วันที่ ๒ (๑๓ ธันวาคม) ทีมที่ ๒ ของผม ออกจากโรงแรม ๗.๓๐ น. นั่งรถไป ๑๐ นาที ไปเยี่ยมชมศูนย์ Renal Dialysis ต่อด้วยไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือ RIPAS
Renal Dialysis Center มี ๔ ศูนย์ จังหวัดละ ๑ ศูนย์ ที่เราไปเยี่ยมชมเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด ตั้งมาเกือบ ๒๐ ปี แต่สถานที่ดูใหม่ สะอาดสะอ้านมาก มี ๔๕ หน่วยให้บริการ Hemodialysis ที่เครื่องเป็นของรัฐ และพยาบาลให้บริการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่งานอื่นๆ เช่นทำความสะอาดสถานที่ ดูแลเครื่อง hemodialysis ตอนใช้งาน การ maintenance เครื่อง จ้างเหมาบริษัททำหมด
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD – Chronic Kidney Disease) เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาล RIPAS ไปรับการรักษาติดตามที่โรงพยาบาล แต่ไปรับบริการล้างไตที่ศูนย์ล้างไตใกล้บ้าน ที่ศูนย์นี้มีผู้ป่วยฟอกไตแบบ HD – Hemodialysis ๒๗๖ คน แบบ PD – Peritonial Dialysis ๑๔๓ คน (ทำที่บ้าน โดยศูนย์คอยดูแลให้คำแนะนำปรึกษา) โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมให้ใช้ PD ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ HD หนึ่งครั้ง ๑๐๐ เหรียญบรูไน ราวๆ ๓ พันบาท รัฐออกให้ทั้งหมด
ที่นี่พยาบาลอยู่เวร เวรละ ๗.๕ ชม. มี ๓ ผลัด บริการ HD ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จริงๆ แล้ว ใช้เวลาฟอกเลือดครั้งละ ๔ ชั่วโมง จึงมีกำลังเต็มที่ได้วันละ ๕ รอบ หากคนไข้มาก แต่ที่ทำอยู่ให้บริการวันละ ๓ รอบ เนื่องจากขาดคนให้บริการ มีพยาบาลอยู่เวรเช้า และบ่าย เวรละ ๑๐ คน เวรดึก ๖ คน
โรงพยาบาล RIPAS
เราไปเยี่ยมชมศูนย์โรคหัวใจ กับศูนย์รังสีวิทยา ไปยืนคุยทั้งสองที่ ยืนกันขาแข็งทีเดียว
หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจเป็นหมอหนุ่ม จบจากเคมบริดจ์ บอกว่าเฉพาะศูนย์โรคหัวใจเป็น Secondary Care โดยมีโรงพยาบาลกึ่งเอกชน JPSC Hospital เป็น Tertiary Care เครื่องมือราคาแพงอยู่ที่นั่น ตัวหัวหน้าศูนย์ก็เป็น consultant ของที่นั่นด้วย การเป็นหัวหน้าศูนย์โรคหัวใจที่ RIPAS หมายความว่า ดูแลระบบบริการโรคหัวใจของทั้งประเทศ
ศูนย์รังสีวิทยาก็เช่นเดียวกัน หัวหน้าศูนย์ดูแลศูนย์ และดูแลบริการรังสีวิทยาของทั้งประเทศ รวมทั้งเรื่องกำลังคนด้วย
ทีม ๑ ไป ชม รพ. JPSC
เรากลับมาประชุมต่อเรื่อง key challenges เวลา ๑๑ น. กับทีม Dept of Hospital, PHC, Health Promotion ถึงเที่ยงก็ลงไปกินอาหารกับรัฐมนตรีสาธารณสุข Dato Seri Setia Dr. Haji Mohd Isham bin Haji Jaafar ที่เป็นหมอผ่าตัดหัวใจ เป็น ผอ. รพ. JPSC ก่อนมาเป็นรัฐมนตรี เป็นคนคุยสนุก รู้จักกับ อดีต รมต. สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ดี ตอนรับประทานอาหารท่านคุยกับคุณหมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีต รมช. สาธารณสุขไทยอย่างสนุกสนาน
บ่ายรวมกลุ่ม ประชุมกับ สมาคมโรคหัวใจ และสมาคมแพทย์ คุยกันเรื่องบทบาทต่อการยกระดับวิชาการของวิชาชีพ เน้นงานวิจัย สรุปได้ว่าไม่มีระบบสนับสนุนการวิจัยที่เป็นระบบจริงจัง แต่ก็มีการหาทุนวิจัยกันเอง หลังจากนั้นประชุมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยบรูไน ที่มีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลิตแพทย์ปีละ ๓๐ คน ทันตแพทย์ ๑๐ คน เภสัชกร ๑๕ คน อยู่ในคณะเดียวกัน ส่วนการฝึกแพทย์เฉพาะทางส่งไปฝึกต่างประเทศ เขามี PGATB – Post-Graduate Advisory and Training Board ดูแลการฝึกอบรมหลังปริญญา ที่ฟังแล้วไม่เข้มแข็ง เน้นส่งไปฝึกต่างประเทศมากกว่า เพราะมีเงิน คนของเขาจึงเก่งมาก
ช่วงเย็น คุยกับภาคธุรกิจ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีบริษัท BELTS – Brunei Engineering Logistics and Training Solutions รับจ้างดำเนินการให้ จากการคุยนอกรอบ ในวงเงินปีละประมาณ US$ 80 ล้าน เป็นการเล่าโดยบริษัทขายยาและเวชภัณฑ์ เช็คกับบริษัท BELTS เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่ BELTS เข้ามารับงาน บริษัทผู้จำหน่ายชอบมาก เพราะงานคล่องตัวและเร็วขึ้นมาก เมื่อเทียบกับที่ทำโดยระบบราชการบรูไน
เห็นได้ชัดว่า ระบบสุขภาพของประเทศเล็กแต่รวย แตกต่างจากระบบของไทยมาก
ตอนเย็นไปกินอาหารอินโดนีเซีย ข้าวผัดอร่อยมาก
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ธ.ค. ๖๖
ห้อง ๕๑๗ โรงแรม Rizqun International