการประเมินเพื่อตัวพวกเขาเอง

ด้วยการเรียนแบบผิวเผินหรือลึกซึ้ง, นักเรียนก็ทำเพียงแค่ยัดสิ่งที่สิ่งที่สอน โดยปราศจากการทำความเข้าใจความคิดรวบยอด (concept) เพื่อประเมินมันในชีวิตจริงๆ ห้องเรียนกลับด้านจะกระตุ้นการเรียนรู้แบบลึกซึ้งและกระตือรือร้น ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้เป็นปัจเจกบุคคลก่อนจะเข้าไปในห้องเรียนจริง

พวกนักเรียนสามารถใช้แอ้ปปลิเคชั่นทางการศึกษา และสื่อที่สามเพื่อสำรวจความคิดรวบยอดด้วยตนเองเพื่อที่จะเข้าใจพวกมันแบบถึงแก่น สิ่งนี้ช่วยนักเรียนทั้งในแง่ทำความเข้าใจความคิดรวบยอดเพื่อทำให้เรียนสิ่งต่างๆด้าดีขึ้น และยังประยุกต์ความคิดรวบยอดในชีวิตจริง

4. นำเสนอการเรียนรู้แบบร่วมมือ

ประสบการณ์การเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์กันมีข้อดีหลายประการ นอกเหนือทำให้ผู้เรียนใช้เวลาในการเรียนน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้พวกครูพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบมียุทธวิธีและมีประสิทธิภาพอีกด้วย ห้องเรียนกลับด้าน และการเรียนรู้แบบร่วมมือกันส่งผลต่อการสื่อสารที่ถูกต้อง การเรียนรู้แบบร่วมมือกันจะต้องมีการอภิปรายกันในทางกลุ่ม, การแก้ปัญหาร่วมกัน, การให้เพื่อนช่วยตรวจสอบ, และการโต้เถียงกับคนอื่นๆ ห้องเรียนกลับด้านนำเสนอเวทีสำหรับนักเรียนในการสาธิตความเข้าใจ และประเมินการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้อื่น

ห้องเรียนกลับด้านและการเรียนรู้แบบร่วมมือกันจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและระดับการมีส่วนร่วมของผู้เรียนด้วย ครูยังสามารถสร้างเนื้อหาโดยคำนึงถึงช่องว่างและความต้องการในการเรียนรู้ของผู้เรียน

5. ลดโอกาสการหมดไฟของครู

ความกดดันและการหมดไฟได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของการเป็นครูไปเสียแล้ว จะมีหลายสิ่งที่ต้องทำภายในเวลาที่จำกัด เริ่มตั้งแต่การเตรียมการสอน การประเมินผลงานนักเรียนไปจนถึงต้องดูแลเรื่องความไม่มีวินัยของนักเรียนอีก ทักษะการบริหารชั้นเรียนที่ถูกต้องต้องการความเป็นครูมืออาชีพและตรงนี้ย่อมแตกต่างไปในครูแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเรียนรู้ในวิธีการบริหารชั้นเรียน เธอสามารถใช้ห้องเรียนกลับด้านมาผ่อนภาระอันหนักอึ้งจากไหล่ของคุณ

ห้องเรียนกลับด้านย่อมส่งผลต่อประสบการณ์การเรียนรู้และผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ห้องเรียนกลับด้านจะทำให้ครูอธิบายน้อย และมีเวลาในการเตรียมเนื้อหาเพื่อนักเรียนแต่ละคน เนื้อหานี้ยังคงมีการปรับปรุงและใช้อีกครั้งในอนาคต ในแง่นี้เธอจะมีเวลาในการลดความกดดันในการเตรียมเนื้อหาได้

โดยสรุป ห้องเรียนกลับด้านคือการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ในระดับการเรียนรู้ของตนเอง นักเรียนไม่จำเป็นต้องอาศัยครูในการทำความเข้าใจเนื้อหาได้แต่อย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจเนื้อหาโดยการกระทำของตนเองด้วย ในแง่นี้นักเรียนต้องเข้าใจเนื้อหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ไปพร้อมๆกัน

แปลและเรียบเรียงจาก

Jessica Robinson. 5 Reasons For Teachers To Try Out Flippeed Classrooms

https://teachingutopians.com/2022/10/06/5-reasons-for-teachers-to-try-out-flipped-classrooms/