<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นางหมาว บุ่ยถิ เกิดที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.2494 จากบิดาและมารดาซึ่งมีเชื้อชาติและสัญชาติญวน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นางหมาว บุ่ยถิ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นคนญวนอพยพ ได้รับอนุญาตให้พักอาศัยอยู่ภายในเขตจังหวัดหนองคายซึ่งเป็นเขตควบคุมคนญวนอพยพ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ต่อมา นางหมาว บุ่ยถิ ได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ออกนอกเขตจังหวัดควบคุมหนองคาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> พนักงานอัยการจึงฟ้อง นางหมาว บุ่ยถิ ต่อศาลว่านางหมาว บุ่ยถิซึ่งเป็นญวนอพยพและได้รับอนุญาตให้พักอาศัยอยู่ภายในเขตจังหวัดหนองคายเป็นการชั่วคราว ได้หลบหนีออกจากเขตควบคุมจังหวัดหนองคายเข้ามาในกรุงเทพมหานคร อันเป็นการขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร และไม่ได้รับอนุญาต อัยการจึงฟ้องขอให้ลงโทษนางหมาวตามมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายอาญา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คดีทำในสามศาลโดยศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ลงโทษจำคุก 10 วัน และปรับ 500 บาท โทษจำคุก 10 วัน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกรอไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ศาลฎีกาพิพากษาว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ประกาศ ณ วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2515 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเพิกถอนกับการไม่ให้สัญชาติไทยแก่บุคคลที่เกิดก่อนและหลังประกาศใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวเมื่อจำเลยมีบิดามารดาเป็นคนญวนอพยพและจำเลยเกิดในราชอาณาจักรเมื่อ พ.ศ.2494 ตามเอกสารหมาย ล.1 จำเลยจึงถูกเพิกถอนสัญชาติไทยไปแล้วตามประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าวแล้ว จำเลยจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายเสียก่อนจึงออกนอกเขตจังหวัดหนองคายได้ เมื่อจำเลยออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าว จำเลยจึงย่อมมีความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยมีสัญชาติไทยและการตรากฎหมายย้อนหลังกระทำไม่ได้นั้นฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยนั้นชอบแล้ว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของ ศาลไทยในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่คนที่มีเชื้อชาติต่างประเทศโดยตั้งอยู่บนความถูกต้อง และเป็นธรรมแม้บุคคลที่มีเชื้อชาติต่างประเทศจะถูกฟ้องต่อศาลเป็นจำเลยศาลก็ตัดสินคดีโดยไม่นำเอาความเป็นคนที่มีเชื้อชาติต่างประเทศมาจำกัดในการให้ความยุติธรรม แต่อย่างใดเนื่องจากศาลคำนึงถึงสิทธิในความเป็นมนุษย์ของบุคคลว่าบุคคลพึงมีสิทธิที่จะได้รับการรับรองและคุ้มครองไม่ให้ถูกละเมิด </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จากคดีของ นางหมาว บุ่ยถิ แสดงให้เห็นถึงปัญหาในการมีสถานะบุคคลของคนเชื้อชาติเวียดนามในกลุ่มนี้อันเกิดจาก การบัญญัติกฎหมายที่ขาดความชัดเจนทำให้มีปัญหาในขั้นตอนของการใช้กฎหมาย ประกอบกับการที่ตัวคนเชื้อชาติเวียดนามเองขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมายจึงทำให้เกิดปัญหาในการมีสถานะบุคคลดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อศาลได้เข้ามาเยียวยาแก้ไขปัญหาความถูกต้องและยุติธรรมจึงเกิดขึ้นได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศ ฉบับลงวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2547 เรื่องการสั่งให้บุคคลซึ่งถูกถอนสัญชาติไทยตาม ปว.337 และบุตรหลานได้สัญชาติไทย ดังนั้นในวันนี้นางหมาว บุ่ยถิ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกถอนสัญชาติไทยตาม ปว.337 ในอดีต จึงกลับคืนสู่สัญชาติไทยอีกครั้งโดยอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว
กรณีของนางหมาว บุ่ยถิ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 463/2535 : คนเชื้อชาติเวียดนามที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 จากบิดาและมารดาต่างด้าวซึ่งเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวร
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของ ศาลไทยในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่คนที่มีเชื้อชาติต่างประเทศโดยตั้งอยู่บนความถูกต้อง และเป็นธรรมแม้บุคคลที่มีเชื้อชาติต่างประเทศจะถูกฟ้องต่อศาลเป็นจำเลยศาลก็ตัดสินคดีโดยไม่นำเอาความเป็นคนที่มีเชื้อชาติต่างประเทศมาจำกัดในการให้ความยุติธรรม แต่อย่างใดเนื่องจากศาลคำนึงถึงสิทธิในความเป็นมนุษย์ของบุคคลว่าบุคคลพึงมีสิทธิที่จะได้รับการรับรองและคุ้มครองไม่ให้ถูกละเมิด
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Mr. JoeZine · 4 ม.ค. 2550
Mr. JoeZine · 4 ม.ค. 2550
Mr. JoeZine · 4 ม.ค. 2550
Mr. JoeZine · 4 ม.ค. 2550
Mr. JoeZine · 4 ม.ค. 2550
w3 · 4 ม.ค. 2550
พิชัย กรรณกุลสุนทร · 4 ม.ค. 2550