ดังได้เล่าแล้วว่า วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ ผมมีโอกาสได้ไปสัมผัสประสบการณ์การสอบวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกสายสังคมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่ง ช่วยให้ผมได้สะท้อนคิดสู่หลักการเรื่องการเรียนระดับปริญญาเอกสายสังคมศาสตร์ ที่เรียนแบบทำงานไปเรียนไป
ผมสงสัยว่า ตอนทำวิทยานิพนธ์ นักศึกษาได้มีพื้นที่เรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนนักศึกษาบ้างหรือไม่ โดยผมให้คุณค่าของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้การตีความประสบการณ์หรือข้อมูลสู่หลักการ และสู่การตั้งคำถาม ที่นำสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีตอบคำถามเหล่านั้น ที่ผมมองว่า เป็นแก่นของการเรียนระดับปริญญาเอก
เมื่อถามนักศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษา ก็ได้ความรู้ว่า ในกลุ่มนักศึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษาเดียวกัน มีการนัดมาคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเดือนละครั้ง แต่นักศึกษามักไม่ค่อยว่างมาร่วม สะท้อนแนวคิดไม่เห็นคุณค่าของพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน dialogue ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากความคิดและการตีความข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่แตกต่างหลากหลาย ยิ่งเรียนรู้ข้ามกลุ่มนักศึกษา ที่อาจารย์ที่ปรึกษาคิดต่าง ยิ่งมีประโยชน์ แต่วงการอุดมศึกษาไทยไปไม่ถึงแนวคิดแบบนี้
พอดีผมได้อ่านเรื่อง ศ. Manabu Sato ผู้เสนอแนวคิดปฏิรูปการศึกษาญี่ปุ่นด้วย SLC – School as Learning Community ที่แพร่หลายไปทั่วโลก ท่านเสนอการเรียนรู้จากการรับฟังซึ่งกันและกัน และเสวนากัน – Dialogue ระหว่าง นักเรียนกับนักเรียน นักเรียนกับครู ครูกับครู และโรงเรียนกับชุมชน ฟังและเสวนาในฐานะมนุษย์หรือคนที่ศักดิ์เสมอกัน ที่การศึกษาไทยทุกระดับน่าจะได้พิจารณา
วิจารณ์ พานิช
๘ ส.ค. ๖๖