นักวิชาการด้านจิตตปัญญากลุ่มหนึ่งได้รับโจทย์จากฝ่ายการเมือง ให้ช่วยคิดมาตรการแก้ปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียน รวมทั้งของครู   โดยเห็นผลเร็วหน่อย  ได้ไปคุยกับผู้รู้ผู้มีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้วหลายท่าน    และขอมาคุยกับผม เช้าวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖   ผมนัดไปคุยกันที่โรงพยาบาลศิริราชช่วงก่อนเที่ยงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖  ก่อนที่ผมจะติดระของศิริราชไปประชุมที่ชะอำ   

มีการพูดถึงความเครียด    ผมจึงชี้ว่า ความเครียดมีทั้งคุณและโทษ   บรรยายกาศการเรียนรู้ที่ไร้ความเครียดเป็นโทษ    เพราะจะสร้างความเข้าใจผิดในชีวิตให้แก่นักเรียน    คือหลงคาดหวังการมีชีวิตที่ราบรื่น    และไม่เห็นคุณค่าของการเรียนรู้จากความยากลำบาก   

ความเครียดที่เป็นโทษคือความเครียดเรื้อรัง  และไม่เห็นทางออก  ไม่มีที่พึ่งที่วางใจได้   จะเป็นความเครียดที่สร้างอุปสรรคต่อการเรียนรู้    ที่จริงความเครียดเรื่อรังในแม่ ก่อผลร้ายถาวรต่อพัฒนาการของสมองของทารกในครรภ์ 

ความเครียดจากการต้องเผชิญความท้าทาย โดยรู้ว่ามีครูคอยช่วยอยู่ข้างๆ หากความยากลำบากเกินกำลัง    เป็นความเครียดที่ช่วยก่อผลดี    ยิ่งหากนักเรียนรู้สึกว่าเป็นความท้าทาย และรู้สึกสนุกที่จะเผชิญความท้าทายนั้น  ก็จะก่อการเรียนรู้ในลักษณะพัฒนาทักษะแห่งอนาคต    

ทีมที่มาคุย มีคนจากศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ด้วย    เพราะเขาคิดจะเสนอแนวทางพัฒนาจิตต   ปัญญาศึกษาให้แก่ครู    ผมให้ความเห็นว่า การฝึกโดยจับครูมาอบรมจะไม่ได้ผล   ต้องหาทางหนุนให้ฝึกใช้ในห้องเรียน   โดยที่ในประเทศไทยน่าจะมีหลายร้อยโรงเรียนที่ใช้ “จิตศึกษา” แนวโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาอยู่แล้ว    น่าจะไปปรึกษาครูใหญ่วิเชียร แห่งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ว่าหากทางการเมืองเขาสนใจสนับสนุนจิตศึกษาในโรงเรียนทั่วประเทศ ควรทำอย่างไร   

ที่ผมคิดว่าสิ่งที่ทีมที่มาคุยควรทำคือ ไปทำวิจัยว่า เด็กที่โรงเรียนใช้จิตศึกษาเป็นประจำทุกวัน มีสุขภาพจิตต่างจากนักเรียนในโรงเรียนที่ไม่ใช้อย่างไร    เพื่อช่วยยืนยันต่อสังคมว่า แนวทางจิตศึกษาเป็นคุณต่อสุขภาพจิตของนักเรียนได้จริง      และในทำนองเดียวกันควรวิจัยสุขภาพจิตของครูที่ใช้จิตศึกษา เทียบกับสุขภาพจิตของครูที่โรงเรียนไม่ใช้จิตศึกษาด้วย   เพื่อดูว่าการที่ครูจัดจิตศึกษาให้แก่นักเรียน ก่อผลดีต่อครูด้วยหรือไม่    ผมเดาว่าผลของการวิจัยจะบอกว่า ครูได้ประโยชน์ด้วย ด้านพัฒนาความมั่นคงของอารมณ์   

ผมชี้ให้เห็นว่า มีวิธีดำเนินชีวิตโดยลดความเครียดจากชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ แทบไม่ต้องใช้เงิน    แต่ต้องมีวินัยในตนเอง ในการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ   คือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก และการฝึกสติภาวนา   รวมทั้งการหมั่นสะท้อนคิดว่าชีวิตครูของตนสร้างคุณค่าแก่ศิษย์ และต่อสังคมอย่างไรบ้าง   ที่นำสู่ปิติสุขจากชีวิตประจำวันของวิชาชีพที่ทรงคุณค่าของความเป็นครู 

วิจารณ์ พานิช

๒๕ พ.ย. ๖๖