เช้าวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ผมเข้าร่วมประชุมที่จัดโดยสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม เรื่อง เชิญชวนนำเสนอผลงาน Engage Live 2024 : Innovating Practice จัดโดย NCCPE ที่เมือง บริสตอล สหราชอาณาจักร วันที่ ๑ - ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยสมาคมจะจัดทีมไปศึกษาดูงานตามมหาวิทยาลัยในอังกฤษด้วย ระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
ผมเคยร่วมเดินทางไปประชุม NCCPE ครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๖๐ ตามที่ได้บันทึกเผยแพร่ไว้ที่ (๑) และสถาบันคลังสมองฯ ได้รวบรวมพิมพ์เป็นเล่ม ชื่อ มหาวิทยาลัยหุ้นส่วนสังคมที่สหราชอาณาจักร
ผมเข้าร่วมประชุมก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อจะบอกผู้ใหญ่ของสมาคม คือท่านรักษาการนายกสมาคม ท่านอุปนายกสมาคม และท่านเลขาธิการสมาคม ว่า ผมเชื่อว่ากิจกรรมด้านพันธกิจสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ควรต้องขยายตัวไปจากที่เราไปเรียนรู้ที่อังกฤษเมื่อ ๖ ปีก่อน คือจะต้องกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก (major infrastructure) หรือชาลาปฏิบัติการหลัก (major operating platform) ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยยังดำรงอยู่ได้ ไม่ต้องปิดตัวลงไปเพราะรายได้ไม่พอจ่าย
หมายความว่าในอนาคตอันใกล้ (ประมาณ ๑๐ ปี) กว่าร้อยละ ๕๐ ของกิจกรรมหลักของมหาวิทยาลัย (การเรียนการสอน บริการ วิจัย และทำนุบำรุงความดีงาม) ต้องออกไปทำในภาคชีวิตจริง เพื่อหารายได้เข้ามหาวิทยาลัย และเพื่อทำประโยชน์แก่ประเทศ มิฉนั้น มหาวิทยาลัยจะอยู่ไม่รอด
วิจารณ์ พานิช
๑๕ พ.ย. ๖๖