2 นายพล วังเปา-กอง แล ใครอยู่ฝ่ายไหน กับใคร


 “วังเปา” คือใคร?

ในที่สุด “นายพลวังปาว” ก็ไม่ได้กลับลาวอีก
PANTIP.COM : K10127758 ลาลับแล้ว.....พญาม้ง แห่งราชอาณาจักรลาว  [ประวัติศาสตร์]
ความรู้แจ้ง" ของวังเปา / 2503 สงครามลับ สงครามลาว (11)- บทความพิเศษ พล.อ.บัญชร  ชวาลศิลป์(ฉบับประจำวันที่ 15-21 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2109) - มติชนสุดสัปดาห์

   “วังเปา” (อักษรโรมัน: Vang Pao; ลาว: ວັງປາວ) หรือ ว่า ป๋อ (ม้ง: Vaj Pov, [vâ pɔ̌], Nyiakeng Puachue: แม่แบบ:Script/Nyiakeng Puachue Hmong, พ่าเฮ่า: แม่แบบ:Script/Pahawh Hmong; 8 ธันวาคม พ.ศ. 2472 – 6 มกราคม พ.ศ. 2554)[ เป็นทหารยศพลตรีในกองทัพบกราชอาณาจักรลาว ที่มีบทบาทสำคัญในสงครามกลางเมืองลาวในฐานะฝ่ายต่อต้านขบวนการปะเทดลาว

  -วังเปาเกิดเมื่อ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2472 ในหมู่บ้านหนองแฮต บริเวณแขวงเชียงขวางตอนกลาง เข้าเรียนในวิทยาลัยฝึกนายทหารของฝรั่งเศสตั้งแต่อายุ 20 ปี และได้ทำงานที่หลวงพระบางเพื่อร่วมต่อต้านเหวียตมิญใน พ.ศ. 2496 หลังจากลงนามในสนธิสัญญาเจนีวาใน พ.ศ. 2497 วังเปาเข้าร่วกับลาวฝ่ายขวาของพูมี หน่อสะหวันและได้เป็นนายพลใน พ.ศ. 2507 เขาได้รับการคัดเลือกจากสหรัฐให้เข้ารับการฝึกเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ และได้ตั้งฐานปฏิบัติการที่ล่องแจ้ง ทางใต้ของทุ่งไหหิน เพื่อสู้รบกับขบวนการปะเทดลาว   

  -จนพ.ศ. 2518 วังเปากับกองทัพของเขาได้ลี้ภัยเข้ามาในไทยและเดินทางต่อไปยังสหรัฐ หลังจากที่ไปอยู่ในสหรัฐและได้สัญชาติสหรัฐแล้ว วังเปาได้จัดตั้งแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติลาวในกลุ่มของชาวม้งลี้ภัยเพื่อต่อต้านรัฐบาลที่เวียงจันทน์แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2554 อายุ  81 ปี

*นายพล วังเปา ผู้นำม้งในลาว

 *.พญาม้ง แห่งราชอาณาจักรลาว 

.  - อดีตผู้นำกองทัพเข้มแข็งที่สุดในการต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาว ผู้ซึ้งได้รับสมญานาม "หมัดสุดท้ายของฝ่ายราชอาณาจักรลาว" ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อวันศุกร์ 6 ม.ค.2554 ในแผ่นดินรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมอายุ 81 ปี ไม่มีโอกาสได้กลับไปยังแขวงเชียงขวางบ้านเกิด อีกครั้งตามที่ลั่นวาจาไว้ หลังจากมีการส่งตัวแทนเจรจากันหลายครั้งกับรัฐบาลที่เวียงจันทร์...…

  - เมื่อ พล.ต.วังปาว เดินทางออกจากล่องแจ้งในแขวงเวียงขวางอันเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย ก่อนที่กองกำลังคอมมิวนิสต์ปะเทดลาวจะบุกเข้ายึดในการรุกรบครั้งใหญ่ปี 2518 ผู้นำของชาวลาวเผ่าม้งบอกกับคนใกล้ชิดว่า “เราจะกลับมาอีก”
   -แต่แล้ว นายพลผู้กลายเป็นอีกตำนานหนึ่งในวงการทหารระดับโลก ก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปที่นั่นอีก
   -นายพลวังปาว นายทหารชาวเผ่าม้งคนแรกที่ได้เป็นนายพลในกองทัพแห่งราชอาณาจักรลาว ถึงแก่กรรมลงในคืนวันพฤหัสบดี 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเฟรสโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยโรคนิวโมเนียและอาการเกี่ยวกับหัวใจ รวมอายุ 81 ปี
   -แม้ว่าในสายตาของรัฐบาลลาวปัจจุบัน นายพลวังปาวจะเป็นเพียงแค่ “สมุนรับใช้จักรพรรดินิยม” และ “ปฏิบัติการขายชาติ” ผู้สนับสนุนของเขาก็เป็นเพียง “พวกคนบ่ดี” ที่ปฏิบัติการบ่อนทำลายความสงบสุขของชาวลาว      -แต่ประวัติศาสตร์ได้เป็นประจักษ์พยานว่า “วังปาวเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุดคนหนึ่งของฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาว”
   -กองทัพของนายพลวังปาว ได้ทำให้ พญาม้ง แห่งราชอาณาจักรลาว แขวงเชียงขวางในช่วงปี 2515-2516 กลายเป็น 1 ใน 3 ยุทธภูมินองเลือดที่สุด ตามที่รัฐบาลลาวในปัจจุบันบันทึกเอาไว้
   -เชียงขวางเป็นแนวรบที่อยู่ใกล้กับฐานที่มั่นปฏิวัติของฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาวมากที่สุด ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่า หากสามารถยึดครองเขตที่ราบสูงได้ ก็จะกุมสภาพการศึกได้ทั้งหมด มีการกล่าวถึงเรื่องนี้ในบันทึก ที่ พล.ท.สะหมาน วิยะเกต เสนอต่อการประชุมร่วมระหว่างลาวกับเวียดนาม เพื่อจัดทำบันทึกประวัติศาสตร์การรบที่ทุ่งไหหิน
   -การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในเดือน ก.ย.2553 ในแขวงเชียงขวาง คณะจากเวียดนามนำโดย นายเจืองเติ่นซาง (Truong Tan Sang) สมาชิกกรมการเมือง เลขาธิการประจำ คณะเลขาธิการพรรค ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว
    -“เป็นยุทธภูมิที่ใช้เวลานานกว่าที่อื่น ใช้กำลังมากกว่าที่อื่น เป็นยุทธภูมิประกอบส่วนตัดสินใจ ที่นำไปสู่การเซ็นสัญญาเวียงจันทน์วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2516” พล.ท.สะหมาน กรรมการกรมการเมืองผู้ชี้นำงานวัฒนธรรมและทฤษฎีของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ระบุในเอกสาร

   

  (11 พ.ค.2543 พล.ต.วังปาว (ซ้าย) กับอดีตทหารผ่านศึกแห่งกองทัพราชอาณาจักรลาว วางพวงหรีดที่อนุสรณ์สถานสงครามเวียดนามในกรุงวอชิงตันดีซี เพื่อรำลึกครบรอบปีที่ 25 การสิ้นสุดสงครามเวียดนามในลาว อดีตผู้นำกองทัพเข้มแข็งที่สุดในการต่อสู้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ปะเทดลาว ถึงแก่กรรมวันศุกร์ 6 ม.ค.2554 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมอายุ 81 ปี ไม่มีโอกาสได้กลับไปยังแขวงเชียงขวางบ้านเกิดอีกครั้งตามที่ลั่นวาจาไว้)

*เมื่อปี 2550 

  “นายพลวังเปา”  ถูกจับที่รัฐแคลิฟอร์เนียพร้อมกับสมุนชาวม้ง คนอื่นๆ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดเพื่อโค่นล้มรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

   -นี่คือบทเรียนอีกบทของผู้คนที่จงรักภักดีต่อสหรัฐอเมริกา เคยช่วยอเมริกาทำงานการรบมาอย่างโชกโชน บั้นปลายท้ายที่สุด ชะตากรรมของผู้นำเหล่านั้นเหมือนกันหมด คือโดนรัฐบาลอเมริกันทำลาย ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้ที่อเมริกาปั้นมาเพื่อใช้สู้กับโคไมนี่ ที่ใช้ศาสนาอิสลามมาปกครองประเทศ

   -อุซามะ บิน ลาเดน ก็อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นซีไอเอที่อเมริกาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้สู้กับโซเวียตในอัฟกานิสถาน อเมริกาใช้หลัก “เสร็จนาฆ่าโคถึก”

   -เมื่อโซเวียตแพ้ภัยถอยไปจากอัฟกานิสถานแล้ว ก็อเมริกานี่แหละ คือผู้ไล่ล่าอุซามะเพื่อจะฆ่าทิ้ง และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2550 ก็ถึงคิวนายพลวังเปา!

