เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากมีอายุยืน โดยไม่ค่อยสนใจว่าจะมีอายุยืนไปทำไม จริงไหมครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องนี้กันหน่อยดีไหมครับ
สัจจธรรมแรกคือ ‘เกิดมาแล้วก็ต้องตาย’ จึงไม่ต้องกังวล หรือกลัวความตาย เพราะกลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย จึงไม่ควรเสียเวลากับเรื่องนี้ แต่ควรใช้เวลาดังกล่าวทำในสิ่งควรทำดีกว่า เช่น นั่งอยู่เฉย ๆ หรือเล่นกับลูกกับหลาย หรือปฏิบ้ติธรรม
สัจจธรรมที่สองคือ ‘ปัญหาและการแก้ปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและการงาน’ จึงไม่ควรเสียเวลากลุ้มใจ หรือน้อยใจวาสนาว่า ทำไมชีวิตเรา หรืองานที่เรารับผิดชอบจึงมีแต่ปัญหา เพราะกลุ้มใจ หรือน้อยใจไปก็เท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหา หรือทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด
สัจจธรรมที่สาม ‘คุณเกิดมาเป็นอะไร ไม่สำคัญเท่ากับคุณจะใช้ชีวิตอย่างไร และเป็นอะไรก่อนตาย’ ดังมีวลีเด็ดของปราชญ์บอกว่า ‘คุณเกิดมาจนหรือไม่จนคุณไม่มีสิทธิ์เลือกและไม่ใช่ความผิดของเรา แต่ถ้าคุณจะเป็นคนจนไปตลอดชีวิต และตายจนนั้น คุณเลือกได้ และถ้ายังต้องตายจนอยู่เป็นความผิดของคุณ’
โดยหลักคิดนี้เองที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่กล่าวมา ‘คนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม’ แต่ผมเห็นว่า กรรมหรือบุญเป็นต้นทุนให้เราเกิดมาเป็นอะไร เป็นใคร และเกิดในตระกูลไหน ส่วนการกระทำทั้งมวลเป็นฝีมือและความรับผิดชอบของตัวเราเองทั้งสิ้น และถ้าการกระทำของเราจะเป็นการใช้กรรมด้วย ก็ขอให้เป็นผลกำไร และผลของการกระทำในชาตินี้ถ้าได้มากกว่าการชดใช้กรรม ก็ขอให้เป็นกรรมไรกำ และเป็นเสบียงบุญในทุกภพชาติต่อไปก็แล้วกัน
สามหลักคิดข้างต้นก็น่าจะเพียงพอในการอธิบายว่า 'อายุจะยาวหรือสั้น ไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักใช้ชีวิตในแต่ละนาที และที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสที่อุตส่าห์มีอายุยืนแล้ว แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไรครับ
รักนะ จุ๊บๆ
สมาน อัศวภูมิ
6 พฤศจิกายน 2565