ที่โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ คุณ Paul Collard แห่ง CCE ยุให้ผมเขียนหนังสือ Values-based Education ผมบอกว่าผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ แล้วก็ค้างคาใจในเรื่อง ค่านิยมศึกษา
สมัยนี้ อยากรู้เรื่องอะไร มีตัวช่วย คือ Generative AI หรือ Chatbot เราต้องหัดใช้ให้เป็น ในลักษณะใช้เขาเป็นผู้ช่วย ผมจึงลองถาม เจมีไน ณ กูเกิ้ล และ โคไพล็อต ณ ไมโครซอฟท์ ว่า What is values-based education? Which countries are leaders in VBE? What are key impact? จึงรู้ว่ามีผู้คิดเรื่อง VBE อยู่แล้ว มีเว็บไซต์ที่ https://www.valuesbasededucation.com/
ค่านิยมศึกษาเริ่มจากงานวิจัยระหว่างปี 1995-2005 ของ Neil Hawkes เพื่อทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย อ็อกซฟอร์ด ส่งผลให้ Neil Hawkes ก่อตั้งองค์กร Values-Based Education (VbE) ทำงานส่งเสริม VbE รวมทั้งให้การรับรองคุณภาพโรงเรียนที่ดำเนินการแนว VbE ในประเทศไทยมีโรงเรียน Meritton British International School (https://merittonbritish.ac.th/) ตั้งอยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการรับรองนี้ (https://merittonbritish.ac.th/wp-content/uploads/2023/08/vbe.2005.original_research_evidence_1-1.pdf) ในเว็บไซต์ของโรงเรียนระบุชัดเจนว่า มีนโยบายพัฒนาเด็กด้านคุณค่าไปพร้อมๆ กันกับพัฒนาวิชาการ โดยให้น้ำหนักเท่ากันระหว่างวิชาการกับค่านิยม และบอกว่าการเรียนรู้เป็นแบบ “เรียนจากการสะท้อนคิด” (reflective learning) และเรียนจากการที่ผู้ใหญ่รอบตัวเด็กทำตัวเป็นตัวอย่าง ตรงกับความเชื่อของผม
ผมได้โอกาสครุ่นคิดเรื่อง การศึกษาที่มีเรื่องค่านิยมเป็นฐาน หรือเป็นแก่น เพื่อสร้างคนดี มีคุณค่าต่อสังคม
ตีสี่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ลองค้นหาหนังสือเรื่อง VbE ก็พบหนังสือ Values-Based Education โดย Peter Williams และพบว่า สสวท. เคยจัดสัมมนาเรื่องนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ (https://www.ipst.ac.th/news/35121/20221115-news.html) นำผมสู่หนังสือ The Little Book of Values ที่ผู้เขียนคือ Julie Rees หรือ Julie Duckworth (คนเดียวกัน) วิทยากรในการสัมมนาของ สสวท. นั่นเอง อ่านคำแนะนำหนังสือเล่มนี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ปี ๒๕๕๒ คือเมื่อ ๑๕ ปีมาแล้ว สื่อว่า เรื่องการศึกษาหรือการเรียนรู้เพื่อพัฒนาค่านิยมด้านดีไม่ใช่เรื่องใหม่ มีคนสนใจและคิดวิธีการมานานแล้ว
ค้นพบหนังสือ Teaching Students to Drive Their Learning ที่เตะตาผม ว่าเชื่อมโยงกับ VBE หรือไม่ อย่างไร และพบหน่วยงาน Living Values Education (https://livingvalues.net/) ที่สนับสนุนการเรียนรู้คุณค่าชีวิต
เรียนรู้แบบยึดค่านิยมเป็นฐาน เน้นการเรียนรู้ที่ครบ holistic learning ครบ VASK หรือครบสมรรถนะ หรือครบทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อเป็นพลเมืองผู้ทำประโยชน์แก่สังคม และแก่โลก ที่จะทำให้การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน SDG
ผมจึงลองถาม Gen AI ผู้ช่วยหรือครูของผม ด้วยคำถาม What are relationship between VBE and SDG? How to operationalize it? Especially in LMIC? How to adapt education systems to booster the goal? ได้รับคำตอบที่ประเทืองปัญญายิ่ง ที่ผมตีความว่า VBE กับ SDG สนธิพลังกัน ช่วยเสริมส่งผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดีของโลก ผ่านหลักการของการเรียนรู้คุณภาพสูงนั่นเอง
