19 เมษายน 2565
นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสในการไปศึกษาดูงาน ณ โรงพยาบาลผู้สูงอายุ บางขุนเทียน เพื่อได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเรียนในภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติจริง ได้เห็นภาพของการทำงานของนักกิจกรรมบำบัดร่วมกับสหวิชาชีพอื่น และเป็นเกียรติที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมการบรรยายสรุปการทำงานของทีมสหวิชาชีพ ด้วยความเป็นกันเอง จากนักกิจกรรมบำบัด รุ่นพี่ ซึ่งเป็นศิษย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล คณะกายภาพบำบัด สาขากิจกรรมบำบัดรุ่นที่ 6

อ้างอิงรูปภาพ : https://poonamtongtin.com
ประสบการณ์
สังเกตได้ว่าในสังคมไทยยุคปัจจุบันรวมถึงอนาคตเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว อัตราการเกิดของเด็กเกิดใหม่ลดลง และผลของการที่ไม่ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพในเบื้องต้นของคนไทยซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์ (paradigm shift) นั้นทำให้นักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทหลักการฟื้นฟูให้ผู้สูงอายุสามารถทำกิจกรรมในการดำเนินชีวิต (Occupation) ได้เองโดยใช้ความสามารถที่พึงมีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และส่งเสริมจากทั้งทางครอบครัว นักกิจกรรมบำบัด และสหวิชาชีพ ร่วมกันจะสามารถทำให้ผู้สูงอายุ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนเป็นโรงพยาบาลในเครือของกรุงเทพมหานคร เปิดรับผู้เข้ารับบริการทุกช่วงวัย โรงพยาบาลบางขุนเทียนเปิดรับทำการรักษาเป็นเวลามากว่า 9 ปี เมื่อ 2 ปี ที่แล้วเป็นโรงพยาบาลสำหรับรองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ แต่ในปัจจุบันเริ่มกลับมารักษาผู้ป่วยโรคทั่วไป โดยทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะใช้พื้นที่เรือนกลางน้ำรองรับผู้ป่วย IMC ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย IMC โดยทางศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุจะมีอุปกรณ์สำคัญที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดนั้นก็คือ เครื่องมือกระตุ้นการกลืน (เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า)
ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนเป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุที่เดียวในกรุงเทพมหานคร มีทีมสหวิชาชีพที่รับผิดชอบ ไดเแก่ แพทย์จำนวน 2 คน (แพทย์หัวหน้าเป็นแพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุและแพทย์ประสาทวิทยา) พยาบาลวิชาชีพจำนวน 2 คน นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด สำหรับ consult จะมีทันตแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนจีน และแพทย์แผนไทย ปัจจุบันแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูยังขาดนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และนักแก้ไขการพูด สาเหตุที่ต้องมีทีมสหวิชาชีพเพราะทางศูนย์ต้องการให้เกิดการรักษาแบบ one stop service โดยมีการรักษา ส่งเสริม ฟื้นฟู ป้องกัน



สำหรับการเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล (สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) ผู้รับบริการต้องผ่านการ
1.คัดกรอง
โรคโควิด-19 ก่อน สำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการคัดกรองจะต้องเข้ามาพบกับเภสัชกรเนื่องจากผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ต้องรับประทานยา ทำให้เกิดปัญหาในด้านต่างๆ เช่น การทานยาซ้ำซ้อน, การทานยาผิดประเภท, ผลข้างเคียงของการทานยาที่ตามมา, การทานยาโดยขาดการกำกับจากแพทย์หรือเภสัชกร แล้วจึงสามารถเข้ารับการประเมินจากทางโรงพยาบาล
โดยมีเกณฑ์การแบ่งการประเมินเพื่อแบ่งกลุ่มดังนี้ ผู้เข้ารับบริการที่อายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับการฟื้นฟูในศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุได้เลยทันทีโดยไม่ต้องผ่านการคัดกรอง เนื่องจากมีอายุมาก และผู้เข้ารับบริการที่อายุ 60 ปี แต่ไม่เกิน 80 ปี จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1. กลุ่มที่ไม่เป็นโรคที่กำหนด 8 ภาวะ สามารถเข้ารับการรักษาในวอร์ดอายุรกรรมเข้าพบแพทย์แผนปัจจุบันและเข้าไปสู่ในขั้นตอนการรับยาต่อไป 2.กลุ่มที่พบว่ามีภาวะอย่างน้อย 1 ใน 8 ของภาวะต่อไปนี้ ได้แก่
1.หลงลืม เช่น ภาวะอาการ alzheimer’s disorder, กลุ่มอาการที่มีความล่าช้า
2.ซึมเศร้า เช่น สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ
3.หกล้มบ่อย เช่น มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวทำให้มีโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บทั้งเบาและรุนแรงถึงชีวิตได้
4.ปัญหาการนอน เช่น นอนหลับยาก ตื่นกลางดึก ตื่นง่าย ตื่นแล้วหลับยาก
5.อ่อนเพลีย เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ วิตกกังวล เครียด ขาดสารอาหาร หรือเป็นโรคติดเชื้อ เจ็บป่วยอื่น ๆ
6.กั้นปัสสาวะไม่ได้ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดความผิดปกติของระบบประสาท
7.สับสนเฉียบพลัน เช่น เกิดความผิดปกติของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับระดับการรู้คิดและความสามารถของสมอง
8.ทุพโภชนาการ เช่น กินอาหารไม่ได้ , กินอาหารไม่มีความสุขจนทําให้เกิดอาการขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งถ้าหาผู้รับบริการมีอาการดังกล่าวจะให้ทําการเข้ารักษาในศูนย์สหเวชฟื้นฟูผู้สูงอายุ
2.พบเภสัชกร
เพื่อการทราบถึงข้อมูลของยาที่ผู้สูงอายุกำลังทานหรือทานเป็นประจำและใช้ในการประเมินต่อ หรือแก้ไขให้ถูกต้อง
3.ประเมินเพื่อบำบัดปละฟื้นฟู
1.ADL,IADLการประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมในการดำเนินชีวิต
2.TMSE, Mini Cog ประเมินภาวะอาการสมองเสื่อม และ การตรวจประเมินทางประสาทจิตวิทยา
3.2Q, 9Q, TGDS ประเมินภาวะอาการซึมเศร้าเบื่องต้น
4.Handgrip ประเมินแรงบีบของมือ
5.Time up and go การประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหวโดยการเดิน
6.MNA แบบประเมินโภชนาการเบื่องต้น
7.Snellen chart การประเมินวัดความสามารถในการมองเห็น ยึดขนาดและระยะห่างของวัตถุ
8.Incontinence การประเมินภาวะการกลั้นปัสสาวะ
9.Finger rub test การประเมินการได้ยินเบื่องต้น
10.Medication Reconciliation การประเมินรายการยาที่ใช้อยู่
เป็นต้น