  -วังเปาเกิดเมื่อ พ.ศ.2474 ที่จังหวัดเชียงขวาง เป็นเด็กเรียนหนังสือเก่ง เมื่ออายุ 20 ปี ฝรั่งเศสจึงหนุนให้ได้เรียนที่โรงเรียนฝึกนายทหาร เหตุการณ์ของลาวในสมัยนั้น มีฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย 

  -ฝ่ายขวามีผู้นำคือ นายพลพูมี 

  -ฝ่ายซ้ายก็เป็นพวกกองกำลังปฏิวัติปะเทดลาว ที่มีกลุ่มเวียดวินห์เข้ามาช่วยปฏิบัติงานเป็นกองหน้าให้

  -ถึงคราวที่จะต้องเลือกฝ่าย วังเปาเลือกอยู่ข้าง นายพลพูมี หน่อสะหวัน สมัยโน้น อเมริกามองหาคนที่จะซัดกับคอมมิวนิสต์ ก็ไปถูกใจเอานายทหารชน กลุ่มน้อยชาวม้งที่มีชื่อว่า “วังเปา” เข้าให้ หลังจากส่งชื่อและประวัติไปคัดกันอย่างดี วังเปาได้รับเลือกให้ไปฝึกหลักสูตรของกองกำลังพิเศษอเมริกัน

   -สำเร็จหลักสูตรด้วยคะแนนยอดเยี่ยม เจ้าสุวันพูมา ซึ่งตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีลาว ก็แต่งตั้งให้วังเปาเป็นนายพลเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2507 วังเปาจึงเป็นนายพลคนแรกในประวัติศาสตร์ชนชาติเผ่าพันธุ์ม้ง

   -สหรัฐฯเองก็นิยมชื่นชมชอบนายพลใหม่ที่ชื่อว่า “วังเปา”  มาก ถึงขนาดบรรจุวังเปาเข้าสังกัดซีไอเอ จากนั้นก็ทุ่มเงินทองมากมายให้วังเปาเป็นผู้บัญชาการใหญ่ ตั้งฐานปฏิบัติการใหม่ที่ล่องแจ้งซึ่งอยู่ทางภาคใต้ ของเขตทุ่งไหหิน

  -นายพลวังเปาทำงานรับใช้ซีไอเอที่ล่องแจ้งอยู่นาน 10 ปี สหรัฐฯก็แพ้ในสงครามเวียดนาม แพ้แล้วอเมริกาก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนถอนทหารออกจากดินแดนเวียดนามและลาว อ้าว

   -แล้วลาวที่เคยเข้าขากับอเมริกาเข่นฆ่าชาวลาวด้วยกันเองจะทำยังไงเล่าครับ ฮ่าๆ ก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนตามลูกพี่อเมริกานะซี นายพลวังเปาโชคดีที่มีเครื่องบิน ก็จึงหนีมาประเทศไทยโดยทางเครื่อง รัฐบาลไทยสมัยนั้นซึ่งเป็นคอหอยลูกกระเดือก กับสหรัฐอเมริกาก็จัดแจงช่วยส่งนายพลวังเปา และพวกให้ไปลี้ภัยอยู่ที่ลอนดอน เอ๊ย ที่สหรัฐอเมริกา 

  -รัฐบาลอเมริกาก็จัดแจงเปลี่ยนแปลงสัญชาติของนายพลวังเปา และชาวม้งนับหมื่นชีวิตจากสัญชาติลาวให้เป็นสัญชาติอเมริกัน

   -ระหว่างที่โลกยังอยู่ในยุคสงครามเย็น อเมริกันก็ยังหวังว่าจะส่งพวกม้งเหล่านี้ ที่ตัวเองเลี้ยงไว้ให้ไปปฏิวัติเพื่อให้ลาวเป็นประชาธิปไตย วังเปาก็จึงยังมีประโยชน์ อเมริกาก็ยังเทน้ำข้าวเอารำหยอดปากให้อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่านายพลวังเปาคนนี้จะขนฝิ่นค้ากัญชายาเสพติดทุกประเภท อเมริกาก็ยังปิดตาทำเป็นมองอะไรไม่เห็น

