พลังของ Soft skills
กัลยาณมิตรส่งมา
“งานวิจัยของ กสศ. น่าสนใจมาก
อันดับแรกคือ เขาชี้ว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วอย่างทุกวันนี้ ความรู้ทางวิชาการมีผลต่อความสำเร็จไม่ถึง 1% (โอ้ว พระเจ้า! น้อยมาก) อีก 99% มาจาก Soft Skill ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยรับมือโลกที่ซับซ้อนได้
Soft Skill คืออะไร
คือทุนทางจิตใจ เช่น เป็นคนเข้มแข็ง หนักเอาเบาสู้ ยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลง มีวินัย กัดไม่ปล่อย มองโลกในแง่ดี ไม่จมกับปัญหา เหล่านี้ล้วนสำคัญ เพราะทำให้คนคนนั้นไม่แตกสลายเวลาเจอแรงกดดัน ปรับตัวได้เร็ว และผ่านเรื่องร้ายไปได้
เด็กที่ถูกสอนแค่ Hard Skill หรือเก่งวิชาการอย่างเดียวอาจเปราะบาง แตกสลายง่าย ตรงกันข้าม เด็กที่มี Soft Skill จะไม่สั่นไหวมาก ถ้าตกงานก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองทำอย่างอื่นดู การมองโลกในแง่ดีก็ทำให้ผ่านแรงกดดันต่างๆ ไปได้โดยไม่มีบาดแผลมากนัก
การบ่มเพาะทัศนคติในแง่บวกจึงสำคัญต่อการตั้งรับความผันผวนของโลกที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน
จึงถึงเวลาแล้วที่การศึกษาต้องคิดด้านกลับ แทนที่จะมุ่งเน้นแต่วิชาการ ต้องหันมาพัฒนา Soft Skill ให้เด็กๆ สร้างทักษะเหล่านี้ให้แข็งแรง โดยมีครอบครัวและครูเป็นลมใต้ปีกช่วยสนับสนุนให้เด็กมั่นใจในตัวเอง มองโลกในแง่ดี และมีความแข็งแกร่งภายใน ขณะเดียวกันก็ยืดหยุ่นด้วย
การพัฒนาเยาวชน หรือการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่ถูกทางต้องให้ทุกคนมีโอกาสเรียนสิ่งที่ตนถนัด ในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ และมีข้อมูลตลาดแรงงานประกอบการตัดสินใจของพวกเขา ซึ่งข้อมูลต้องครบถ้วนและทันเวลาด้วย”
ในมุมมองของผม ข้อความข้างบน สนับสนุนการให้ความสำคัญแก่ V&A ใน VASK และแก่ Future Skills หรือ Transferable Skills
วิจารณ์ พานิช
๑๒ พ.ย. ๖๖
There is an official government body in Thailand to promote ‘soft power in every family’ (with a budget of 7,000 million Baht and a target of 20 million families). One would wonder if this is a ‘re-election campaign’ (using taxpayers money, –common among politicians) or a sandbox experiment on social engineering. There is no ‘clear goal’ – no objectives, no measures (to assess Return of Investment ) and no specific direction(s). [In plain words: this is a __ Blank Cheque __ .] One would wonder if the taxpayers money be better used elsewhere (in hard power research rather than a poster in every home).