ด้านบวกเรื่องตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัยไทย
ตาม ข่าวนี้ บอกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยไทยสามารถขอตำแหน่งวิชาการได้ โดยไม่ต้องเสนอผลงานทางวิชาการ แต่เสนอผลงานที่ก่อผลกระทบต่อสังคมแทน เข้าใจว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับตำแหน่งแบบนี้ไปแล้วหลายคน
แต่ผมไม่เห็นด้วยกับคำที่กล่าวว่า อาจารย์สามารถเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการได้โดยไม่ต้องมีผลงานวิชาการ อยากเสนอว่า ควรสื่อสารว่า ผลงานวิชาการมีหลายแบบ มีมากกว่าผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์เพื่อให้ได้ impact factor สูงๆ ตามจารีตเดิม ผลงานวิชาการที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ ผลงานวิชาการที่ก่อผลกระทบต่อสังคม
ซึ่งไม่ได้หมายความว่า อาจารย์สามารถสร้างสรรค์ผลงานระดับดีเด่นโดยไม่ต้องเผยแพร่ผลงานของตน เพราะการเผยแพร่ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และผ่านการประเมินโดยวงการวิชาการด้วยกัน ช่วยให้อาจารย์ได้มีเพื่อนร่วมงาน ได้รับทุนวิจัยและนวัตกรรม ได้มีโอกาสทำงานยากๆ เพื่อการสร้างผลกระทบหรือพัฒนาสังคม
นักวิชาการที่ดีต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนนักวิชาการ เพื่อร่วมกันทำงานและเรียนรู้
ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วยต่อท่าทีปฏิเสธการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ เพื่อฝึกฝนความสามารถของตนเอง แต่ผมก็ไม่เห็นด้วย กับการบ้าคลั่งการแข่งขันกันใน university rankings จนเกินขนาด
จะเห็นว่า วงการอุดมศึกษาไทย กำลังก้าวหน้าไปในการขยายข้อกำหนดเกี่ยวกับตำแหน่งวิชาการ ให้มีการยอมรับและยกย่องผลงานวิชาการหลายหลายแบบยิ่งขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีความท้าทาย ในการที่จะประยุกต์การบริหารวิชาการ สู่การปฏิบัติงานวิชาการหลากหลายแบบนั้น ให้วงการวิชาการก่อผลกระทบต่อสังคม ให้เป็นที่เชื่อถือของผู้คนในสังคม
ไม่ใช่วิชาการเพื่อนักวิชาการเป็นเป้าหมายหลัก เป้าหมายหลักที่แท้จริงต้องเป็นวิชาการเพื่อบ้านเมือง เพื่อสังคม และเพื่อโลก
และต้องมีการพัฒนารูปแบบการบริหารวิชาการ เพื่อเป้าหมายดังกล่าว
วิจารณ์ พานิช
๘ ม.ค. ๖๖