ช่วงวันที่ ๒๑-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕…เป็นช่วงที่ผู้เขียนติดโควิด ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา ๑๐ วัน ตามแพทย์สั่ง สำหรับยาที่ใช้รักษา นั่นคือ ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทยของเรานี่เอง จะมียาเพิ่ม คือ ยาที่ใช้ละลายเสมหะ…ยาพารา หากมีไข้ ก็จะทาน เพิ่มเข้ามา รักษาตัวที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ทาง Home Isolation
สาเหตุที่ติดโควิด…จริง ๆ ก็ไม่ต้องการเขียนสักเท่าไร เพราะมีผู้ที่เป็นแล้ว แต่ไม่ยอมรับว่าตนเองเป็น จากการสังเกตอาการของเขา นั่นคือ การที่เขาคนนั้น มีอาการไอตลอด มีน้ำมูก เพลีย เหนื่อย…แต่เขาบอกว่าได้ตรวจแล้ว แต่ไมีขึ้น ๒ ขีด บังเอิญไปราชการด้วยกัน และผู้เขียนต้องนอนห้องเดียวกับเขาอีก…ก็คงไม่พ้นการที่เขาคนนั้นแพร่เชื้อ เพราะอยู่ในห้องกันสองคน เวลาเขาไอเขาจะเปิดปาก ด้วยการเปิดแมส จะไปไหนเสียกับการไอแบบนี้…เชื้อโรคก็ฟุ้งสิคะ จะไปไหนเสีย ขนาดคนที่เป็นหวัด หากทำแบบนี้ ยังติดหวัดกันได้ง่าย ๆ เลย แถมห้องที่นอนก็นอนเตียงเดี่ยว เรียกว่า ผ้าห่มต้องใช้ร่วมกัน…แบบนี้มันจะไปไหน โดยอีกฝ่ายก็ไอมาก ๆ ผู้เขียนถามว่า “เป็นโควิดหรือเปล่า?” แต่เขาคนนั้นปฏิเสธ…สำหรับผู้เขียนจะไปว่าอะไรเขาได้ ได้เพียงแต่นึกว่า “ฉันไม่รอดแน่ ๆ ครั้งนี้ ฉันต้องเป็นโควิด ชัวร์” และแล้วก็เป็นจริง…ฉันติดโควิด เพราะอาการดั้งเดิมที่ไปราชการนั้น ผู้เขียนไม่มีอาการใด ๆ เลย
รวมที่ไปครั้งนี้ติดโควิดกันทั้งคันรถ รอดไป ๑ คนเท่านั้น แล้วแบบนี้จะติดจากใครได้ เพราะต้นเหตุมีอาการไอ เปิดแมส เปิดปากไอในรถตลอด…
พอกลับถึงบ้านพัก แยกห้องนอนกับปู่จเรของพี่ฟ้าคราม เพราะรู้ตัวว่าต้องเป็นโควิดแน่นอน…และก็จริง ๆ ฉันติดโควิด…แต่เมื่อทราบว่าเป็นโควิด ก็แยกห้อง แยกชาม แยกช้อนในการใช้ชีวิตร่วมกันในบ้าน เวลาไอ หรืออยู่บ้านร่วมกันก็ใส่แมสตลอด ไม่นั่งคุยกัน ไม่ทานอาหารรวมกัน…สุดท้ายปู่จเรก็รอดจากการติดโควิด ดีที่ปู่ฉีดวัคซีนมอเดอร์น่า ๒ เข็มไปแล้ว สำหรับผู้เขียนขนาดฉีดเดลต้าไปแล้ว ๒ เข็ม ไฟเซอร์ ๑ เข็ม รวม ๓ เข็ม ก็ยังไม่รอด
อาการที่พบ คือ ไอ มีเสมหะในลำคอ ต้องใช้ยาพ่นคอ พ่นจมูก ยาอมเข้าช่วยให้ลำคอชุ่มชื่น กว่าจะปกติ สังเกตอาการร่วม ๑ เดือน อาจด้วยอายุผู้เขียนร่วม ๖๐ ปี จึงหายช้า เพราะสมัยก่อนหากเป็นหวัดธรรมดา หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ วัน
ณ ปัจจุบัน จะไม่เข้าใกล้ใคร หากมีใครไอ จะหลีกหนีไปไกล ๆ เพราะกลัวติดโควิดอีก…สำหรับคนที่รู้ หรือไม่รู้ว่าตนเองติดโควิดหรือไม่นั้น ให้สังเกตตนเองว่า หากมีอาการไอ เพลีย เหนื่อย เจ็บคอ ให้รู้เลยว่า คุณติดโควิด แม้ว่าจะตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ๒ ขีด ควรตรวจหลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะต้องใช้การแหย่จมูก จึงจะพบเชื้อ เพราะการตรวจน้ำลายจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไร…เขียนไว้เพื่อให้รู้ว่า “ครั้งหนึ่ง ฉันเคยติดโควิด จากการแพร่เชื้อของคนใกล้ชิด” กว่าจะหายได้ใช้เวลาร่วม ๑ เดือน พอหายช่วงแรก ๆ รับประทานอะไรไม่ได้เลย นอกจากน้ำอุ่น ๆ ข้าวก็ไม่อยาก ปาก คอ เหมือนจะอักเสบ เป็นแผล แสบปากไปหมด
***************************
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๕