ฟังและพูดสู่พลังสร้างสรรค์ควรเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการเรียนรู้ของมนุษย์   อาจถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ก็ได้    เป็นส่วนหนึ่งของทักษะแห่งอนาคต ก็ได้   ผมขอเสนอว่า เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะสร้างสรรค์ (creativity)    

การฟังและพูดแบบ “สุนทรียสนทนา” (dialogue) มีพลังสร้างสรรค์ซ่อนอยู่   แปลกมาก ที่มนุษย์ค้นพบพลังนี้มากว่า ๒,๔๐๐ ปี  แต่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้พลังนี้ไม่เป็น    ระบบการศึกษาในปัจจุบัน ไม่ช่วยให้มนุษย์มีวิธีปลดปล่อยพลังนี้ของตนออกมา    เพราะเราปิดกั้นด้วยกระบวนทัศน์มองโลกแบบสองขั้วตรงกันข้าม หรือมองแบบเส้นตรง   ไม่มองแบบซับซ้อนและปรับตัว   

เพราะการศึกษาฝึกนักเรียนให้ยึดถือถูกผิด   ไม่ฝึกให้มองเห็นความเหมือนในความต่าง   ไม่ฝึกให้มองเห็นความต่างในความเหมือน    ไม่ฝึกให้มองเห็นคุณค่าของสองขั้วตรงกันข้าม   เราจึงมีพลเมืองที่พลังสร้างสรรค์ไม่สูงอย่างที่ควร   

สุนทรียสนทนาที่มีพลัง ต้องการวิญญาณประชาธิปไตย   คือมนุษย์ทุกคนมีศักดิ์เสมอกัน    เปิดเผยความในใจของตนได้โดยไม่มีสิ่งกดทับจากความสัมพันธ์แนวดิ่ง    ซึ่งสังคมไทยเราค่อนข้างรุนแรง   

ศ. Manabu Sato เสนอแนวทางปฏิรูปการศึกษาของญี่ปุ่น  ด้วยการทำให้โรงเรียนเป็นชุมชนเรียนรู้ (School as Learning Community)   ที่คนในโรงเรียนรับฟังซึ่งกันและกัน    และมีสุนทรียสนทนากันเนืองนิตย์ ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน ระหว่างนักเรียนกับครู ระหว่างครูกับครู  และระหว่างโรงเรียนกับชุมชน   ทั้งหมดนั้น เพื่อเป็นเครื่องมือให้โรงเรียนหนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ครบด้าน และเรียนรู้อย่างมีคุณภาพสูง    ที่ผมเชื่อว่า เกิดการพัฒนาพลังสร้างสรรค์ในนักเรียนอย่างอัตโนมัติ   

ฟังและพูดสู่การเรียนรู้   เป็นส่วนหนึ่งของ การเรียนรู้จากประสบการณ์

วิจารณ์ พานิช

๖ ก.ย. ๖๖

ห้อง ๒๓๐๑   โรงแรม Mercure Living Putrajaya   มาเลเซีย