วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ สบช. จัดงานพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตที่จบการศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๖๑ -  ๒๕๖๔ ที่ศูนย์ประชุมวายุภักดิ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อย่างงดงามสมเกียรติ ในทุกขั้นตอน   

 คำกล่าวให้โอวาทแก่บัณฑิต ของท่านประธานองคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธี    ว่า ... “การที่จะปฏิบัติงานด้านสุขภาพให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น   บัณฑิตจะต้องมีคุณสมบัติพร้อม ๓ ประการ   ประการแรก คือ วิชาความรู้ที่กว้างขวางลึกซึ้ง    ละความสามารถที่จะนำความรู้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง    ประการที่สอง  คือร่างกายที่แข็งแรง  และจิตใจที่เข้มแข็ง   สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิต  ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้    ประการที่สาม  คือคุณธรรมและความสุจริตในจิตใจ  จริยธรรมความประพฤติที่ดีงามเหมาะสม   ความมีมนุษยธรรมน้ำใจไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์    หากบัณฑิตหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเอง ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวมานี้   ก็เชื่อได้ว่าแต่ละคนจะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงาน   อันจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญทั้งของตน  ของประชาชน และของประเทศชาติครบทุกส่วน” ....   ประทับใจผมมาก   

ทำให้ผมกลับมาสะท้อนคิดที่บ้านว่า    สมาชิกในครอบครัว สบช. น่าจะได้ร่วมกันไตร่ตรองว่า   ได้จัดการเรียนรู้เพื่อความเข้มแข็งสามด้านที่ท่านประธานองคมนตรีให้โอวาทอย่างครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร   และจะดำเนินการเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนตนเองในด้านที่สองและด้านที่สาม ให้ยิ่งขึ้นได้อย่างไร

คำตอบของผมคือ ทำให้ดีกว่าเดิมได้   โดยจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) ให้มากขึ้น    เพื่อให้เกิดการเรียนรู้องค์รวม (holistic learning) ทั้งสามด้านที่ท่านประธานองคมนตรีกล่าวไปพร้อมๆ กัน     ผมกำลังเขียนบันทึกตีความการอ่านหนังสือด้าน experiential learning ลง บล็อก ท่านที่สนใจติดตามอ่านได้ที่ gotoknow.org/posts/tags/เรียนรู้จากประสบการณ์     ที่บอกว่าการเรียนรู้ที่ดีผู้เรียนต้องได้เรียนแบบองค์รวม    และการเรียนรู้แบบองค์รวมมีหลากหลายมิติที่วงการศึกษาไทยยังไม่ได้เอาใจใส่เท่าที่ควร 

การเรียนรู้แบบองค์รวมมองได้หลายแบบ    แบบหนึ่งเป็นการตีความว่าเป็นการพัฒนาสมรรถนะ ที่ประกอบด้วย ๔ ส่วน คือ VASK (V = values = ค่านิยม, A = attitude = เจตคติ,  S = skills = ทักษะ,  K = knowledge = ความรู้)   จะเห็นว่า การศึกษาไทยละเลยมิติด้าน V และ A   ซึ่งตรงกับประการที่สอง และสาม ของท่านประธานองคมนตรี 

แต่ผมก็ยังเชื่อว่า มีอาจารย์ของ สบช. บางคนที่เอาใจใส่เอื้อให้ศิษย์ฝึกฝนตนเองในด้าน V และ A  หากมีการค้นหาอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติดังกล่าว    นำมาเป็นต้นแบบขยายผล ให้แก่อาจารย์ที่ต้องการเรียนรู้หลักการแล้วิธีการ   โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านนี้ทำหน้าที่เป็นโค้ช   ก็จะช่วยให้การจัดการเรียนรู้ของ สบช. ค่อยๆ พัฒนาขึ้นสู่สภาพ Holistic Learning   https://www.gotoknow.org/posts/708408    และตีความเข้าหาการเจริญสติไว้ที่  https://www.gotoknow.org/posts/706897       

วิจารณ์ พานิช

๑๓ มิ.ย. ๖๖