ผมไปงานสวดศพที่วัดคาทอลิก คือวัดเซนต์หลุยส์ ครั้งที่ ๒ ในชีวิต เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ และเล่าไว้ ที่นี่ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ไปครั้งที่ ๓ ที่เดียวกัน และได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น
งานศพแรกที่ไป คืองานของ นพ. ชวลิต ภัทราชัย เพื่อนสนิทของผมสมัยเรียนหมอที่ศิริราช ที่ไปฝึกอบรมต่อ และทำงาน ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา แล้วเสียชีวิตที่สหรัฐอเมริกา แล้วเผาและนำอัฐิมาทำบุญที่วัดคาทอลิก ซึ่งผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นวัดอัสสัมชัญ น่าจะกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว โดยผมจำเรื่องราวในพิธีไม่ได้เลย
วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ นี้ ไปงานศพคุณ แอนน์ เอมิลี เกตุทัต ภรรยาของ ศ. ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต เสียชีวิตในวัย ๘๕ ปี โดยมีรายละเอียดที่ลูกๆ แจ้งคือ
กราบเรียน/เรียน ญาติ มิตร เพื่อนร่วมงาน และผู้คุ้นเคยกับ อาจารย์เอมิลี่ เกตุทัต
บ่ายวันนี้ (๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕) อาจารย์เอมิลี เกตุทัต ได้จากไปอย่างสงบ
ที่ รพ. วิชัยยุทธ และครอบครัวจะตั้งศพเพื่อทำพิธีสวดระหว่างวันที่ 1-3 ม.ค. 2566 ณ วัดเซนต์หลุยส์ ถนนสาทร กรุงเทพ
เริ่มพิธีเวลา 19.00 น.
และมีพิธีมิสซาปลงศพ วันที่ 4 ม.ค. 2566 เวลา 9.30 น. ณ วัดเซนต์หลุยส์
จากนั้นเคลื่อนศพไปบรรจุ ณ สุสานศานติคาม สามพราน นครปฐม
ทั้งนี้ ขอให้งดพวงหรีด และ เงินบริจาคแก่ครอบครัวของอาจารย์เอมิลี
หากท่านใดมีจิตเป็นกุศลและตั้งเจตนาจะทำบุญเพื่ออุทิศให้แก่ อาจารย์เอมิลี ขอให้บริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อการกุศล โรงพยาบาล หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามที่เห็นสมควร
และ
นั่งสมาธิเพื่ออุทิศบุญให้แก่อาจารย์เอมิลี
เนื่องจากอาจารย์เอมิลีเคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ และ ตัวแทนประเทศไทยใน World Community for Christian Meditation มาในอดีต
ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ระลึกถึงอาจารย์เอมิลี ฝากของเยี่ยม ไปเยี่ยม และถามข่าวคราวมาโดยตลอดนะคะ
ครอบครัว ศ.ดร. สิปปนนท์ - อาจารย์เอมิลี เกตุทัต
นายโทนิทิพย์ - นางเอลิซาเบต
และ นางสาว นารีทร เกตุทัต
รศ. ดร. มารินา - ศ. เจมส์
นางสาว เอมิลิน และ นางสาว เจมินา เกตุทัต-คาร์นส์
นางธาริสา เกตุทัต - นายอทิฟ มาจีด
และ เด็กชายอูเมอร์ เฮดเดอร์ เกตุทัต
ผมทราบข่าวจาก ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร ตอนสายวันที่ ๑ มกราคม รีบขออนุญาตลูกสาวไปงานตอนค่ำ เพราะเขาต้องอยู่เวรดูแลแม่แทน
โชคดีที่วันนี้นั่งติดกับ ดร. กฤษณพงศ์ และท่านช่างสังเกตกว่าผม จึงทราบว่าที่นี่จัดที่ตั้งศพได้ ๓ ศพในเวลาเดียวกัน และสวดพร้อมกัน แต่วันนี้สวดพร้อมกัน ๒ ศพ
สังเกตว่าพิธีสวดศพคาทอลิกเรียบง่ายกว่าพิธีสวดศพพุทธ โดยพิธีสวดศพพุทธมีท่าทีอวดความบุญหนักศักดิ์ใหญ่ของผู้ตายและลูกหลาน แต่ไม่เห็นที่วัดเซนต์หลุยส์ เก้าอี้นั่งก็บ่งบอกท่าทีเรียบง่าย คือเป็นเก้าอี้ไม้ยาว นั่งได้ ๙ คน แต่ในยุคโควิดเขาให้นั่งเว้นห่าง ไม่มีโซฟาร์นั่งของ “ผู้ใหญ่” ที่อยู่ด้านหน้าอย่างวัดไทย
ทำให้ผมคิดเลยไปว่า ศาสนาสอนให้เราละลดตัวตน แต่วัดพุทธกลับมีแบบแผนหลายอย่างที่เชียร์ให้คนเพิ่มพูนอัตตาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในงานสวดศพ ไม่ทราบผมคิดมากไปหรือเปล่า
พิธีสวดศพในวัดคาทอลิกกับในวัดพุทธน่าจะคล้ายกัน คือคำสวดเน้นสรรเสริญพระเจ้า หรือพระพุทธเจ้า แล้วแต่ศาสนา แต่ในวัดคาทอลิก พระ แม่ชี และฆราวาสสวดด้วยกัน โดยมีหนังสือคู่มือสวดให้อ่าน มีแม่ชีคอยบอกว่าไปที่หน้าไหน และคำสวดส่วนใหญ่เป็นคำอ่านร้อยแก้ว มีบ้างที่เป็นบทสวดเป็นเพลง ผมคิดว่าวิธีของคาทอลิกช่วยให้ผู้เข้าร่วมพิธีมีใจจดจ่ออยู่กับพิธีได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เข้าใจบทสวดได้ทั้งหมด เพราะใช้ภาษาธรรมดา ในขณะที่วิธีของพุทธพระสวดด้วยภาษาที่ฆราวาสทั่วไปไม่เข้าใจ
เสร็จจากพิธีสวด เขาเชิญแขกทุกคนไปวางดอกไม้ (กุหลาบ) กับห่อดิน ที่พานหน้าศพ เป็นการส่งผู้วายชนม์สู่ดิน ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ ๔๐ นาที พอๆ กันกับพิธีสวดในวัดพุทธ
วิจารณ์ พานิช
๒ ม. ค. ๖๖