ข่าวใน University World News เรื่อง 60% of UK academics set to quit within 5 years – Survey  น่าตกใจ    เขาบอกว่าเกิดจากความขัดแย้งภายในระบบ ที่ข่าวใช้คำว่า industry - อุตสาหกรรมอุดมศึกษา    บอกว่าเวลานี้สภาพการทำงาน และค่าตอบแทนต่ำ    ตกต่ำไปกว่าเดิม ระดับเงินเดือนไม่เพิ่มตามอัตราเงินเฟ้อ และโดนลดบำนาญ     เขาโทษระบบ neoliberalism ที่รัฐบาลใช้บริหารระบบอุดมศึกษา     

อ่านแล้วก็ต้องฟังหูไว้หู    เพราะเป็นรายงานจาก UCU – University and College Union   ที่อาจใช้การสำรวจเป็นเครื่องมือในการต่อสู้   

UCU เรียกร้องให้ระบบอุดมศึกษา ในอิงก์แลนด์  เวลส์  และไอร์แลนด์เหนือ  เปลี่ยนระบบกำกับดูแลมหาวิทยาลัยไปตามแนวของ สก็อตแลนด์   คือให้มีตัวแทนของอาจารย์เข้าไปนั่งอยู่ในสภามหาวิทยาลัยด้วย   

ตัวแทนขององค์กรภาครัฐ คือ UK Universities ออกมาแก้ต่างว่า การตีความข้อมูลบางส่วนของ UCU ไม่ถูกต้อง    อย่างไรก็ตาม UCU ยื่นข้อเรียกร้อง ๔ ข้อคือ (๑) แก้ปัญหาค่าตอบแทนต่ำ  (๒) แก้ปัญหาการจ้างแบบไม่มีความมั่นคง  (๓) แก้ปัญหางานล้น  (๔) แก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ และระหว่างเชื้อชาติ    โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความตกต่ำของระบบอุดมศึกษา   ที่อ่านแล้วเห็นชัดว่าเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าประเทศสูง   

อีกหน่วยงานที่ออกมาตอบโต้คือ UCEA – Universities and Colleges Employers Association   บอกว่าสมาคมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหา    และจะมีการเจรจาต่อรองกันในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕    

ผมมีคำถามว่า    สภาพตามข่าว เป็นจริงทั่วทั้งระบบอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักรหรือไม่    มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงติดอันดับ top 100 ของโลก    มีสภาพตามที่ UCU อ้างหรือไม่

อ่านแล้วหวนคิดกลับมาที่อุดมศึกษาไทย    มีคนพูดว่า ในสมัยนี้คนกลุ่มสมองดีไม่นิยมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักวิชาการ     หันไปทำงานในธุรกิจเอกชนมากขึ้น     น่าจะเป็นโจทย์วิจัยระบบอุดมศึกษาไทย   

วิจารณ์ พานิช

๓ เม.ย. ๖๕