GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทีกชีวิตวันที่ 4 มกราคม 2550

บันทึกชีวิตวันที่ 4 มกราคม 2550 วันนี้ในช่วงเช้าได้ลุกขึ้นมาดูข่าวซึ่งมีข่าวที่น่าสนใจคือการออกมาให้สัมภาษณ์ของบิ๊กจิ๋วที่ให้ข่าวโจมตีการบริหารบ้านเมืองของคมช.และก็รัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมสถาณการณ์ปัญหาความวุ่นวายของบ้านเมืองได้ และยังพูดด้วยความโมโหว่าตัวเองรักษาบ้านเมืองตั้งแต่พวกที่มีอำนาจอยู่ตอนนี้ยังไม่อย่านม จากที่ได้ฟังก็เห็นถึงความขัดแย้งกันของกลุ่มอำนาจเก่าและใหม่ที่กำลังทำสงครามน้ำลายด้วยการสร้างสถานการณ์เพื่ออธิบายให้ข้างตนเองได้เปรียบ ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่มีทางที่จะสามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้ เพราะถ้ากลุ่มใดสูญเสียอำนาจก็จะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะได้อำนาจและผลประโยชน์นั้นกลับคืนมาไม่ว่าประชาชนคนในชาติจะเกิดความเดือนร้อนหรือไม่ก็ตามมันก็เป็นเช่นนี้เองการเมืองไทย พอจิมมี่ พี่บราวน์พร้อมแล้วก็รีบมาที่สำนักงานเพราะว่าวันนี้ในช่วงเช้าเราต้องไปซื้อหมูแดดเดียวที่ตลาดแม่กิเฮงที่ร้านต้นตอ และขึ้นไปส่งหนังสือที่พี่ใหม่ฝากให้อ.พิศิษฐ์ พอมาถึงสำนักงานก็ถามพี่ใหม่ว่าจะเอาหมูแดดเดียวกี่กิโลพี่ใหม่บอกว่าเดี๋ยวพี่จะไปซื้อเอง เราก็เหลืออีกหนึ่งงานคือขึ้นไปส่งจดหมายให้อ.พิศิษฐ์ที่โปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษ พอลงมาก็เริ่มมานั่งถอดเทปที่เหลือในการลงพื้นที่ติดตามโครงการสกว.วันนี้ก็ได้ถอดวอยล์ที่ 11และ 12 ซึ่งการถอดวอยล์วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ยินเสียงเท่าไหร่แต่พอฟังกลับไปกลับมาก็พอไปได้ เนื้อที่ได้ฟังก็ถือว่าพูดได้ดีทั้ง 2 คน ทั้งรองนายกอบต.เขาคอกที่พูดถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชน จากนั้นก็มีข้อคิดอีกเรื่องคือทุกชุมชนที่ใช้ประโยชน์จากป่าทุกชุมชนมีความสำคัญเท่ากันหมดในการฟื้นฟู ในรักษาจะปล่อยให้เป็นภาระของชุมชนใดชุมชนหนึ่งไม่ได้ และพอฟื้นฟูแล้วต้องช่วยกันดูแลรักษา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เกิดคำถามคือแนวคิดนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากอบต.เป็นต้นคิดแต่เป็นความคิดที่ได้ไปรับฟังนโยบายมาจากท่านรองผู้ว่าราชจังหวัดว่าท้องถิ่นควรจะมีบทบาทในส่วนตรงนี้ นั่นหมายความว่าอบต.จะทำอะไรต้องรอการสั่งการจากผู้บังคับบัญชาก่อนถึงจะทำเรื่องนี้ได้ และอีกท่านหนึ่งก็เป็นเจ้าหน้าพอช.ก็ถือว่าพูดดีเกี่ยวกับทิศทางในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นคือต้องให้บทบาทคนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาฟื้นฟูชุมชนด้วยตนเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการสร้างแกนนำในชุมชนเพื่อสามารถทำงานร่วมกับภาคีอื่นๆในท้องถิ่นส่งเหล่านี้ถือว่าเป็นหัวใจในการทำงานพัฒนายุคใหม่ที่ต้องให้ชุมชนเป็นคนคิดกำหนดทิศทางวางแผนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามความต้องการของชุมชน และคนในชุมชนเป็นคนทำเป็นคนริเริ่มและผลประโยชน์ก็ตกอยู่ในชุมชนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ในระหว่างนั้นก็ได้ช่วยพี่ใหม่าเตรียมเอกสารที่จะนำขึ้นไปที่วังน้ำเขียว และก็ได้ไปรับพี่เภาว์ที่ บขส.นครราชสีมา พอบ่ายสี่โมงพี่เภาและพี่ใหม่เดินทางขึ้นไปที่อำเภอวังน้ำเขียวเพื่อไปต้นรับนักศึกษาโครงการ 3 สายน้ำที่มาจากออสเตรเลีย และจิ่มมี่ก็เดินทางกับบ้านที่สูงเนินเราเองพอ 5โมงกว่าก็เดินทางไปเสียค่าโทรศัพท์แล้วก็กลับบ้าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71202
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)