ผมโชคดีมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการพัฒนาระบบบางระบบของบ้านเมือง    ที่หาก transform ออกจากสภาพปัจจุบันได้ จะมีผลต่อการฉุดประเทศออกจากประเทศรายได้ปานกลาง     แต่ในสภาพการเมืองปัจจุบัน ความพยายามเปลี่ยนแปลง ไม่ประสบความสำเร็จ    สองระบบนี้คือ ระบบการศึกษา กับระบบ ววน. 

ทำให้ผมนึกถึงคำว่า ธรรมาธรรมะสงคราม    และมหาภารตะยุทธ    สงครามระหว่างฝ่ายธรรมะ และฝ่ายอธรรม

ที่จริงธรรมะกับอธรรมไม่แยกกัน    พฤติกรรมหนึ่งอาจมองเป็นธรรม ก็ได้  มองเป็นอธรรม ก็ได้     นี่คือสภาพของเรื่องที่ “สุดโหด” (wicked) หรือซับซ้อนยุ่งเหยิง    มนุษย์ที่ยังมีกิเลสตัณหาย่อมมีพฤติกรรม wicked โดยอาจไม่รู้ตัว    หรือคิดว่าตนกำลังทำประโยชน์แก่บ้านเมือง โดยที่จริงๆ แล้วกำลังทำร้ายบ้านเมือง    และผมอาจเป็นหนึ่งในนั้นในบางเรื่อง   

จากเรื่องราวที่ยุ่งเหยิงเรื่องการ transform ระบบการศึกษา โดยออก พรบ. การศึกษา พ.ศ. ... ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร    ในสภาพที่เตะถ่วงไปเรื่อยๆ   ประกอบกับข่าวลือเรื่องการวิ่งเต้นของครูกลุ่มหนึ่ง    ที่ต้องการรักษาสภาพเดิมที่ตนได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องทำงานเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน    ผมก็ได้เรียนรู้ความ wicked ของระบบการศึกษาไทย   

ที่จริงระบบการศึกษา ไม่ว่าของประเทศใด ต่างก็มีสภาพ wicked ทั้งสิ้น   แต่ประเทศที่คุณภาพของการศึกษามีระดับสูง     เขาจัดการความ wicked ให้ก่อผลดีได้ ดังอธิบายในหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก   และในบันทึกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง       

ไม่ว่าระบบใดของบ้านเมือง ต่างก็มีผู้ได้รับประโยชน์ ในสภาพที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง    ในสภาพที่ขัดกับผลประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง    การที่รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งออกมาบอกว่า ให้หลักสูตรฐานสมรรถนะเดินต่อไม่ได้   เพราะขัดกับผลประโยชน์ของธุรกิจหนังสือเรียนที่มีขนาดหมื่นล้าน    บอกอะไรๆ เรามากทีเดียว   

ระบบ ววน. ที่มีการออกแบบในช่วงปี ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ ออกกฎหมายมา transform ระบบ ๑๐ ฉบับ    เป็นการริเริ่มที่น่าสรรเสริญ    โดยความท้าทายอยู่ที่การดำเนินการให้เกิดการ transform จากสภาพความเคยชินเดิมๆ   และเป็นที่รู้กันว่า ความท้าทายสูงสุดอยู่ที่หน่วยงานในระบบราชการ    ที่คุ้นเคยกับการทำงานประจำ  อยู่ใน safety zone    ไม่มีวัฒนธรรมการทำงานเพื่อสร้างนวัตกรรม หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง   

แต่หน่วยราชการ เอื้อต่อผู้มีอำนาจเหนือ ในการสั่งการให้ทำงานตามที่ตนต้องการ    เอื้อให้ผู้มีอำนาจมีทรัพยากรใช้ตามความต้องการของตน    ได้ดีกว่าหน่วยงานที่มีอิสระ หรือมี บอร์ด ของตนเอง   

วัฒนธรรม top-down จึงเอื้อให้บางหน่วยงานในระบบ ววน. ที่เป็นส่วนราชการ   และสมาชิกขององค์กรต่างก็ต้องการ status quo   ได้ดำรงสภาพเดิมต่อไป          

ในสภาพของระบบที่  wicked     ตัวละครในระบบต่างก็ทราบเป้าหมายใหญ่ของบ้านเมือง     และต่างก็มี hidden agenda ของตนเอง   ท่านเหล่านั้นจะแสดงพฤติกรรมไปเพื่อสนองเป้าหมายด้านไหนเป็นหลัก     ขึ้นกับค่านิยมในชีวิตของผู้นั้น    ที่คนในวงการเดียวกัน รู้ทัน    และพอจะทำนายได้ว่าแต่ละปัจเจกบุคคลนั้นจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร         

เป็นสภาพ wicked ที่สังคมไทยยังต้องหาวิธีจัดการภาพใหญ่ของบ้านเมือง     ให้ด้านบวกออกมากระทำการ    แต่ในสภาพการเมืองในปัจจุบัน    เรายังอยู่ภายใต้อำนาจด้านลบ 

วิจารณ์ พานิช          

๒๓ พ.ย. ๖๕