คำนิยม หนังสือ ก่อการครู การเรียนรู้เปี่ยมพลัง : ๑๒ นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อครูหัวใจใหม่ 


 

นี่คือหนังสือที่ได้จากการตีความการเรียนรู้ การศึกษา ความเป็นครู ด้วยมุมมองใหม่ๆ   เน้นพลังที่อาจมองว่าเป็นพลังลี้ลับ (ศักดิ์สิทธิ์)   หรืออาจมองต่าง ว่าเป็นพลังธรรมชาติหรือธรรมดา ที่มีอยู่ในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ และในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศรอบตัว   ทั้งนิเวศกายภาพ และนิเวศนามธรรม

เป็นหนังสือว่าด้วยพลังของความเป็นมนุษย์    และพลังของการเรียนรู้   

เป็นหนังสือที่บูรณาการทฤษฎีจากแหล่งต่างๆ ผสานกับทฤษฎีที่ผู้เขียนสร้างขึ้นเองจากประสบการณ์ตรงของตนเอง     จึงเป็นหนังสือ จาก (from), โดย (by), และเพื่อ (for) การเรียนรู้เปี่ยมพลัง  มีชีวิต  และมีชีวิตชีวา     และเมื่อผสานกับประสบการณ์ของผู้เขียน จึงเป็นหนังสือที่ยิ่งเปี่ยมพลัง 

เป็นหนังสือชี้ทางสร้างสรรค์การเรียนรู้เปี่ยมพลังต่อเนื่อง    ทั้งในด้านทฤษฎีหรือหลักการ  และในด้านวิธีการ     หรือกล่าวใหม่ได้ว่า  หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้เปี่ยมพลังเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง   แต่เป็นสิ่งที่เป็นพลวัต หมุนวงจรการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างไร้ข้อจำกัด    เพราะเป็นการเรียนรู้ที่มีพลังอยู่ภายในตนเอง    และรู้จักดูดพลังจากภายนอก เข้าไปเสริมพลังการเรียนรู้ของตนเอง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของความยากลำบาก หรือพลังของอุปสรรค       

ข้อเรียนรู้สำคัญจากหนังสือเล่มนี้คือ   วงการศึกษาต้องเปิดรับและดูดซับทฤษฎีและวิธีการเรียนรู้ที่ริเริ่มจากวงการอื่นที่ไม่ใช่วงการศึกษาโดยตรง     ดังตัวอย่างเรื่อง ทักษะการโค้ชเพื่อครู เป็นศาสตร์ที่ริเริ่มจากวงการธุรกิจ   แต่เมื่ออ่านสาระในหนังสือแล้วจะเห็นว่ามีความสำคัญต่อครู และต่อผู้บริหารสถานศึกษาอย่างยิ่ง   มีความสำคัญระดับเปลี่ยนวัฒนธรรมในระบบการศึกษา จากวัฒนธรรมความสัมพันธ์แนวดิ่ง สู่ความสัมพันธ์แนวราบ        

เป็นหนังสือที่สังเคราะห์ข้อเรียนรู้จากโครงการ ก่อการครู ที่เปี่ยมคุณค่า และเปี่ยมพลังสร้างสรรค์ต่อวงการศึกษา    เป็นพยานหลักฐานว่า หากสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม ครูไทยสามารถสร้าง “นวัตกรรมการเรียนรู้” จากแผ่นดินแม่ได้    โดยสร้างจากประสบการณ์ตรงของตนเอง และประสบการณ์ร่วมกันของผู้ร่วมโครงการ ร่วมขบวนการ “ก่อการครู”   

เป็นหนังสือที่ยืนยันว่า ครูไทยสามารถสร้างทฤษฎีและวิธีการใหม่ๆ ด้านการศึกษา (นวัตกรรมการเรียนรู้) ต่อยอดจากความรู้ในโลก ได้   ไม่จำเป็นต้องคัดลอกหรือเลียนแบบทฤษฎีและวิธีการจากต่างประเทศทั้งหมด   

ผมตีความว่า หนังสือเล่มนี้เกิดจากทีมงานของโครงการ ก่อการครู ประยุกต์ใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle (https://www.gotoknow.org/posts/702755)     นำเอาประสบการณ์จากกิจกรรมในโครงการ ก่อการครู มาใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) สู่การพัฒนาหลักการ (conceptualization)    แล้วนำไปทดลองใช้ใหม่ (active experimentation)    จนตกผลึกออกมาเป็นบทต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้    โดยขอย้ำว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ ที่เป็นการเรียนรู้เปี่ยมพลัง ต้องไปให้ถึงการสร้างหลักการ (concept)  ไม่หยุดอยู่แค่เรียนรู้วิธีการ (method)

ผมฝันอยากเห็นระบบบริหารการศึกษาไทย จัดการส่งเสริมสนับสนุนครูไทยให้ใช้หนังสือ ก่อการครู การเรียนรู้เปี่ยมพลัง : ๑๒ นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อครูหัวใจใหม่ เล่มนี้    เป็นตัวอย่างของ “ชาลาปฏิบัติงาน” (working platform) ที่เปี่ยมการเรียนรู้และสร้างสรรค์    สนับสนุนให้ครูจำนวนหนึ่ง รวมตัวกันใช้พลังสร้างสรรค์ของตน   ปลดปล่อยแสดงออกเป็นการสร้างทฤษฎีใหม่ วิธีการใหม่ของการจัดกระบวนการเรียนรู้   ที่สร้างขึ้นเองจากประสบการณ์การทำหน้าที่ครูของตน     

หากวงการศึกษาไทยมีกลุ่มครูรวมตัวกันพัฒนาทฤษฎีและวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ จากการทำงานประจำของตนเอง  เป็นกลุ่มๆ จำนวนหนึ่ง   และสื่อสารข้อค้นพบและตกผลึกออกมาเป็นหนังสือดังตัวอย่าง ก่อการครู การเรียนรู้เปี่ยมพลัง : ๑๒ นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อครูหัวใจใหม่ เล่มนี้    เราจะมั่นใจได้ว่า ผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไทยจะยกระดับขึ้นเท่าเทียมชาติที่คุณภาพการศึกษาสูงเด่นได้อย่างแน่นอน

วิจารณ์ พานิช

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

วันคล้ายวันชาตกาลของท่านพุทธทาสภิกขุ

 

หมายเลขบันทึก: 703225เขียนเมื่อ 26 มิถุนายน 2022 14:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 มิถุนายน 2022 14:12 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี