ช็อกโลก 2 วันติด "เยอรมนี" นำก่อนไม่ช่วย โดน "ญี่ปุ่น" แซงชนะ


 

*ช็อกโลก 2 วันติด "เยอรมนี" นำก่อนไม่ช่วย โดน "ญี่ปุ่น" แซงชนะ ฟุตบอลโลก 2022

  *ญี่ปุ่น (ระบบ 4-2-3-1) : ชูอิจิ กอนดะ (ผู้รักษาประตู) - ฮิโรกิ ซากาอิ, มายะ โยชิดะ (กัปตันทีม), โค อิตาคุระ, ยูโตะ นากาโตโมะ - วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ - จุนยะ อิโตะ, ไดจิ คามาดะ, ทาเคฟุสะ คุโบะ - ไดเซน มาเอดะ

จัดหนักจัดเต็ม! "ซามูไรบลู" ประกาศ 26 ขุนพล ลุยฟุตบอลโลก 2022

   *เยอรมนี (ระบบ 4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ (ผู้รักษาประตู / กัปตันทีม) - นิคลาส ซูเล, นิโค ชล็อตเทอร์เบค, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด รอม - โยชัว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกัน - แซร์จ กนาบรี, โธมัส มุลเลอร์, จามาล มูเซียลา - ไค ฮาเวิร์ตซ์

ห้ามนักใช่ไหม? “เยอรมนี” ถ่ายรูปปิดปาก ประท้วง “ฟีฟ่า” ห้ามใส่ปลอกแขน "วัน เลิฟ"

 

 *นัดแรก กลุ่มอี ทีมชาติเยอรมนี อันดับ 11 ของโลก พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น อันดับ 24 ของโลก

  -ด้าน เยอรมนี ของกุนซือ ฮันซี ฟลิค นำมาโดย 5 นักเตะบาเยิร์น มิวนิก ประกอบด้วย มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ กนาบรี, จามาล มูเซียลา และ โธมัส มุลเลอร์

  -ส่วน ญี่ปุ่น ภายใต้การคุมทัพของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ จัด 11 คนแรกโดยใช้ผู้เล่นที่ค้าแข้งในยุโรปถึง 8 ราย นำโดย มายะ โยชิดะ กองหลังกัปตันทีม, จุนยะ อิโตะ, ไดจิ คามาดะ, ทาเคฟุสะ คุโบะ และ ไดเซน มาเอดะ

   -แค่นาทีที่ 8 ญี่ปุ่น ก็สามารถส่งบอลไปตุงตาข่ายได้จากจังหวะที่ จุนยะ อิโตะ เปิดบอลจากทางขวาให้ ไดเซน มาเอดะ ล้มตัวชาร์จที่เสาไกลเข้าไป แต่ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำ เนื่องจาก มาเอดะ ล้ำหน้าไปก่อน

ช็อกโลก 2 วันติด "เยอรมนี" นำก่อนไม่ช่วย โดน "ญี่ปุ่น" แซงชนะ ฟุตบอลโลก 2022

    -นาทีที่ 20 โอกาสเป็นของ เยอรมนี บ้าง โยชัว คิมมิช ยิงไกลหน้าเขตโทษ บอลติดเซฟ ชูอิจิ กอนดะ แล้ว อิลคาย กุนโดกัน พยายามตามซ้ำดาบสอง แต่ก็โดนจับล้ำหน้าเช่นกัน

     -นาทีที่ 31 "อินทรีเหล็ก" มาได้จุดโทษ เมื่อ ดาวิด รอม แบ็กซ้ายเติมขึ้นมารับบอลในเขตโทษ แล้วพยายามหนี ชูอิจิ กอนดะ ก่อนโดนตามมารวบล้มลงไป และเป็น อิลคาย กุนโดกัน ที่สังหารไม่พลาด เป็นประตูให้ เยอรมนี ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 33

  -ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+4 เยอรมนี ยิงเข้าไปอีกครั้งจากการเติมเข้ามาแปจ่อๆ ของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ แต่ยังไม่ได้ประตูที่ 2 เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้จบครึ่งแรกยังนำ ญี่ปุ่น แค่ 1-0

   -ครึ่งหลัง ญี่ปุ่น เปลี่ยนตัวแก้เกม 3 คน โดยส่ง ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ, คาโอรุ มิโตมะ กับ ทาคุมะ อาซาโนะ ลงมาแทน ทาเคฟุสะ คุโบะ, ยูโตะ นากาโตโมะ และ ไดเซน มาเอดะ เพื่อปรับหมากในเกมรุก หวังทวงประตูคืนจาก เยอรมนี เต็มที่

  -นาทีที่ 70 เยอรมนี โหมบุกหวังทำประตูหนีห่าง แต่ยังซัดไม่ผ่านมือ ชูอิจิ กอนดะ ซึ่งป้องกันลูกยิงของ แซร์จ กนาบรี ถึง 3 ครั้งซ้อน เริ่มจากลูกเลี้ยงตัดเข้ามายิงหน้าเขตโทษ รวมถึงจังหวะชาร์จแล้วตามซ้ำอีกที แต่ก็ยังติดเซฟทั้งหมด

  -กระทั่งนาทีที่ 75 ริตสึ โดอัน ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาแทน อาโอะ ทานากะ ได้ไม่ถึง 4 นาที ตามซ้ำจ่อๆ เข้าไป ตีเสมอให้ ญี่ปุ่นเป็น 1-1

   -เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 83 ญี่ปุ่น มาแซงนำ 2-1 จาก ทาคุมะ อาซาโนะ ตัวสำรองที่อาศัยความเร็วแซง นิโค ชล็อตเทอร์เบค ก่อนพาบอลเข้าไปยิงมุมแคบผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปชนิดสะใจแฟนบอลทั้งสนาม

    -วลาที่เหลือ เยอรมนี ตามตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกม ญี่ปุ่น พลิกล็อกเอาชนะไปได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มแรกในฟุตบอลโลก 2022 ชนิดหักปากกาเซียน เหมือนที่ ซาอุดีอาระเบีย เพิ่งแซงชนะ อาร์เจนตินา 2-1 ในกลุ่มซี เมื่อวานนี้

หักปากกาเซียนสะท้านโลก! 'ญี่ปุ่น' พลิกล็อกเด็ดปีก 'อินทรีเหล็ก' พังพาบ |  เดลินิวส์

*สกอร์ที่คาด : เยอรมัน ชนะ 2-0

*ผล สุดช็อก "เยอรมันนำ “นำก่อน  แพ้ ”ญี่ปุ่น" 1-2

*จุดอ่อนของแทคติค : เยอรมันพลาดตรงไหน ทำไมแพ้ญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก 2022

Jamal Musiala and Ilkay Gundogan of Germany with Japan squad World Cup split

  -ความจริงข้อแรกที่ผู้คนมองข้ามในเกมนี้คือ แทคติกของเยอรมันนั้นยอดเยี่ยมมาก เนื่องจากแทคติกของ ฮานซี ฟลิค ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอันเป็นจุดอ่อนของทีมชุดนี้ นั่นคือ "ไม่มีกองหน้า" ดังนั้น โจทย์สำคัญที่ทัพอินทรีเหล็กต้องแก้ไขในฟุตบอลโลก 2022 คือจะทำให้อย่างไรให้ยิงคู่ต่อสู้ได้ ?

  -คำตอบของฟลิคจึงเป็นการเล่นแทคติกครองบอลเหนียวแน่น ในลักษณะคล้ายกับบอลติกิ-ตาก้าของเป๊บ กวาดิโอล่า เนื่องจากตามทฤษฎีแล้ว การขาดกองหน้าตัวเป้าสามารถทดแทนได้ด้วยการสร้างโอกาสทำประตูที่มากขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงครองความสำเร็จ แม้ขาดกองหน้าตัวเป้าอยู่ในบางฤดูกาล

  -เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นขึ้น ฟลิคแสดงให้เห็นว่าเขาแทคติกในรูปแบบนั้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ เพราะเยอรมันสร้างโอกาสได้มากมายในครึ่งแรก แต่ท้ายที่สุด พวกเขากลับสามารถทำประตูได้เพียงลูกเดียว ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะกองหน้าตัวเป๋าของพวกเขาคือ ไค ฮาเวิร์ตซ ดาวยิงจากเชลซีที่ไม่ใช่กองหน้าธรรมชาติ แถมผลงานในฤดูกาลปัจจุบันก็ย่ำแย่ เนื่องจากยิงประตูในพรีเมียร์ลีกเพียงสามลูกเท่านั้น

หากต้นแบบของแทคติกติกิ-ตาก้าแบบเป๊บ กวาดิโอล่า ยังแบมือขอเงินจากบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อซื้อ เออร์ลิง ฮาลันด์ มาใช้งาน นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันถึงจุดอ่อนสำคัญของแทคติกทีมชาติเยอรมันในฟุตบอลโลก 2022 เพราะต่อให้ทีมสามารถสร้างโอกาสได้มากแค่ไหน หากคุณไม่มีกองหน้าธรรมชาติในทีม สักวันคุณจะเจอทางตัน

  -และทางตันของทีมชาติเยอรมันได้มาเกิดขึ้นในวันนี้ … เมื่อนักเตะชื่อดังทั้ง อิลคาย กุนโดกัน, จามาล มูเซียล่า, แซร์จ นาบรี้ หรือ โธมัส มุลเลอร์ กลับไม่สามารถทำประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ได้เลย นี่คือจุดอ่อนสำคัญที่เยอรมันพยายามแก้ไขตลอดมา แต่ท้ายที่สุด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่า พวกเขาทำมันไม่สำเร็จ 

Germany protest

  - นี่จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าเสียดายที่สุดของเยอรมัน เพราะนักเตะที่เล่นดีที่สุดในเกมนี้กลับไม่ใช่แข้งญี่ปุ่นรายไหน แต่เป็น อิลคาย กุนโดกัน เพราะเขาคือนักเตะที่ลงไปตัดบอลถึงหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง ก่อนจะโผล่ขึ้นไปยิงไกลในอีกไม่กี่วินาทีถัดมาก็โผล่มา นี่คือกุนโดกันในร่างท็อปฟอร์มของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

  - ความยอดเยี่ยมของกุนโดกัน คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่จุดอ่อนหลายอย่างของเยอรมันถูกมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น การขาดกองหน้าตัวเป้า, แนวรับที่ยังขาดความแน่นอน และไว้ใจไม่ได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปในแมตช์นี้คือ จุดอ่อนเรื่องกองหลัง เนื่องจากพวกเขาแทบไม่ได้ถูกทดสอบอะไรเลยในครึ่งแรก เนื่องจากญี่ปุ่นตั้งใจเล่นเกมรับมากเกินไป

  - นอกจากนี้แล้ว นักเตะเยอรมันบางคนยังเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่แฟนบอลคาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 

  -จามาล มูเซียลา ที่แทบไม่ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม แม้แทคติกของพวกเขาจะกำหนดให้จ่ายบอลแก่ผู้เล่นทุกคนก็ตาม นั่นเพราะมูเซียลาแสดงให้เห็นในเกมนี้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้บอล มันจะจบด้วยการที่เขายิงประตูเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่นักเตะรายอื่นต้องการแม้แต่น้อย

  -เมื่อญี่ปุ่นที่แสดงให้เห็นคุณภาพของตัวเองอย่างชัดเจนในครึ่งแรก ทั้ง แทคติกที่ควบคุมพื้นที่อย่างยอดเยี่ยม หรือความมีระเบียบวินัยที่เห็นได้ชัด เลือกจะเปิดหน้าแลกกับเยอรมันในครึ่งหลัง จุดอ่อนของทัพอินทรีเหล็กที่ถูกซ่อนไว้จึงถูกเปิดเผย

  -เนื่องจากทีมชาติญี่ปุ่นในเกมนี้ถือเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพในทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ เกมรับเปี่ยมระเบียบวินัย, กองกลางที่เพรสซิ่งคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม, กองหน้าที่มีความไว เมื่อบวกกับความมั่นใจที่เปี่ยมล้น และข้อได้เปรียบเชิงแทคติก ถึงอย่างไรทีมชาติญี่ปุ่นสามารถต่อสู้กับเยอรมันได้แน่

และอย่างที่เราเห็นผลลัพธ์ด้วยตาตัวเองว่า ญี่ปุ่นต่อสู้กับเยอรมันได้จริง ๆ ยิ่งเปลี่ยนนักเตะที่ถนัดเล่นเกมรุกอย่าง คาโอรุ มิโตมะ, ทาเกฮิโระ โทมิยัตสึ และ ทาคูมะ อาซาโนะ ลงมา ทัพซามูไรบลูยิ่งเล่นได้ยอดเยี่ยมกว่าเดิม 

  -แต่ในขณะเดียวกัน นักเตะที่เล่นดีที่สุดของเยอรมัน คือ อิลคาย กุนโดกัน กลับต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 67 เนื่องจากร่างกายไม่ไหว ส่งผลให้เยอรมันไม่มีกลางคนสำคัญคอยเก็บบอลเหมือนเดิม แต่เนื่องจากกุนโดกันเองวิ่งแทบไม่ออก และกองกลางของเยอรมันก็เริ่มตัดเกมรุกญี่ปุ่นไม่ได้แล้ว การเปลี่ยนตัวครั้งนี้จึงเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  -น่าเสียดายที่นักเตะลงมาแทนกุนโดกัน กลับเป็น เลออน โกเร็ตซ์ก้า ซึ่งขณะนี้ยังห่างไกลจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมที่เขาเคยทำได้ กองกลางของเยอรมันจึงไม่สามารถหยุดเกมรุกที่กำลังร้อนแรงของญี่ปุ่นได้ และเมื่อพวกเขาสร้่างความผิดพลาด การถูกลงโทษโดยทัพซามูไรบลูจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  -ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จึงไม่ใช่การบอกว่าเยอรมันคือทีมที่แย่แต่อย่างใด ยิ่งเมื่อเรามองไปยังการคิดค่าประตูตามเครื่องยืนยันความจริงว่าเยอรมันเป็นทีมที่ดีเหมือนกัน  และดีกว่ามากจริง ๆ ถ้าคิดสกอร์ตามประตูที่คาดว่าจะเป็น หรือ xG ผลปรากฎว่าเยอรมันต้องเอาชนะญี่ปุ่น 3-1 

  -นั่นหมายความว่า ตามหลักสถิติเยอรมันเป็นทีมที่สร้างโอกาสได้มากกว่า และยอดเยี่ยมกว่าญี่ปุ่นแน่นอน แต่โชคร้ายของทัพอินทรีเหล็กที่การปฏิบัติในโลกแห่งความจริง เยอรมันกลับพลาดโอกาสมากเกินไป และกองหลังของพวกเขาก็ผิดพลาดมากเกินไป 

  -แต่อย่างที่เราเน้นย้ำกันไปตั้งแต่แรกว่าแทคติกของเยอรมันนั้นยอดเยี่ยม สิ่งสำคัญสำหรับทำอินทรีเหล็กในตอนนี้คือ พวกเขาควร “ใจเย็น” และเดินหน้าในแทคติกเดิมต่อไป เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกเขาจะนั่งเสียกำลังใจกับความผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกทีมบนโลก 

  -การกลับไปทำงานหนัก เพื่อวิเคราะห์หาจุดอ่อนในเกมที่พ่ายแพ้ และแก้ไขอย่างรวดเร็วในเกมถัดไป คือสิ่งที่ทีมชาติเยอรมันควรทำหลังจากนี้ หาก ฮันซี ฟลิค มองว่านักเตะคนไหนคือจุดอ่อน ไม่ว่าจะเป็น ฮาเวิร์ตซ, มูเซียล่า หรือซูเล่อ หากบุนเดสเทรนเนอร์คิดว่าใครสอบไม่ผ่าน เขาจำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ เพราะกว่าจะเดินหน้าทุกอย่างในเกมที่สาม มันอาจจะสายเกินไปแล้ว

前田大然のゴールがオフサイドとなった瞬間

  -ทั้งนี้ สถานการณ์ของทีมชาติเยอรมันคล้ายกับทีมชาติอาร์เจนติน่า นั่นคือ เมื่อนักเตะของพวกเขาเริ่มสร้างความผิดพลาดออกมา ทีมเต็งแบบนี้สามารถแพ้ได้ทันที หากพวกเขาเจอทีมที่มีคุณภาพจริง ๆ ในวันนั้น ยิ่งเยอรมันมีแทคติกที่ดีกว่าอาร์เจนติน่าชัดเจนมาก เรื่องนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้านักเตะของทีมไหนไม่ได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เช่น อังกฤษ ความพ่ายแพ้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากคุณดีไม่พอ

  -ถึงตรงนี้ เยอรมันยังคงมีโอกาสเป็นแชมป์โลก แต่ ฮันซี ฟลิค จำเป็นต้องทำงานหนักมากกว่าผู้จัดการทีมทุกคนในฟุตบอลโลก 2022 เพื่อสร้างแทคติกที่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทัพอินทรีเหล็กถึงจะมีโอกาสเป็นแชมป์โลก ซึ่งจากผลลัพธ์ที่ในวันนี้เกิดขึ้นกับทีมชาติญี่ปุ่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่นิดเดียว

คำสำคัญ (Tags): #ฟุตบอลโลก 2022
หมายเลขบันทึก: 710551เขียนเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2022 07:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2022 05:37 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี