Happy workplace &Nutrition
Happy work place หรือองค์กรแห่งความสุข กระบวนการพัฒนาคนในองค์กรอย่างมีเป้าหมายและให้ยุทธศาสตร์สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร เพื่อให้องค์กรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะนำพาองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการจัดการองค์กรจะเน้นการจัดการ “คน” เป็นหลัก
1 ในความสุขที่สำคัญ นั่นก็คือการมีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและทางใจ การมีสุขภาพทางใจที่ดี อาจจะมาจากสังคมรอบข้าง ความคิด ทัศนคติที่ดีของนัวเราเอง มุมมองความคิดที่ดีของตัวเราเอง แต่สุขภาพทางกายที่ดีนั้นมาจากไหน? หลายคนคงตอบว่าการที่เราขยันออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ผิดเลย แต่คนส่วนใหญ่ก็จะไปโฟกัสเพียงแค่การออกกำลังกายเท่านั้น หลายคนก็ละเลยการกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ไป
Nutrition
อาหาร (food) คือ สิ่งที่กินเข้าไปแล้วให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยไม่มีพิษภัยหรือให้โทษแก่ร่างกาย
สารอาหาร (nutrients) คือ สารเคมีที่ประกอบอยู่ในอาหารที่ให้คุณค่าต่อร่างกายในด้านต่างๆ ได้แก่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ
จะเห็นได้ว่าอาหารและสารอาหารมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการที่เรารับประทานอาหารเข้าไปเราจึงควรใส่ใจเรื่องของสารอาหารที่อยู่ในอาหารนั้นๆด้วย การที่เรามีอาหารให้รับประทาน แต่เรามีการขาดการใส่ใจในเรื่องของสารอาหาร นั่นอาจก่อให้เกิดโรคขาดสารอาหารจนทำให้มีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา เช่นอ่อนเพลีย กระดูกพรุน กระดูกหยุดเจริญเติบโต ภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาก็มากกว่าการป้องกันการเกิดโรคขาดสารอาหารอยู่แล้ว ดิฉันจึงอยากที่จะส่งเสริมให้มีการทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และทานในปริมาณที่พอเหมาะ
ถึงแม้ว่าเราจะมีการใส่ใจในเรื่องของสารอาหารแล้ว แต่ถ้าเรากินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน แต่ทานในปริมาณที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ก็จะก่อให้เกิดปัญหา Under nutrition หรือ Over nutrition ขึ้นได้ ซึ่งปัญหา Over nutrition ส่วนใหญ่มักพบได้ในวัยทำงาน เนื่องจากวัยทำงานส่วนใหญ่ ลักษณะงานจะเป็นประเภทนั่งทำอยู่กับที่ ไม่ได้มีการขยับร่างกายที่มาก และส่วนใหญ่มักจะละเลยในเรื่องของสารอาหารที่ได้รับเนื่องจากเร่งรีบจากการทำงาน ขาดWork Life Balance ทำให้มีความคิดว่ากินอะไรก็ได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุของOver nutrition
แต่ปัญหาUnder nutrition หรือ Over nutrition ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาจากสาเหตุการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว อาจเกิดจากพันธุกรรม สารเคมีที่ได้รับ ความเครียด การเลี้ยงดู
แต่แล้วแบบนี้เราจะมีสุขภาพที่ดี ที่เป็น1 ในความสุขที่สำคัญของHappy work place ได้อย่างไร?
บทบาทของ Occupational therapy ในที่นี้ เราจะสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไร? เราสามารถเผยแพร่หรือจัดอบรมให้ความรู้ตามบริษัทหรือสถานที่ต่างๆได้ หรืออาจจะทำเพจขึ้นมาเองเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตรงนี้โดยเฉพาะ พวกเราสามารถลงชุมชน หรือทำเรื่องกับบริษัทเพื่อสำรวจเชิงรุกเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหาร ทำให้เค้าเห็นถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารที่ครบถ้วน หรือร่วมทำกฎกติการ่วมกับบริษัท จำกัดประเภทของอาหาร หรือสนับสนุนให้มีอาหารที่มีประโยชน์มาจำหน่าย เป็นต้น
สุดท้ายนี้การกิน สำหรับใครหลายๆคนคือความสุขในชีวิต นั่นหมายรวมถึงตัวดิฉันเองด้วย แต่ถ้าการกินนั้นมันทำให้เรามีปัญหา หรือไม่มีความสุขในอนาคตล่ะ หลายๆคนจะทำอย่างไร? คำตอบของคำถามที่ได้อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่ความคิด แต่สำหรับตัวของดิฉันก็คงจะตอบว่า เราต้องรู้จักการ balance ให้เป็น กินให้พอดี ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราต้องมีความรู้ เพื่อรู้เท่าทันอาหารในปัจจุบัน แล้วนำความรู้ที่ได้ไปดูแลด้านการกิน ให้การกินของเรานั้น ทั้งมีความสุข และทั้งมีสุขภาพที่ดี