  -เมื่อสงครามเย็นสงบจบลงเมื่อปลาย พ.ศ.2534 วังเปาของเราก็หมดราคาค่าตัวลงไปเรื่อยๆ อ้าว คราวนี้ตูชักจะเศร้าเหงาละซี

  -ลาวเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติบานเบอะเยอะแยะ ทั้งจีน ทั้งออสเตรเลีย แม้แต่ไทย ทั้งใครต่อใครเข้าไปลงทุน จนปัจจุบันทุกวันนี้ลาวมีอนาคตไกลสดใสงดงามประเทศหนึ่ง อเมริกาชักน้ำลายหก หันไปมองไอ้เปียกวังเปาที่เฝ้าเลี้ยงมายาวนานหลายปี ไอ้นี่ไม่มีน้ำยา อา ถึงเวลาที่ต้องฆ่าไอ้เปี๊ยกเพื่อเอาใจลาวกันละนะ

  -เดือนมิถุนายนปีนี้ ณ เมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ตำรวจอเมริกันจับนายพลวังเปาและพวกข้อหาร่วมกันวางแผนการเพื่อการก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

*ข้อหานี้ มีสิทธิ์ที่วังเปาและพวกจะติดคุกตลอดชีวิต

   -(ผู้นำอาวุโสซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตประธานสภาแห่งชาติลาว )

   -กล่าวอีกว่า ในการรบที่ทุ่งไหหิน ศัตรู “ได้นำใช้ยุทธศาสตร์และยุทธศิลป์ที่ทันสมัย ทั้งยังเป็นการเคลื่อนทัพขนาดใหญ่ที่สุดของจักรพรรดิอเมริกาและอำนาจหุ่นเวียงจันทน์” มีการใช้ยานพาหนะสงครามจำนวนมาก และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-52 ทิ้งแบบปูพรม...
  -จากครอบครัวชาวนายากจนแห่งเมืองหนองแฮด แขวงเชียงขวาง หนุ่มน้อยวังปาวสมัครเข้าเป็นทหารกองทัพเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ได้รับการฝึกเป็นนักรบเพื่อต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ายึดครองคาบสมุทรอินโดจีน
  -เมื่อติดยศเป็นพันโทแห่งกองทัพราชอาณาจักรลาว วังปาวได้ประจำการในแขวง บ้านเกิด เป็นนักรบที่ช่ำชอง เป็นผู้พิทักษ์ประเทศชาติ ปกป้องญาติพี่น้องร่วมชนเผ่า และในปี 2507 ได้กลายเป็นนายพลตรีชาวม้งคนแรก ในของกองทัพฝ่ายเวียงจันทน์ และ ไม่นานต่อมาก็เป็นบุคคลที่องค์การสืบราชการลับสหรัฐฯ เลือกให้เป็นผู้นำภารกิจลับ
   -ในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970 พล.ต.วังปาว ที่มีภาพลักษณ์ของนักรบผู้กล้าหาญ เก่งกาจ ตัดสินใจรวดเร็ว เด็ดขาด เข้าตีข้าศึกอย่างหนักหน่วงรุนแรงและอย่างไร้ความปรานี เป็นผู้บัญชาการกองทัพลับๆ ที่จัดตั้งโดยซีไอเอ ประกอบด้วยนักรบชาวม้ง ทหารรัฐบาลราชอาณาจักร กับ “ทหารอาสา” นักรบรับจ้างจากประเทศไทย" เพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ประเทดลาวและกองทัพเวียดนาม
   -สื่อของทางการเคยบันทึกเอาไว้ว่า "ถึงแม้สงครามปฏิวัติจะสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2518 แต่การสู้รบกับกองกำลังของชนชาติส่วนน้อยในบางท้องที่ของแขวงเซียงขวางกับแขวงเวียงจันทน์ ยังดำเนินต่อมาอีกนานนับ 10 ปี..
    -“วังเปา..เป็นคนที่ไม่มีคุณค่าใดๆ ไม่มีความหมายอะไรต่อประเทศและประชาชนลาว” นายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศลาว กล่าว  ขณะไปร่วมการประชุมเอซีดีในกรุงโซล และเยือนเกาหลีอย่างเป็นทางการ
   -นั่นคือ 3 วัน หลังจากนายพลวังปาว ตกเป็นข่าว ถูกจับในสหรัฐฯ โดยเอฟบีไอตั้งข้อหาว่า ลักลอบส่งอาวุธร้ายแรงหลายชนิดรวมทั้งขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานและต่อสู้รถถัง เข้าประเทศไทย เตรียมการโค่นล้มรัฐบาลลาว ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายสหรัฐฯ

   -โฆษกของลาวหมายถึงในช่วงหนึ่ง ที่นายพลวังปาวถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับผู้นำชาวม้งฝ่ายตรงข้ามจำนวนหนึ่งกล่าวหาว่า ใช้เครื่องบินลับของ “แอร์อเมริกา” ขนฝิ่นจากแขวงเชียงขวางส่งขาย เพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูกองทัพมหึมา นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากซีไอเอ อันเป็นการกล่าวหาที่วังปาวกับผู้สนับสนุนปฏิเสธมาตลอด
      -อย่างไรก็ตาม นายพลวังปาวเป็นผู้นำเพียงคนเดียวของราชอาณาจักรลาวที่สามารถเจรจากับสหรัฐฯ จนสำเร็จ ในการนำชาวม้งราว 150,000 คนไปตั้งหลักแหล่ง ชาวม้งนับแสนยังให้ความเคารพอดีตผู้นำจนถึงวันสุดท้าย เพราะถ้าหากไม่มีคนชื่อวังปาวก็จะไม่มีวันนี้สำหรับพวกเขา
      -ผู้ใกล้ชิดกล่าวว่า อดีตนายพลอาวุโสเป็นเสมือนบิดา หากไม่ใช่พระเจ้าอีกองค์หนึ่งของชาวม้งในต่างแดน แม้ว่าชาวม้งรุ่นใหม่ในลาวปัจจุบันอาจจะไม่รู้จักชื่อนี้แล้วก็ตาม
     -นายชาร์ลี วอเตอร์ส เพื่อนสนิทชาวอเมริกันกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า นายพลวังปาว ยังคงช่วยเหลือประชาคมชาวม้งในแคลิฟอร์เนียจนถึงวันสุดท้าย ในรัฐนี้มีชาวม้งอยู่ระหว่าง 30,000-40,000 คน กับ อีกกว่า 100,000 คน อาศัยทำกินอยู่ในรัฐมินนิโซตาทางตอนเหนือ
      -“เขาได้ผลักดันหลายสิ่งหลายอย่าง ได้ทำอย่างมากมายเหลือเกิน สำหรับประชาชนเหล่านี้ .. จนกระทั่งถึงวันที่ทุกคนนำเขาส่งโรงพยาบาล” นายวอเตอร์ส กล่าว
     -“ผู้คนรักเขามาก เป็นเสมือนพ่อของประชาชนของเขา.. ประชาชนชาวม้ง.. และจะถูกจดจำในฐานะนายพลผู้ยิ่งใหญ่ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ และนายทหารม้งที่ยิ่งใหญ่” นายวอเตอร์ส กล่าว

