เช้าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ผมได้รับเชิญให้กล่าวเปิด เวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ Social Mapping และการทำแผนที่ชุมชน ใช้เวลา ๒๐ นาที เวทีนี้จัดโดยทีมงานของมูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับสมาคมวัฒนพลเมือง สนับสนุนโดย กสศ.
กระบวนการเตรียมพูดนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าตรู่ถึงค่ำวันที่ ๒๔ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชย ที่ช่วยสร้าง transformative learning ให้แก่ผม ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ที่นี้ คือการที่ชุมชนร่วมเป็นเจ้าของกิจการของโรงเรียน เป็น “เจ้าของ” โดยไม่มีกฎหมายรองรับ แต่มีพฤติกรรมของผู้คนในชุมชน และในโรงเรียนเป็นประจักษ์พยาน เป็นเจ้าของในเชิงพฤติกรรมที่เป็นจริง ส่วนหน่วยงานต้นสังกัดเป็นเจ้าของโดยสมมติ
อุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่นี้ผุดขึ้นมาระหว่างเตรียม PowerPoint ประกอบการกล่าวเปิดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ ว่าโรงเรียนไม่มีวันทำหน้าที่ได้ผลดีระดับเลิศได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากชุมชน หรือกล่าวใหม่ว่า โรงเรียนจะทำหน้าที่ได้เป็นเลิศได้ต่อเมื่อกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนกับกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน
การเรียนรู้ของนักเรียน (และครู) ต้องเชื่อมต่อกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้คนในชุมชนนั้นๆ
หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้ต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในชุมชน โดยมีกลไกหนุนการเรียนรู้นั้น สมาคมวัฒนพลเมืองเป็นกลไกหนึ่ง
เมื่อมีกลไก (และ mindset) เรียนรู้ในชุมชน กระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนก็เข้าเชื่อมโดยง่าย มีตัวอย่างในหลายชุมชนในประเทศไทย ที่ผมรู้จักดีคือที่จังหวัดสตูล ที่มี “บังพงษ์” (คุณสมพงษ์ หลีเคราะห์) เป็นหัวเรือใหญ่
การเชื่อมโยงดังกล่าว เกิดได้โดยง่ายผ่านกระบวนการ DE – Developmental Evaluation โดยใช้การวิเคราะห์เครือข่ายสังคม (Social Network Analysis) และการทำแผนที่ชุมชน ตามที่ทีมวิทยากรเตรียมมาฝึกผู้เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ
ฟังคำกล่าวเปิดของผมได้ที่ (๑)
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ต.ค. ๖๕