หลวงตา: พระจักรพรรดิจะต้องมีรูปลักษณ์เป็นสื่อ ถ้าไม่มีรูปลักษณ์เป็นสื่อคือ หลวงปู่
เพราะหลวงปู่ท่านเป็นจักรพรรดิไม่รู้กี่รอบ
เพราะท่านก็ซ้อนจักรพรรดิมาที่เรา มาที่พระที่เราไปกราบ
เป็นกระแสเดียวกันหมดเลย ที่ท่านสร้างไว้ ที่เราสร้างไว้
แล้วก็อธิษฐานสุดท้ายทุกครั้ง เทพพรหมทุกครั้งเชิญเขามาสวดทุกครั้ง
ช่วยเหลือเกื้อกูลในการเวียนว่ายตายเกิด
ไปข้างหน้าจนกว่าจะสำเร็จในสิ่งที่ทุกคนอธิษฐาน
เวลาที่เราไปสวดที่ไหนก็จะเวียนไปตามรูปลักษณ์ที่เราไปสร้างองค์เล็ก องค์น้อย องค์ใหญ๋
ไปหมดแหละ และองค์ที่เราห้อย
มันอยู่ที่เราเอามาเป็นประโยชน์มั้ยเท่านั้น"
ความเป็นมาของพระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์
หรือ พระพุทธรูปปางทรมานพระยามหาชมพู
พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ์ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ ( เข่า ) แต่ที่วัดป่าเจริญ ฯ พระหัตถ์ขวาวางบนพระหัตถ์ซ้าย (เหมือนนั่งสมาธิ) ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์ หรือเรียกอีกอย่างว่าปางทรงเครื่อง
ท้าวมหาชมพู หรือ ชมพูบดีสูตร เป็นตำนานของพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระสูตรเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสืบเนื่องมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ในคำอธิบายเรื่องท้าวมหาชมพูว่า “ไทยเราถือเปนคติกันมาแต่โบราณ ว่าพระพุทธรูปทรงเครื่องเปนพระปางเมื่อพระพุทธองค์ทรงกระทำปาฏิหาริย์ บันดาลให้ท้าวมหาชมพูเห็นพระองค์ทรงเครื่องต้นเปนพระเจ้าจักรพรรดิราชาธิราช แลนับถือกันว่าสร้างพระทรงเครื่องมีอานิสงส์มาก เห็นจะเปนเพราะเหตุที่อาจบริจาคแก้วแหวนเงินทองของมีค่าอันเปนที่รักมาแต่ก่อน เปนพุทธบูชาปรากฏอยู่ยั่งยืนประการ ๑ แลการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องต้องมีช่างฝีมือดีแลมีทุนทรัพย์มากจึงจะสร้างได้ สร้างยากกว่าพระพุทธรูปปางอื่นๆ จะเปนเพราะเหตุนี้ด้วยอิกประการ ๑ ผู้มียศศักดิ์แลทรัพย์สมบัติมากแต่กาลก่อน นับแต่สมเด็จพระราชาธิบดีเปนต้น จึงมักสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง เรื่องท้าวมหาชมพูก็เปนเรื่องที่นับถือกันสืบมา โดยฐานที่เปนตำนานของพระพุทธรูปทรงเครื่องทั้งปวงนั้น”
พระสูตรเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสเทศนาที่วัดเวฬุวนารามใกล้กรุงราชคฤห์ กล่าวถึงกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามชมพูบดี เสวยราชย์ในเมืองปัญจาลราษฐ์ เมื่อพระเจ้าชมพูบดีปฏิสนธิในครรภ์พระมารดา ได้เกิดเสาทองสูง ๑๘ ศอก ในพระนคร ครั้นพระเจ้าชมพูบดีประสูติ ขุมทองในแผ่นดินก็ผุดขึ้นมา ขุมทองอันอยู่ปลายไม้ก็ตกลงมาสู่พื้นแผ่นดิน ขุมทองในน้ำก็ผุดขึ้นมาจากน้ำไปสู่ท่าเมือง และฉลองพระบาทอันแล้วด้วยแก้วมณีโชติก็ลอยมาจากภูเขาวิบูลยบรรพตเข้ามาสวมพระบาทพระเจ้าชมพูบดีในขณะเมื่อประสูติจากครรภ์พระมารดา เมื่อประสูติแล้วพราหมณ์ได้พยากรณ์ว่า พระราชกุมารนี้จะได้เป็นใหญ่ในสกลชมพูทวีปและนาคพิภพ แล้วจึงถวายพระนามว่า ชมพูบดี เมื่อทรงเจริญวัยขึ้น พระเจ้าชมพูบดีทรงใช้ลูกศรเป็นราชทูตไปหาท้าวพระยาทั้งปวงในชมพูทวีปให้มาเฝ้า หากองค์ใดไม่มา ลูกศรนั้นจะร้อยพระกรรณของกษัตริย์องค์นั้นมาสู่ที่ประทับของพระเจ้าชมพูบดี ซึ่งพระเจ้าชมพูบดีมีพระอัครมเหสีทรงพระนามกาญจนราชเทวี
อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าชมพูบดีทรงสวมฉลองพระบาทแก้วมณีโชติ แล้วเหาะไปถึงปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ทรงดำริว่าใครเป็นเจ้าของปราสาทนี้ แล้วก็ทรงพระพิโรธ ยกพระบาทถีบยอดปราสาทของพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยอำนาจที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพุทธอุบาสก คุณนั้นก็คุ้มครองยอดปราสาทนั้นไว้ พระบาทและพระชาณุของพระเจ้าชมพูบดีกลับแตกโลหิตไหล ครั้นพระเจ้าชมพูบดีทรงเอาพระแสงขรรค์ฟันยอดปราสาท ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า เทวดาก็บันดาลให้พระขรรค์นั้นบิ่นไปอีก พระเจ้าชมพูบดีจึงเดินทางกลับมาถึงเมือง แล้วใช้ให้วิษศรเหาะไปร้อยพระกรรณพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารตกพระทัยเสียงวิษศรที่ดังมาในเวหา ทรงหนีไปสู่เวฬุวนาราม พระพุทธเจ้าจึงทรงใช้จักรไปทำลายวิษศร วิษศรสู้พุทธจักรไม่ได้ก็หนีไปถึงปราสาทพระเจ้าชมพูบดี พุทธจักรจึงกลับไป
ต่อมา พระเจ้าชมพูบดีให้ฉลองพระบาทเป็นพญานาคราชไปจับพระเจ้าพิมพิสารกลับมาอีก แต่เมื่อพญานาคไปถึงวัดเวฬุวนาราม พระพุทธเจ้าจึงทรงเนรมิตพญาครุฑให้เข้าต่อสู้ด้วยพญานาค นาคราชทั้งสองมิอาจต่อฤทธิ์ได้ก็แทรกแผ่นดินหนีไป พระเจ้าชมพูบดีเห็นดังนั้นก็เสียพระทัย
ฝ่ายพระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่าพระเจ้าชมพูบดีมีวาสนาปัญญา อาจสำเร็จพระอรหันตผลได้ จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสเรียกพระอินทร์ให้เป็นราชทูตไปหาตัวพระเจ้าชมพูบดีมาเฝ้า พระอินทร์เหาะไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ์ เมื่อถึงแล้วก็ตรัสกับพระเจ้าชมพูบดีว่า เหตุใดพระเจ้าชมพูบดีจึงไม่แต่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายบังคมพระเจ้าราชาธิราช บัดนี้พระเจ้าราชาธิราชให้เรามาเป็นราชทูตมาหาตัวท่านไปเฝ้า
พระเจ้าชมพูบดีได้ฟังดังนั้นก็ทรงพระพิโรธ ทรงเอาวิษศรขว้างไปที่ราชทูต ราชทูตก็เนรมิตจักรอันหนึ่งขว้างมา วิษศรสู้ไม่ได้ก็หนีไปเข้าแล่ง พระเจ้าชมพูบดีลุกหนี ราชทูตบอกว่าให้พระเจ้าชมพูบดีไปเฝ้า พระเจ้าชมพูบดีไม่ยอมไป ราชทูตจึงให้จักรนั้นเข้าติดพันพระบาทพระเจ้าชมพูบดีจนตกจากพระแท่น พระเจ้าชมพูบดีสู้ไม่ได้ ถูกจักรลากไปได้รับทุกขเวทนา จึงขอผัดว่าวันรุ่งขึ้นจะไปเฝ้าพระเจ้าราชาธิราช แล้วราชทูตก็กลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าจึงมีพระพุทธฎีกาให้พระยากาฬนาคราชเนรมิตแม่น้ำและตลาดบกตลาดน้ำ ในหนทางที่พระเจ้าชมพูบดีจะเดินทางมา แล้วทรงบันดาลให้เวฬุวันกลายเป็นมหานครใหญ่ มีกำแพงเจ็ดชั้น ให้พระยาครุฑเป็นนายช่างทอง ให้ช้างฉัททันต์มาอยู่ในโรงช้าง ม้าพลาหกมาอยู่ในโรงม้า มีนกกรวิกและนกแขกเต้านำบุปผชาติมาโปรยในพระนคร ฝูงกินนรกินรีมาขับร้องร่ายรำ ส่วนพระพุทธเจ้าทรงเนรมิตวิมาน แล้วทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าราชาธิราชประทับอยู่เหนือบัลลังก์ในปราสาท มีท้าวมหาพรหมยืนถือเศวตฉัตร พระราหุลเป็นขุนคลัง พระสาวกเป็นพระยาประเทศราช พระอาทิตย์พระจันทร์เป็นนายทวาร พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่ ทั้งยังมีตลาดต่างๆ นางสุชาดาและบริวารขายทอง นางสุธรรมาขายเครื่องเงิน นางสุจิตราขายผ้า นางสุนันทาขายผลไม้ ฯลฯ
รุ่งเช้า พระเจ้าชมพูบดีประทับเหนือคอช้าง เสด็จพร้อมด้วยพระยาร้อยเอ็ดนคร ออกจากพระนครมาสู่สำนักแห่งพระเจ้าราชาธิราช เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบ จึงโปรดให้มาฆสามเณรไปย่นระยะทางและพาพระเจ้าชมพูบดีเข้ามา เมื่อใกล้จะถึงพระนคร มาฆสามเณรบังคับให้พระเจ้าชมพูบดีลงจากหลังช้าง พระเจ้าชมพูบดีไม่ยอม มาฆสามเณรจึงเนรมิตกายใหญ่โตเข้าไสช้างจนล้มไปในที่นั้น พระเจ้าชมพูบดีจึงต้องเสด็จด้วยพระบาทเข้าไปยังพระนคร ระหว่างทางที่พระเจ้าชมพูบดีเสด็จผ่าน พบเห็นนางนาคทั้งหลายที่เป็นแม่ค้าขายของในตลาดน้ำ แล้วไปถึงโรงทองของพญาครุฑ โรงช้างฉัททันต์ โรงม้าพลาหก ทอดพระเนตรเห็นนกกรวิก นกแขกเต้า กินนร กินนรี ท้าวจตุมหาราชิกา อุทยาน สระโบกขรณี ตลาดขายเนื้อ ปลา ตลาดข้าวสาร ตลาดดอกไม้ ตลาดผลไม้ ตลาดผ้า ตลาดเงิน ตลาดทอง ทอดพระเนตรเห็นพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ในที่สุดก็มาถึงที่ประทับของพระเจ้าราชาธิราช
พระเจ้าราชาธิราชแสดงฤทธิ์ต่อสู้กับพระเจ้าชมพูบดี พระเจ้าชมพูบดีสู้ฤทธิ์ไม่ได้จึงยอมแพ้ แล้วพระเจ้าราชาธิราชจึงกลับแสดงพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเทศนาจนพระเจ้าชมพูบดีเลื่อมใสออกผนวชและสำเร็จพระอรหันตผลในที่สุด
บรรดาข้าราชบริพารของพระเจ้าชมพูบดีจึงกลับไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ์ นำเนื้อความไปทูลพระนางกาญจนเทวี พระอัครมเหสีของพระเจ้าชมพูบดี และเจ้าศิริคุตรราชกุมารฟัง พระนางกาญจนเทวีและเจ้าศิริคุตรราชกุมารจึงเดินทางมายังวัดเวฬุวนาราม ขอพบกับพระชมพูบดีเถระ พระพุทธเจ้าให้นางพิจารณาดู ก็เห็นเป็นพระชมพูบดีเถรทั้งสิ้น ไม่รู้ว่ารูปใดคือชมพูบดี พระพุทธเจ้าจึงให้นางกาญจนเทวีเรียกจึงได้รู้ว่าเป็นองค์ใด นางกาญจนเทวีได้เข้านมัสการพระชมพูบดีเถระแล้ว พระนางจึงขอบวชในสำนักพระพิมพาเถรี ส่วนเจ้าศิริคุตรได้บรรพชาในสำนักพระชมพูบดีเถระ ก็สำเร็จพระอรหันตผลทั้งสิ้น เนื้อความในพระชมพูบดีสูตรมีเพียงเท่านี้ (ศานติ ภักดีคำ, วารสารเมืองโบราณ)

หลวงตา: โชคดี โชคดี อายุ วัณโณ สุขขัง สตางค์ เฮงเฮง รวยรวย
ตามไปสวดมนต์ สวดจักรพรรดิ พร้อมกันทั่วโลก ทุกคืน
ในรอบ 20.30 น. สวดมนต์ 21 จบ ทุกคืน
ได้ที่นี่ค่ะ ตามรอยวิริยธโร - หลวงตาม้า
ถ้าไม่ทันมีคลิปธรรมเทศนาของหลวงตาม้าทุกวัน
ตามสวดมนต์ย้อนหลังได้ค่ะ แล้วแต่สะดวก
แต่สวดมนต์พร้อมกัน พลังเยอะกว่าค่ะ
ลองสวดมนต์ในบทสวดจักรพรรดิ ในทำนอง จังหวะนี้ดูนะคะ
สวดมนต์ถูก ชีวิตเปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีค่ะ
หลวงตา: โชคดี โชคดี อายุ วัณโณ สุขขัง สตางค์ เฮงเฮง รวยรวย
ขอบคุณเพจ กำลังจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ-หลวงตาม้าวิริยธโร
![]()