     -ตลอดเวลา 35 ปีที่ลี้ภัยในสหรัฐฯ นายพลวังปาว ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมชาวม้งจากทั่วโลกให้เป็นกลุ่มก้อน ก่อตั้งเป็นขบวนการปลดปล่อยแห่งชาติลาว หรือ “แนวโฮม” ขึ้นมา เพื่อภารกิจช่วยเหลือชาวม้ง ทั้งในลาวและในโพ้นทะเล     
    -นายพลเคยถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในยุคใหม่กล่าวหาว่า ระดมเงินจากชาวม้งในสหรัฐฯ เป็นหลายล้านดอลลาร์ ส่งผ่านช่องทางลับเข้าไปช่วยกองกำลังติอาวุธชาวม้งที่ยังคงต่อสู้กับรัฐบาลลาวจนถึงขณะนี้     
    -อย่างไรก็ตาม ลาวปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีกองกำลังติดอาวุธใดในประเทศอีกแล้ว นอกจากทหารกองทัพประชาชนลาว แม้ว่าสื่อของทางการยังคงรายงานข่าว การปฏิบัติการก่อกวนความสงบสุขโดย “กลุ่มคนบ่ดี” อยู่เป็นระยะๆ
     -เจ้าหน้าที่ลาวในนครเวียงจันทน์ เคยยอมรับว่า “กลุ่มคนบ่ดี” มีส่วนอย่างสำคัญในการล่อลวงและจูงใจให้ชาวม้งหลายพันคนจากลาวลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศไทย โดยหวังว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับเครือญาติหรือ ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ
     -ในเดือน ธ.ค.2552 และ ม.ค.2553 ทางการไทยได้จัดส่งชาวลาวม้งกว่า 4,000 คนจากศูนย์ผู้อพยพบ้านน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์ กลับคืนไปให้ลาว ทั้งหมดกลับไปตั้งถิ่นฐานอีกครั้งหนึ่งในแขวงบอลิคำไซ เชียงขวาง กับแขวงเวียงจันทน์
     -เมื่อนายพลวังปาวถูกศาลแคลิฟอร์เนียออกหมายจับในวันที่ 4 มิ.ย.2550 พร้อมกับคนอื่นๆ อีก 9 คน ชาวม้งนับแสนในสหรัฐฯ ได้ชุมนุมประท้วงยืดเยื้อ กดดันให้ปล่อยตัวผู้นำของพวกเขา มีการระดมสรรพกำลัง กดดันนักการเมืองในระดับรัฐจนถึงระดับรัฐบาลกลาง
    -ชาวม้งในแคลิฟอร์เนียชุมนุมกดดันนายอาร์โนลด์ ชวาสเซเนกเกอร์ ผู้ว่าการมลรัฐให้แทรกแซงการออกหมายจับ และข้ามเดือนต่อมาศาลก็อนุญาตให้ประกันตัว นายพลวังปาวด้วยทรัพย์สินของครอบครัวเป็นเงินประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์
    -ในวันที่ 18 ก.ย.2552 ศาลแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ยกฟ้องนายพลวังปาวกับพวก ยกเลิกการกล่าวหาทั้งหมด หลังจากไต่สวนและพบว่าไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอ ผู้นำอาวุโสเป็นอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้อีกครั้งหนึ่ง

*ร่วมไว้อาลัยแด่ นายพลม้ง
     

  -บรรดาญาติมิตร ของนายพลวังเปา เคลื้นย้ายศพจากโรงพยาบาล เพื่อไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าของชาวม้ง

 *ນາຍພົນວັງປາວ นายพล วังเปา เป็นผู้ใด๋ อยู่ฝ่ายใด๋

 

           00000000000000000

           นายพล กอง แล อยู่ฝ่ายไหน

 

   “ร้อยเอก กองแล วีระสาร”

- ผู้นำในการก่อรัฐประหาร ในนครหลวง เวียงจันทน์ เมื่อ 09/08/1960 ในฐานะ ฝ่ายลาวเป็นกลาง เพท่อล้ม รัฐบาลฝ่ายขวา ของเจ้าสมสนิท ทำให้เจ้าสุวันพูมา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

  "นอกจากนั้น รัฐประหารของเลา เฮ็ดให้เกิดการเจรจา ที่นำไปสู่ข้อตกลงเจนีวาว่าด้วยลาว (Geneva Agreement on Laos) ในเดือน 06/1962

   -อย่างใดกะตาม เพราะความบ่เจนจัดทางการเมือง ทำให้เลาไปร่วมมือกับขบวนการปะเทดลาว (แนวลาว) ในช่วงสั้นๆ แต่เมื่อแตกคอกัน จึงต้องกลับมาอยู่กับฝ่าย ราชอาณาจักรลาวอีกเทือ และ กลายเป็นเป้าในการลอบสังหาร จนต้องลี้ภัยไปฝรั่งเศส ใน ปี ค.ศ 1967"

*ร้อยเอกกองแล วีระสา..ประวัติพอประมาณ

ນາຍພົນ Kong Lae นายพล กอง แล อยู่ฝ่ายไหน

คำสำคัญ (Tags): #2 นายพล ของลาว
หมายเลขบันทึก: 710690เขียนเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2022 12:43 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 ธันวาคม 2022 04:52 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง