ติตติรชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. ติตติรชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๑๑๗)
ว่าด้วยนกกระทา
(ดาบสโพธิสัตว์ชี้เหตุ ๒ ประการที่ทำให้นกกระทาถูกฆ่าว่า)
[๑๑๗] คำพูดที่ดังเกินไป รุนแรงเกินไป และพูดเกินเวลา ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม เหมือนเสียงฆ่านกกระทาที่ขันดังเกินไป
ติตติรชาดกที่ ๗ จบ
---------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
ติตติรชาดก
ว่าด้วย ตายเพราะปาก
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุชื่อโกกาลิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้
เรื่องของโกกาลิกภิกษุนั้น จักแจ่มแจ้งในตักการิยชาดก เตรสนิบาต.
แต่ในชาดกนี้ พระศาสดาทรงรับสั่งว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่โกกาลิกะอาศัยวาจาของตนต้องพินาศ แม้ในครั้งก่อนก็เคยพินาศมาแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลอุทิจจพราหมณ์ เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปะทุกอย่างในเมืองตักกสิลา ละกามทั้งหลายเสียแล้วบวชเป็นฤๅษี ทำอภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ให้เกิดแล้ว คณะฤๅษีทั้งปวงประชุมกันในหิมวันตประเทศ ตั้งให้ท่านเป็นอาจารย์ผู้ให้โอวาท ยอมตนเป็นบริวาร ท่านได้เป็นอาจารย์ผู้ให้โอวาทของฤๅษี ๕๐๐ เล่นอยู่ด้วยฌานกรีฑาอยู่ในป่าหิมพานต์
ครั้งนั้น ดาบสผู้หนึ่งเป็นโรคผอมเหลือง ถือพร้าไปผ่าไม้ ครั้งนั้น ดาบสปากกล้าผู้หนึ่ง นั่งอยู่ใกล้ๆ ดาบสผอมนั้น พูดว่า จงฟันในที่นี้ จงฟันในที่นี้ ทำให้ดาบสผอมนั้นขัดเคือง เธอโกรธแล้วกล่าวว่า เดี๋ยวนี้ท่านไม่ใช่อาจารย์ฝึกหัดศิลปะในการผ่าฟืนของเรานะ แล้วเงื้อพร้าอันคม ฟันทีเดียวเท่านั้น ทำให้ดาบสปากกล้าถึงสิ้นชีวิต. พระโพธิสัตว์ให้กระทำสรีรกิจแก่เธอแล้ว.
ในครั้งนั้น ที่เชิงจอมปลวกแห่งหนึ่ง ไม่ไกลอาศรมบท นกกระทาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ ทุกเช้าทุกเย็นมันยืนอยู่บนยอดจอมปลวก ขันเสียงดังลั่น ฟังเสียงนั้นแล้ว พรานผู้หนึ่งคิดว่า น่าจะมีนกกระทา จึงสะกดไปด้วยหมายเสียงเป็นสำคัญ ฆ่ามันแล้วถือเอาไป พระโพธิสัตว์ไม่ได้ยินเสียงมัน ถามพวกดาบสว่า ที่ตรงโน้นมีนกกระทาอาศัยอยู่ เพราะเหตุไรเล่าหนอ จึงไม่ได้ยินเสียงมัน? พวกดาบสบอกเรื่องนั้นแก่พระโพธิสัตว์.
พระโพธิสัตว์เทียบเคียงเหตุการณ์ทั้งสองอย่าง แม้เหล่านั้นแล้ว กล่าวคาถานี้ ในท่ามกลางหมู่ฤๅษีความว่า :-
วาจาที่ดังเกินไป ความเป็นผู้รุนแรงเกินไป พูดล่วงเวลา ย่อมฆ่าผู้มีปัญญาทรามเสีย ดุจวาจาที่ฆ่านกกระทาผู้ขันดังเกินไป ฉะนั้น ดังนี้.
พระโพธิสัตว์ให้โอวาทแก่หมู่ฤๅษีด้วยประการฉะนี้ เจริญพรหมวิหาร ๔ ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่โกลาลิกภิกษุอาศัยคำพูดของตน ฉิบหายแล้ว แม้ในครั้งก่อน ก็เคยฉิบหายแล้วเหมือนกัน.
ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
ดาบสว่ายากในครั้งนั้น ได้มาเป็น โกกาลิกภิกษุ
คณะฤๅษี ได้มาเป็น พุทธบริษัท
ส่วนศาสดาแห่งคณะได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
-----------------------------------------------------