บทที่ ๙ “ครูที่ไม่สอน”
ไม่สอนในที่นี้หมายถึงไม่สอนแบบเน้นถ่ายทอดความรู้ นักเรียนได้เรียนรู้แบบเฉื่อย (passive learning) หรือจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้เฉพาะการเรียนรู้แบบรู้ตัว ผ่านการจดจำและการคิดระดับตื้น ที่เรียกว่า declarative learning mode เท่านั้น
ที่จริงครูต้องสอน แต่ต้องสอนแบบให้นักเรียนได้ฝึกเอาความรู้ไปบรรจุเข้าสมองตน และฝึกดึงความรู้ออกมาใช้งาน ที่เรียกว่า สอนโดยตรง (direct instruction) แนวเรียนรู้เชิงรุก (active learning) และต้องจัดกระบวนการให้นักเรียนได้ฝึกอำนวยการเรียนรู้ของตนเอง (student-directed learning) ผ่านการปฏิบัติ หรือการทำโครงการ ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบไม่รู้ตัว และมีการเรียนรู้ฝึกฝนครบทุกด้านของ VASK ที่เรียกว่า procedural learning mode
ครูชนิดนี้ ไม่เน้นแสดงตัวเป็นผู้รู้ ไม่ทำตัวเป็นพระอาจารย์หน้าชั้นเรียน (sage on the stage) แต่มุ่งทำตัวเป็นผู้ชี้แนะอยู่ข้างๆ (guide on the side) ตัวนักเรียน
จุดสำคัญคือ ครูเน้นสอนแบบถ่ายทอดความรู้จะเตรียมตัวเองให้ทำหน้าที่สอนอย่างดีที่สุด จุดเน้นคือตัวครู หรือการสอนของครู แต่ครูเน้นฝึกให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตัวเองจะเน้นเตรียมตัวเองให้ทำหน้าที่เอื้อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างดีที่สุด จุดเน้นคือตัวนักเรียน หรือการเรียนรู้ของนักเรียน
ห้องเรียนประสิทธิผลสูง
คุณ Paul Collard แห่งองค์กร CCE (Creativity, Culture and Education) UK ได้นำหลักการของ high functioning classroom (ห้องเรียนประสิทธิผลสูง) มาเผยแพร่ในประเทศไทย และมีการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยดังต่อไปนี้
“ครูที่ไม่สอน” ย่อมเป็นครูที่จัดห้องเรียนแบบ ห้องเรียนประสิทธิผลสูง การจัดห้องเรียนให้เหมาะสมต่อการเรียนรู้เชิงรุก และศิษย์บรรลุผลการเรียนรู้ในระดับเชื่อมโยง มีความจำระยะยาวแน่นแฟ้น ดึงออกมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว และความหมายของ ห้องเรียน ย่อมเปลี่ยนไป ไม่เน้นห้องทางกายภาพ แต่เน้น สถานที่เรียน หรือ “พื้นที่สำหรับเรียนรู้” (learning space) ที่มีบรรยากาศ (learning environment) ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก
“ครูที่ไม่สอน” เน้นทำหน้าที่สร้างพื้นที่และบรรยากาศที่หนุนการเรียนรู้แก่ศิษย์
วิจารณ์ พานิช
๓๐ เม.ย. ๖๖
ห้อง ๑๖๐๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช