วัยรุ่นเป็นวัยที่ยากต่อการสร้างแรงบันดาลใจ แทนที่จะเล่นเกมหาคนผิด เพื่อดูว่าใครกันที่ขาดแรงบันดาลใจ แต่เราควรสังเกตโลกและมองในมุมมองแบบของเขา ครั้งหนึ่ง เราเคยเป็นวัยรุ่น และจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์เพื่อการมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน
มีงานวิจัยและบทความทางวิชาการจำนวนหนึ่งที่ชี้ให้เราเห็นว่าสำหรับนักเรียนของเราในการเข้ามามีส่วนร่วม เราเองต้องมีส่วนร่วมเสียก่อน กล่าวอย่างง่ายๆก็คือ พลังงานเชิงบวกต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน และถ้าคุณตื่นเต้นกับการสอนด้วยวิธีเฉพาะ นักเรียนก็เป็นด้วยเหมือนกัน
ข้างล่างคือวิธีการที่ฉันใช้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน
1. ตอบสนองคนเป็นรายบุคคล ครูจะทำตอบสนองทั้งการสอนและการวัดการประเมินผลด้วย. การตอบสนองเป็นรายบุคคลดูเหมือนจะให้ครูทำงานหนักขึ้น แต่จริงๆแล้วมันง่ายกว่านั้นมาก. ครูไม่ต้องวางแผนบทเรียนตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ประเด็นที่สำคัญคือคุณต้องรู้จักตัวตนจริงๆของนักเรียนก่อนที่จะตอบสนองภาระงานให้นักเรียนได้. สิ่งที่ยิ่งใหญ่สิ่งหนึ่งที่ฉันทำให้เด็กๆคือแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนโดยครู แฟ้มสะสมผลงานเป็นพื้นที่ที่ฉันใส่งานที่ได้รับมอบหมายและบทสรุปในแต่ละบทเรียน แฟ้มสะสมผลงานนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ หากคุณมีบทเรียนแบบติวเข้ม หากคุณมีบทเรียนกับพวกเด็กๆ คุณก็ไม่ต้องตอบสนองพวกเขาเป็นรายบุคคลอีกแล้ว
2. แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนโดยนักเรียนเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำในปี 2020. แฟ้มสะสมผลงานเหล่านี้จะพัฒนาให้เด็กๆมีอิสระในการเรียนรู้ และนักเรียนจะมีนความรับผิดชอบมากขึ้นในภาระงาน. แฟ้มสะสมผลงานอาจอยู่ในรูปของบล็อก (blog). ฉันจะอนุญาตให้พวกเขาสร้างมันขึ้นมาเองในขณะที่พวกเขาออกแบบบล็อกของตนเอง. ฉันต้องการจะสร้างนิสัยในการเขียนบทสรุปในทุกๆบทที่เราเรียน โดยหวังใจไว้ว่าพวกเขาจะชอบการมีบล็อก และการเขียนเรื่องที่ไม่ใช่การเรียนภาษาอังกฤษ.
3. จงใช้งานกลุ่มและโครงงาน งานกลุ่มทำให้ทุกๆคนมีส่วนร่วม และสามารถสังเกตเห็นความร่วมมือกันที่พวกเขาแสดงออกได้ การทำโครงงานเป็นสิ่งที่มีความหมาย เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าจะมีจุดจบ และเราทุกคนรักที่จะเห็นจุดจบของไวยากรณ์ ใช่ไหม?
4. การใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีในการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับชั้นเรียนยุคใหม่ และเราสามารถนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาไว้ในหลักสูตรของเรา. การใช้แอปพลิเคชันผิดๆนำไปสู่อันตรายมากกว่าเป็นเรื่องดี แอปพลิเคชันที่ฉันชอบจะเป็น Edmodo, Padlet, Mentimeter.
5. สื่อสังคม (โซเชียล มีเดีย) เพื่อการเรียนรู้ เช่น Edmodo เป็นต้น
6. การเล่นเกมเพื่อการเรียนรู้ จงคิดถึงเนื้อหาที่จำเป็นต่อหลักสูตรของคุณ และทำรายการออกมา พวกครูมักจะคิดเรื่องความสำคัญในวิถีแบบเก่า หากคุณไม่สามารถข้ามบทเรียนได้ จงทำบทเรียนให้มีความหมาย จงคิดถึงวิธีการที่แตกต่างกันในการเล่นเกมเพื่อการเรียนรู้ ที่อยู่ในบทเรียนในหลักสูตร จากการสร้าง vlog (วิดีโอ+บล็อก) เป็นการบ้านไปสู่การสัมภาษณ์บุคคล โดยการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่กำหนดให้
7. การใช้กิจกรรม click-bait ในยูทูป (click-bait คือ การใช้คำหรือรูปภาพที่ทำให้เราสนใจ แต่เข้าไปจริงๆกลับไม่มีอะไรเลย) เราทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของ click-bait ในยูทูป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป เช่น ทำไมเราไม่ขยายคำศัพท์ให้มากขึ้นโดยการใช้ click-bait นี้หละ?
8. จงสอนบริบท จงหย่าขาดจากแบบเรียนที่สอนเป็นประจำ และพยายามที่จะหาหัวข้อที่เหมือนกันในทางออนไลน์ เริ่มจากเนื้อหาที่คุณจอ และนำมันมาอยู่ในหลักสูตร
9. จงเป็นธรรมชาติ หากคุณสังเกตว่านักเรียนของคุณไม่อยากเรียน อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดี และไม่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วม จงใช้โอกาสอันนี้ทบทวนเนื้อหาเก่าๆ เริ่มที่การอภิปราย ในทำนองว่าเกิดอะไรขึ้น และวางภาระงาน เริ่มที่การถกเถียง ปล่อยให้เลือกวิดีโอ บทความ podcast หรือเพลงในการทำบรรยากาศให้สดชื่น
10. การเรียนรู้ผ่านอินเตอร์เน็ท เป็นสิ่งที่เราต้องใช้ เพราะอยู่ในยุคดิจิตอล ในขณะที่การติดต่อผ่านอินเตอร์เน็ทเป็นไปได้ง่ายขึ้น การเรียนรู้กับห้องอื่นๆ หรือนักเรียนคนอื่นๆในทางออนไลน์เป็นโอกาสที่ดีในการฝึภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่คนละประเทศ ตัวอย่างที่ผ่านมาสามารถประยุกต์กับผู้ใหญ่หรือนักเรียนประถม แต่ฉันคิดว่าน่าจะรวมวัยรุ่นเข้าไปด้วยก็ได้
Miliea Vukadin. Think like a teenager- 10 methods to motivate teenager learners.