แม้บางครั้งผู้สูงวัยอยากออกกำลังกาย แต่เพราะความกังวลในด้านต่างๆ อาจทำให้ไม่กล้าเริ่ม หรือเริ่มแล้วก็กลับหยุดไปได้ ทั้งนี้เนื่องจากธรรมชาติของตัวผู้สูงวัยส่วนใหญ่เอง 

            นั่นก็คือ

            เมื่อผู้สูงวัยฝึกฝนทำอะไรใหม่ๆ หากสามารถทำได้เพียงเล็กน้อย ผู้สูงวัยจะไม่มองว่าตนพอทำได้บ้าง แต่จะมองไปที่ส่วนที่ตยทำไม่ได้ และเหมาไป ว่าตนทำไม่ได้ทั้งหมด จึงอาจบอกตนเองว่า “เลิกดีกว่า ทำไม่ได้หรอก” 

            หรือผู้สูงวัยบางท่านไม่กล้าออกกำลังกายเนื่องจากกลัวความผิดพลาด วลีที่ว่า “ไม่กล้าทำ กลัวผิด” จึงเป็นวลีที่มักได้ยินบ่อยๆ ประกอบกับธรรมชาติของผู้สูงวัยที่แม้จะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็มักเหมาว่าทำไม่ได้ทั้งหมด จึงอาจบอกตนเองว่า “ไม่อยากทำ กลัวทำไม่ได้”

           การไม่กล้าทำ บางครั้งไม่ได้มาจากการกลัวการทำไม่ได้เพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากกลัวการเป็นตัวตลกในสายตาผู้อ่อนวัยกว่า หรือเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะกับวัยของตน ดังที่เรามักได้ยินวลีที่ว่า “ไม่อยากทำ อายเด็กมัน” 

           อีกเรื่องที่ทำให้ผู้สูงวัยกังวลจนอาจไม่กล้าออกกำลังกายคือ ภาวะเสื่อมก่อนวัยที่กำลังเผชิญ หรือการมีโรคประจำตัว เช่น เข่าเสื่อม ความดันโลหิตสูง จนไม่กล้าออกกำลังกายเพราะกลัวว่ากิจกรรมดังกล่าวจะทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอันที่จริง การออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาภาวะเหล่านี้ได้

          การที่มีสมรรถภาพทางกายไม่ดี ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผู้สูงวัยกังวลจนไม่กล้าออกกำลังกาย ผู้สูงวัยที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มักกลัวการพลัดล้ม ดังนั้นจึงเลี่ยงการมีกิจกรรมทางกายต่างๆ เมื่อไม่ค่อยเคลื่อนไหว ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอลงเคลื่อนไหวได้แย่ลง ยิ่งเคลื่อนไหวได้แย่ลง ก็ยิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหว ไม่กล้าออกกำลังกาย

           บางครั้ง ประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการออกกำลังกายก็เป็นอีกเหตุที่ทำให้ผู้สูงวัยไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ในปัจจุบัน 

           หากผู้สูงวัยสามารถเข้าใจความจริงได้ เข้าใจตนเองได้ ก็อาจก้าวข้ามความกังวลเหล่านี้ได้ จนเริ่มต้นออกกำลังกายได้ในที่สุด

           ยิ่งเริ่มต้นไวเท่าไร ผลดีต่อกายและใจก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น