ผมพบว่า Copilot ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนกว่า แถมด้วยการเสนอคำถามต่อเนื่อง ที่โยงสู่ Service Learning
นำผมสู่ Purpose-based Learning, Purpose-driven Learning หรือ Purposeful education
เช้ามืดวันที่ ๕ พฤษภาคม ผมอ่านตัวอย่างหนังสือ The Little Book of Values ใน Kindle แล้วตัดสินใจซื้อหนังสือทั้งเล่ม แล้วถาม โคไพล็อต ว่า What are key issues in the book "Little Book of Values" by Julie Duckworth? Is it still relevant today? What are key emphasis when it is applied to Thailand's education system? ได้รับคำตอบว่า ค่านิยมศึกษาเป็นอกาลิโก
โคไพล็อต ยุให้ผมถามเขาว่า Are there any case studies of schools in Thailand successfully implementing values-based education? เมื่อผมถามก็ได้รับตัวอย่างกรณีศึกษาในประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นของยูเนสโก น่าแปลกใจที่เขาไม่รู้จักโรงเรียนคุณธรรม และกิจกรรมของศูนย์คุณธรรมของเรา
ผมจึงลองถามใหม่ว่า Can you please summarize the activities and impact of Thailand's Moral School Movement led by Yuwaphat Foundation? ได้คำตอบที่แสดงว่าเขามีฐานข้อมูลคุณธรรมของเรา แต่ก็ลืมนึกถึงตอนเอ่ยถึงกรณีศึกษา ผมถามต่อว่า Please suggest to Yuwaphat Foundation how to improve the activities in Moral Schools to get more and better impact on characters of students and teachers? ยิ่งได้คำตอบที่มีประโยชน์มาก ผมถามต่ออีกว่า From what you recommend to Yuwaphat Foundation what are key points you recommend to improve the impact of Thailand's education system to produce a high quality Thai citizen? ได้คำตอบที่เราเอามาใคร่ครวญและเลือกมาทดลองดำเนินการได้เป็นอย่างดี
นำสู่ข้อยืนยันความเชื่อที่ผมยึดถือมานานกว่าครึ่งศตวรรษว่า ไอเดียหาง่าย แต่การลงมือทำหายาก ยิ่งการลงมือทำอย่างต่อเนื่องฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อการเรียนรู้สู่การพัฒนาระบบสำคัญๆ ต่อสังคมหรือบ้านเมือง อย่างระบบการศึกษา ยิ่งหายาก
ค่านิยมศึกษา ต้องไม่ดำเนินการแบบแยกส่วน ต้องออกแบบให้นักเรียนเรียนรู้บูรณาการอยู่ในกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้อย่างบูรณาการครบด้าน VASK หรือ 21st Century Skills หรือ Future/Transferable Skills อย่างที่โรงเรียน Meritton British International School ที่เชียงใหม่ ดำเนินการอยู่
ผมได้แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ ค่านิยมศึกษา การเรียนรู้ที่นำสู่ชีวิตที่ดี ที่คนเราทุกคนบรรลุได้
วิจารณ์ พานิช
๕ พ.ค. ๖๗
ห้องประชุมบอลลรูม ชั้น ๓ โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ถนนห้วยแก้ว เชียงใหม่
May I tell of several blogs (on arts for life; in Gotoknow) by ดร. วิรัตน์ คำศรีจันทร์?
A series of more direct discussions on developing society (through arts) is in Fox by a 5 yo Artist https://www.gotoknow.org/posts/71838 ,
And your “ไอเดียหาง่าย แต่การลงมือทำหายาก” is what makes pursuit of excellence a must. Real life examples are needed for case studies and followers.
ขอบคุณสำหรับความอุตสาหะ และมีเมตตาที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ ทั้งจากตัวท่านอาจารย์และ copilot ฯลฯ ….วิโรจน์ ครับ