ทุกเดือน ใน gotoknow จะมีการประกาศ blogger ที่ได้รับรางวัลสุดคะนึงจาก ส.ค.ส. เดือนละ 1 ท่าน
เมื่อประกาศผลปุ๊บ หลายท่านจะร่วมมาแสดงความยินดี
ผู้ได้รับรางวัล จะเขียนข้อความเปิดใจ เผยความรู้สึก ….. ซึ่งดูจะเป็น ประเพณีปฏิบัติไปแล้ว
เหมือนประกาศผลรางวัลอื่นๆ ผู้รับรางวัลเดินขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง แล้วกล่าวความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินยิ้มลงจากเวทีไป…
หลังจากนั้น ผู้รับรางวัล ก็ดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา…
สำหรับรางวัลสุดคะนึงใน gotoknow หลายท่านมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป
เมื่อครูอ้อยได้รับรางวัลสุดคะนึงประจำเดือน ต.ค.2549 หลังจากที่ทำสิ่งต่างๆตามประเพณีปฏิบัติแล้ว
เวลาผ่านไป ครูอ้อยยังเขียนบันทึก เปิดเผยความรู้สึกไปเรื่อยๆเกี่ยวกับการได้รับรางวัลสุดคะนึง ตามโอกาสและสถานการณ์ที่เป็นไป
เขียนบ่อย เขียนมากกว่าผู้รับรางวัลอีกหลายท่าน
แฟนคลับของครูอ้อย ตั้งข้อสังเกตให้นายบอนฟัง..
“ครูอ้อยไม่พลาดที่จะเก็บดอกไม้สวยๆริมทาง ขณะที่คนอื่น หลังจากได้รับช่อดอกไม้ในครั้งแรก ดอมดมความหอม ความสดชื่นจากช่อดอกไม้ในช่วงเวลานั้น เมื่อก้าวเดินต่อไป ก็ได้แต่เหลือบมองดอกไม้ริมทาง หรือตั้งหน้าตั้งตาเดินทางต่อไปยังจุดหมาย โดยไม่มีเวลาเก็บเกี่ยวความงดงามตามเส้นทางที่ผ่านไปนั้น….
……เหมือนทำชีวิตตกหล่น
แต่ครูอ้อย ดมช่อดอกไม้ที่ได้รับ ครั้งแล้วครั้งเล่า การเดินทางบนเส้นทางเดียวกัน ยังสามารถที่จะเก็บเกี่ยวความสวยงามของดอกไม้ริมทางได้มากกว่าใครๆ
<h3>สามารถเก็บเกี่ยวความสวยงามมาใส่ชีวิตในทุกช่วงเวลาแห่งการเดินทางไปบนถนนของ gotoknow</h3>
เจ้าของสวนดอกไม้ ที่เอาใจใส่ดูแลรดน้ำ เมื่อเห็นคนมาชื่นชมดอกไม้เหล่านั้น จะรู้สึกยินดีปรีดาเพียงใด
นั่นแสดงว่า ความพยายามที่ผ่านมา มีคนเห็นคุณค่า ความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทลงไป มลายหายไป
เจ้าของสวนดอกไม้ ยิ่งเกิดกำลังใจที่จะปลูกดอกไม้ให้สวยกว่าเดิม…..
คนปลูกดอกไม้ใน gotoknow เปรียบเหมือน คณะกรรมการตัดสินรางวัลสุดคะนึง ซึ่งต้องคัดเลือก พิจารณา เพื่อมอบรางวัลเป็นกำลังใจกับ blogger หลายๆท่านที่เขียนบันทึกที่มีคุณค่าต่อสังคม และชุมชน…
เหมือนการคัดสรร พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่สดสวยแต่ละพันธุ์มาปลูกไว้ในสวนสวย
เติมเต็มคุณค่าให้สวนสวย gotoknow ซึ่งต้องใช้เวลาพิจารณาอยู่พอสมควร..
เมื่อผู้ได้รับช่อดอกไม้ (รับรางวัล) ได้รับแล้ว นอกจากคำกล่าวขอบคุณแล้ว การชื่นชมช่อดอกไม้ต่อหน้าคนปลูก ช่อดอกไม้นั้น จะมีคุณค่าและความสำคัญเพิ่มขึ้น
ครูอ้อยทำให้ช่อดอกไม้ดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเก็บดอกไม้สวยๆริมทาง เติมความสดชื่นให้ชีวิตตลอดไป
ดอกไม้สวยๆริมทางที่เกิดขึ้นตามมา คือ มิตรภาพนั่นเอง…..”
เป็นข้อสังเกตจากแฟนคลับของครูอ้อยที่ให้แง่คิดที่ดีๆเช่นกันครับ
….มาถึงคำถามส่งท้ายปลายปี สำหรับบันทึกสุดท้ายของปี 2549 ที่นายบอนเขียนถึงครูอ้อย...
“ทำไมนายบอนเขียนบันทึกถึงครูอ้อย…บ่อยจัง…
….ครูอ้อยจ่ายเท่าไหร่ ? ”
ความจริงแล้ว ครูอ้อยไม่เคยจ่ายสักบาท
คำตอบของคำถามข้อนี้ คงเหมือนกับข้อสังเกตของแฟนคลับของครูอ้อย ที่หยิบมาบันทึกส่งท้ายปี พ.ศ. 2549
เมื่อนายบอนเป็นคนปลูกดอกไม้ ครูอ้อยเก็บดอกไม้ไปดอมดม สูดความสดชื่นเข้าไปเต็มปอด..
…. ดมแล้วดมอีก
เจ้าของสวนดอกไม้ ที่เอาใจใส่ดูแลรดน้ำ เมื่อเห็นคนมาชื่นชมดอกไม้เหล่านั้น จะรู้สึกยินดีปรีดาเพียงใด
นั่นแสดงว่า ความพยายามที่ผ่านมา มีคนเห็นคุณค่า ความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทลงไป มลายหายไป
เจ้าของสวนดอกไม้ ยิ่งเกิดกำลังใจที่จะปลูกดอกไม้ให้สวยกว่าเดิม…..
เรียนรู้จากครูอ้อย : เมื่อผู้ได้รับรางวัลสุดคะนึงหลายท่าน ลืมเก็บดอกไม้ริมทาง...
ความพยายามที่ผ่านมา มีคนเห็นคุณค่า ความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทลงไป มลายหายไป
เห็นด้วย และยินดี ทุกครั้ง ทุกคน ที่เข้าล้วนยิ่งใหญ่ เชื่อว่า รางวัลเป็นกิจกรรมหนึ่ง ที่ทำให้เกิดสีสันต์ ตื่นตระการตา เชื่อเสมอมา ผู้มาเยือนในฐานะอื่นที่ไม่ใช่สมาชิก หรือเป็นสมาชิกมาอ่าน แล้วทุกท่านไม่เขียนถือเสมือนเป็นภาคี GoToKnow
ฝากสวัสดีปีใหม่ไปยังชาวน่านด้วยนะครับ
รางวัลถือเป็นกำลังใจ เป็นสีสันที่ทำให้เกิดความน่าสนใจยิ่งขึ้น
แต่รางวัลที่มอบให้ หรือรางวัลที่ผู้อ่านอยากจะมอบให้จากความประทับใจในการอ่านบันทึกต่างๆ ก็ล้วนมีค่าทั้งสิ้นครับ
สวัสดีคุณบอน
ตอบแล้ว อยู่ที่นี่ของขวัญวันขึ้นปีใหม่ชิ้นที่6...ของครูอ้อย
ขอบคุณค่ะ
กลายเป็นของขวัญชิ้นที่ 6 ไปซะแล้ว