บ่ายวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มีรายการประชุมวิชาการออนไลน์ จัดโดย Equity Education Alliance เรื่อง Exercising Equity to Deliver Inclusive Classroom เป็นเวลา ๑ ชั่วโมง ผมโชคดีที่ได้เข้าฟัง เพราะประเทืองปัญญามาก ได้เห็นปัจจัยหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมคุณภาพการศึกษาของเวียดนามจึงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เห็นว่า แม้ออสเตรเลียจะได้รับการยกย่องว่าการศึกษามีคุณภาพสูงมาก (ดูข้อมูลในหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก) เขาก็พัฒนาต่อเนื่อง ไม่ประมาทว่าระบบของเขาดีแล้ว และหาทางให้การศึกษาแก่คนกลุ่ม indigenous ให้ได้ผลลัพธ์เท่าเทียมกับคนขาว
กสศ. และ ยูเนสโก ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว
การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๖ ของ EEA โดยสามารถเข้าไปชมการประชุมครั้งก่อนๆ ได้ที่ (๑)
ผมได้รู้จัก AERO – Australian Education Research Organisation ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ในออสเตรเลียให้ทำอย่างมีข้อมูลหลักฐาน (evidence-based) ว่าสิ่งที่ทำ หรือวิธีการที่ใช้ ก่อผลดีต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ไม่ใช่ทำตามๆ กันไป ตามที่เคยมีผู้บอกไว้
AERO เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ นี่เอง เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมวิชาการด้านการเรียนรู้ ที่ผมชอบมากคือเขาตั้งขึ้นมาโดยกำหนดให้รัฐสนับสนุนงบประมาณ แต่ให้มี independent board AERO มีเอกสาร Formative assessment, Explicit instruction, Mastery learning, Focused classroom, Spacing and retrieval practice ที่มีประโยชน์มาก โดยหลายส่วนอยู่ในหนังสือ ปรับปรุงการสอนเล็กน้อย ได้ผลยิ่งใหญ่ และ สอนอย่างมือชั้นครู
VVOB Education for Development เล่ากิจกรรมในประเทศเวียดนาม ๓ เรื่อง คือ ECE – Early Childhood Education, POM – Process-oriented Child Monitoring และ Equity education for minority population
ที่ผมสนใจมากคือวิธีที่เขาแนะนำให้ครูสังเกตความพึงพอใจและการร่วมกิจกรรมของนักเรียน แล้วสะท้อนคิดหาปัจจัยขัดขวางการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียนเป็นรายคน แล้วดำเนินการกิจกรรมใหม่เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เรียนอย่างมีความสุขความพึงพอใจและมีส่วนร่วมกิจกรรม ในลักษณะที่ครูเรียนรู้และพัฒนาวิธีจัดการเรียนรู้ในทันใด เป็นวงจรเรื่อยไป ดัง PowerPoint ข้างล่าง ผมคิดว่า ครูคนใดหมุนวงจรนี้ จะเป็นครูที่เก่งทุกคน ยิ่งถ้าหมุนเข้าหา Kolb’s Experiential Learning Cycle (gotoknow.org/posts/tag/kolb) จะยิ่งเก่ง
ยิ่งน่าสนใจ ที่เขาเตือนว่า อย่าหลงผิดเรื่องความพึงพอใจและการร่วมกิจกรรมของนักเรียน ว่าการที่นักเรียนมีความประพฤติดี ไม่ได้หมายความว่านักเรียนพึงพอใจเสมอไป และการที่นักเรียนมีความสุขความพึงพอใจในการเรียนไม่ได้หมายความว่านักเรียนต้องไม่ประสบอารมณ์เชิงลบ ผมตีความว่า นักเรียนต้องได้เผชิญความเครียดบ้าง เพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่จะต้องสนุกเรื่อยไป ดังแสดงใน PowerPoint
วงการศึกษาไทยรับรู้เรื่องห้องเรียนสมรรถนะสูง (high functioning classroom) ดังนี้
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.พ. ๖๖
I read with interest and I noted VVOB’s definition and inclusion of ‘well-being’ into their education. I also noted Thailand’s High Function Classroom – that seems to focus on the Classroom (I took it to mean both learners and teachers in a ‘Space’ or an environment – I need to know more about this) but not extended to cover ‘home and community’. I would like to know about ‘measures’ for these ‘indices’ (both VVOB’s and Th.Ed’s). Having lists of ideal goals is a good start, having measures makes feasibility of goals, having skills, technologies and resources planned and allocated means success (within allocated time, resources and budget) – happy ending! (for a change).