ความงอกงามทางจิตวิญญาณเชิงพุทธ
BUDDHIST SPIRITUAL GROWTH
ความงอกงามทางจิตวิญญาณเป็นมิติด้านลึกของมนุษย์ที่มนุษย์ตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพชีวิตอย่างลึกซึ้ง ไม่เฉพาะมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่รวมถึงธรรมชาติ ศาสนธรรม หมายถึง การตระหนักเห็นชีวิตทุกชีวิตมีคุณค่าที่ควรได้รับการปกป้อง เมื่อเข้าถึงธรรม จิตใจก็แผ่กว้าง มีเมตตากรุณาอันกว้างใหญ่ ไม่เห็นแก่ตัวทั้งนี้เพราะว่าได้สัมผัสกับสภาวะที่เหนือสามัญ เหนือกาลเทศะ เหนือประสบการณ์สามัญของชีวิตประจําวัน เหนือการแบ่งแยกเป็นเราเป็นเขา หรือภาวะที่เรียกว่า Dualism หรือมิติด้านจิตวิญญาณ กล่าวได้ว่าคือ สภาวะที่เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวที่เรียกว่า Non-duality ของสรรพชีวิต
การศึกษาในทัศนะของพระพุทธศาสนาการศึกษาตรงกับคําศัพท์ภาษาบาลีว่า สิกขา หมายความว่าการฝึกอบรมตนให้งอกงามหรือการพัฒนาตนให้งอกงาม ตามหลักพระพุทธศาสนาได้แบ่งการพัฒนาตนให้งอกงามออกหลายด้าน อาทิการพัฒนากาย คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง มีสุขภาพดี มีความเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ รวมไปถึงการรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางวัตถุได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ด้วย เช่น กินอาหารเพื่อมุ่งให้ร่างกายมีกําลัง มีสุขภาพดี ไม่ใช่กินด้วยความเอร็ดอร่อยหรือเพื่อความหรูหราฟุ่มเฟือย การพัฒนาศีล คือการควบคุมกาย วาจา ไม่ให้ประพฤติออกมาในทางเบียดเบียนตนเองและคนอื่น เช่นทางกายก็ไม่ทําร้ายข่มเหงรังแกคนอื่น ทางวาจาก็ไม่พูดคําหยาบไม่ส่อเสียดที่จะทําให้คนอื่นเสียหายหรือเสียประโยชน์ คือ ให้อยู่ร่วมกันด้วยดีในสังคม การพัฒนาจิตใจ คือการทําจิตใจให้มีคุณสมบัติที่ดีงามพรั่งพร้อมใน3 ด้านดังนี้ 1.ด้านความดีงาม คือ มีความเมตตา ความรัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเป็นมิตรไมตรีต่อคนรอบข้างมีความกรุณามีความกตัญญู มีสัมมาคาราวะ มีความคิดช่วยเหลือเมื่อเห็นคนอื่นมีความทุกข์ 2.ด้านความแข็งแกร่งคือ มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ต่อเป้าหมายที่วางไว้มีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีวิริยะความพากเพียร มีขันติ ความอดทน มีสมาธิ ความตั้งมั่นแห่งจิต มีสัจจะ ความจริง3.ด้านความสุข คือจิตใจมีความสดชื่น ร่าเริงเบิกบาน สะอาด สงบ ปลอดภัย มีปีติปราโมทย์ ไม่เครียดไม่กระวนกระวาย ไม่ขุ่นมัวหมองเศร้า การพัฒนาปัญญา การรู้จักเพิ่มความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเองเริ่มตั้งแต่รู้จักเรียนรู้ศิลปะวิทยาที่ดีมีประโยชน์สําหรับการดําเนินชีวิต เป็นผู้ขวนขวายใคร่เรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ เพื่อก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนรู้จักคิด รู้จักวินิจฉัย รู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิตด้านต่างๆเป็นต้น ล้วนแล้วเป็นการพัฒนาตัวเองเพื่อให้เกิดความงอกงามทางจิตวิญญาณเช่นกัน
มนุษย์ในฐานะเป็นชีวภาพ ประกอบด้วยส่วนที่เป็นร่างกาย (body) และส่วนที่เป็นจิตใจ (mind) เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าในระยะต้นๆ ของวิวัฒนาการ บรรพบุรุษของเราดํารงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บเกี่ยวที่จะให้ตัวเองรวมทั้งคนอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอยู่รอด การที่ต้องรวมกลุ่มก็เนื่องจากความจําเป็น ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยก็ดี การล่าสัตว์ขนาดใหญ่ก็ดี รวมทั้งการป้องกันตนเองจากการรุกรานของมนุษย์เผ่าอื่นก็ดีจําเป็นต้องจัดตั้งเป็นกลุ่ม อยู่กันเป็นชุมชน มนุษย์สมัยนั้นจะมีร่างกายที่แข็งแรงพอที่จะสู้กับสัตว์ร้ายสู้กับเผ่าพันธุ์ที่ไม่เป็นมิตร และธรรมชาติที่โหดร้ายทารุณเช่นความหนาว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มนุษย์มีข้อได้เปรียบสัตว์อื่นๆ เพราะมีสมองที่ดีกว่า มีความจําที่ยาวนานกว่าและมีตรรกะการใช้เหตุผลที่สามารถคํานวณผลได้ผลเสีย รวมทั้งการคาดการณ์ปัญหาได้ล่วงหน้า เพื่อจะให้ตนเองและเผ่าของตนปลอดภัย ความสามารถในการคิดเช่นนี้มีเหนือกว่าสัตว์ เหล่านี้คือส่วนที่เป็นความคิด หรือที่เรียกว่า mind มนุษย์นอกจากประกอบด้วยร่างกาย (body) และความคิด (mind) อันเกิดจากการทํางานของสมองซึ่งเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเรามีมาเป็นเวลานานแล้วมนุษย์ยังมีส่วนที่สามคือส่วนของจิตวิญญาณ(spirit)อันประกอบด้วย ความรัก ความเมตตา ความกรุณา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความอาย และความรู้สึกสํานึกต่อบาป หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ส่วนที่สามนี้คงจะเกิดจากวิวัฒนาการ โดยเบื้องต้นมาจากการเล็งผลปฏิบัติที่จะนําไปสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคม การรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน และการเอื้ออํานวยความพอใจต่อกันและกัน และน่าจะใช้เวลานานพอสมควรจนสิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของศีลธรรมและจริยธรรมของปัจเจกบุคคลและสังคมมนุษย์ ในส่วนนี้ศาสนาและผู้นําศาสนาจะมีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการสร้างค่านิยมที่มีผลต่อจิตวิญญาณของมนุษย์ขึ้นมา เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นจนถึงจุดๆหนึ่งมนุษย์ก็จะประกอบด้วย ร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ
ความงอกงามทางจิตวิญญาณเป็นธรรมะที่สําคัญส่วนหนึ่งของชีวิตที่หลายคนอยากให้มีในตัวเอง การขาดธรรมะอาจทําให้ประสบกับความล้มเหลวและทําให้ชีวิตอับปางได้ ทั้งโทษที่เกิดกับตนเอง สังคมและประเทศชาติ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบัน เช่น การที่คนในชาติขาดคุณธรรม จริยธรรมในการดําเนินชีวิต ไม่รู้จักพอ ไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของสังคมและประเทศชาติ ทําให้เกิดการลักลอบเสพ ขายยาเสพติด จนเกิดความเดือดร้อนโดยทั่วไป จนหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องออกมาปราบปรามขั้นเด็ดขาด ข่าวสาร ข้อมูลจากสื่อมวลชนทุกแขนง นําเสนอ ข่าวการจับกุม ผู้เสพ ผู้ค้า และผู้อยู่เบื้องหลัง อย่างต่อเนื่อง ปัญหาทั้งมวลที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยที่ล้วนมีสาเหตุมาจากการขาดคุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคมทั้งสิ้น
จากผู้เขียนได้ศึกษาและได้วิจัยเกี่ยวความงอกงามทางจิตวิญญาณเชิงพุทธ และได้สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านทางพระพุทธศาสนา จำนวน 5 รูป/คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา จำนวน 2 รูป/คน รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้นจำนวน 7 รูป/คน ได้รับการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.๙, ดร) กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16, 17 - 18 (ธ) ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร
2. ศ.พญ. นงพงา ลิ้มสุวรรณ จิตแพทย์ดีเด่น สาขาการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแก่วงการจิตเวช สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2541-2542 แม่ดี – บุคลากรเด่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี พ.ศ.2546
3. รองศาสตราจารย์ ดร.นิรนาท แสนสา คณบดีสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
4. ดร.จิราภรณ์ ศรไชย รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาบาลสงฆ์
5. อาจารย์ ดร.วรัญญู กองชัยมงคล อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. นายแพทย์ ชนินทร์ สกุลอิสริยาภรณ์ อาจารย์ภาควิชา จิตเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเจ้าของคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจิตเวช
7. ดร.ณัฏฐนาถ ศรีเลิศ อาจารย์ประจำหลักสูตร สาขาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีนครปฐม
พบว่า ความงอกงามทางจิตวิญญาณเชิงพุทธ (Buddhist Spiritual Growth) หมายถึง ภาวะทางจิตใจสงบสุข ไม่เครียดไม่กังวลใจจนเกินไป เป็นการยกระดับจิตจากความเป็นสัตว์ สัตว์ในที่นี้หมายถึงคนที่มีจิตข้องในอารมณ์ต่างๆ การพัฒนาจิตงอกงามเป็นการยกจิตจากความเป็นสัตว์ให้เป็นมนุษย์ที่มีใจสูงขึ้น หรือเป็นคนที่พร้อมด้วยศีลธรรมและคุณธรรม ที่เป็นกระแสอริยะบุคคล ยึดพระพุทธศาสนาเป็นแกน อบรมขัดเกลาตัวเอง ปล่อยวางโลก ความรู้สึกสบาย โปร่งโล่ง สงบ ตัดจากอาสวะกิเลส นิวรณ์ มาวุ่นวาย ละเอียดประณีต ลึกซึ้ง อันเข้าใจในอริยสัจ 4 เข้าใจในสัจธรรมในความเป็นไปในชีวิต และเดินทางตามอริยมรรคและก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคความทุกข์จนทําให้ใจพร้อมรับสภาพความจริงของชีวิตได้โดยไม่สงสัยในตัวเอง และความเข้าใจในศักยภาพตน มองตัวเองด้วยความไว้วางใจ และพบความหมายของชีวิตสูงสุดของบุคคลนั้นๆโดยข้ามขีดจํากัดของตนเอง มีความสัมพันธ์เชิงธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยความศรัทธาทางศาสนา จนเกิดความปีติ รู้แจ้ง ยินดีกับสิ่งที่ได้มา เห็นคุณค่าของชีวิต สอดคล้องกับสมรักษ์ ทองทรัพย์ ได้ศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ความงอกงามหลังการเข้ากลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยาของนิสิตนักศึกษาที่มาจากครอบครัวหย่าร้าง พบว่า ประเด็นหลัก ที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตนที่เกิดความงอกงามภายในจิตใจ ได้แก่
1. มีการยอมรับตนเอง
2. มีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ได้รู้จักเข้าใจ และสนิทกันมากขึ้น
3. มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนในครอบครัวตระหนักถึงคุณค่าและมีมุมมองเปิดกว้างเข้าใจสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
4. มีสัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบข้างเปิดกว้างมุมมองที่จะยอมรับและเข้าใจผู้อื่นอย่างที่เป็นมากขึ้น
5. เกิดแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเอง และมีพลังใจเพิ่มขึ้นจากเรื่องราวประสบการณ์ภายในกลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยา
6. มีมุมมองเชิงสร้างสรรค์ต่ออุปสรรค ตระหนักว่าอุปสรรคนั้น ไม่ยากเกินกว่าฝ่าฟันไปได้ ทั้งยังทําให้ตนเติบโตเข้มแข็งขึ้น
7. ร่องรอยจากการหย่าร้างในครอบครัว กล่าวคือ เป็นความงอกงามในประสบการณ์การมาจากครอบครัวหย่าร้างในแง่มุมต่างๆ ที่ทําให้ตนเป็นเช่นทุกวันนี้
8. มีสติรู้เท่าทัน
9. มีความรู้สึกสุขสงบ
10. มีความรู้สึกสอดคล้องกลมกลืนในตน และสุดท้าย
11. มีความเข้าใจในสัจธรรมของชีวิต ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิตมากขึ้น
และพบว่า ตัวบ่งชี้และมาตรวัดความงอกงามทางจิตวิญญาณเชิงพุทธ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ โดยทั้ง 4 องค์ประกอบ มีตัวบ่งชี้รวมทั้งสิ้น 15 ตัวบ่งชี้ รายละเอียดดังนี้
องค์ประกอบที่ 1: ความเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต (Understanding Reality of Life) มีตัวบ่งชี้ จํานวน 5 ตัวบ่งชี้ ได้แก่
(1) มีเป้าหมายในการดําเนินชีวิต
(2) มีมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับชีวิต
(3) การรับรู้การเติบโตฝ่ายวิญญาณ
(4) เป็นอิสระจากการผูกมัดทางโลก
(5) อยู่อย่างมีปัญญา
องค์ประกอบที่ 2: ความคงกระพันทางจิตใจ (Psychological invulnerability) มีตัวบ่งชี้ จํานวน 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่
(1) ความแข็งแกร่งทางจิตใจ
(2) ดําเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ
(3) มองสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยความเคารพและความเข้าใจ
(4) เน้นการพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งงอกงาม
องค์ประกอบที่ 3: ความเชื่อมโยงกับผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม (Connecting to People and Environment) มีตัวบ่งชี้ จํานวน 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่
(1) สามารถเชื่อมโยงถึงสิ่งรอบตัว
(2) มีพฤติกรรมเกื้อกูลต่อผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม
(3) มีโลกทัศน์เชิงบวกต่อสังคมและผู้คน
องค์ประกอบที่ 4: ความเชื่อมกับพุทธศาสนา(Connecting to Buddhism) มีตัวบ่งชี้ จํานวน 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่
(1) มีพระพุทธศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
(2) มีความเชื่อว่าชีวิตได้รับการปกป้องคุ้มครองจากพระรัตนตรัย
(3) ยกระดับคุณภาพจิตโดยใช้พระพุทธศาสนา
โมเดลองค์ความรู้ BUDDHISH SPIRITUAL GROWTH
แหล่งอ้างอิงจาก
Thatchathon Attarung , Phramaha Phuen Kittisophano, Prayoon Suyajai (2023). DEVELOPING INDICATORS AND SCALE OF BUDDHISH SPIRITUAL GROTH. Journal of MCU Social Development. Year 8, Issue 2, May–September 2023. 129-142. TCI2