4.พบแพทย์
คือ การพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อปรึกษาและหาแนวทางในการรักษาร่วมกัน เพื่อส่งเคสมายังทีมสหวิชาชีพต่อไป….
5.รับยา
รับยาตามอาการจากการประเมินและรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจ/ประทับใจ
Grand round
เมื่อผู้เข้ารับบริการมีการ admit ที่โรงพยาบาล และเป็นผู้ป่วยที่มีอาการซ้ำซ้อน ไม่สามารถรักษาโดยการให้ยา หรือบำบัดทางด้านใดด้านหนึ่งได้ จะใช้กระบวนการที่ชื่อว่า ‘grand round’ คือ การยกทั้งทีมสหวิชาชีพเช่น แพทย์ เภสัช พยาบาล นักกายภาพบําบัด นักกิจกรรมบําบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน มาดูอาการของผู้สูงอายุที่มีความซับซ้อนในพยาธิสภาพ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ที่หลากหลาย การให้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ และไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
ห้อง ADL เกิดจากการออกแบบ จำลองห้องจากคอนโดขนาดเล็กที่ต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้ เตียง ที่ทำอาหาร โต๊ะกินข้าว ผู้เข้ารับบริการจะสามารถใช้ห้อง ADL ได้หลังจากที่มีการฝึกบำบัด เพราะห้อง ADL จะเป็นห้องที่สามารถบำบัดให้ผู้เข้ารับบริการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้
ชมรมผู้สูงอายุ ในช่วงที่สถานการณ์ยังปกติ จะมีชมรมผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่ยังสุขภาพดี ช่วยเหลือตนเองได้ เข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน เช่น การออกกำลังกาย เต้นลีลาศ ร้องเพลง ศิลปะบำบัด
กีฬาผู้สูงอายุ ในเครือโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครมีการจัดกีฬาผู้สูงอายุ โดยเป็นการแข่งขันกีฬาสำหรับชมรมผู้สูงอายุทั้ง 10 โรงพยาบาล เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย และผลักดันเข้าสู่สังคม
ผู้เข้ารับบริการกิจกรรมบำบัด ส่วนใหญ่มาเข้ารับบริการในการกระตุ้นกลืน บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ช่องปาก กล้ามเนื้อบริเวณคอ ฝึกมือ และฝึกการใช้ชีวิต


การออกเยี่ยมบ้าน
การเลือกผู้ป่วยในการเยี่ยมบ้าน ทางศูนย์จะดูจากคะแนนการประเมิน ADL ที่ต่ำกว่า 4 คะแนน (เป็นผู้ป่วยติดบ้านไม่สามารถนัดมาทำการบำบัดรักษาที่ศูนย์ได้) เป็นการร่วมมือกันของไตรภาคี คือ โรงพยาบาล เขต และ อนามัยชุมชน (เขตบางขุนเทียน เรียกศูนย์ 42 ) โดยทางโรงพยาบาลจะจัดทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด เป็นต้น เพื่อลงพื้นที่ตามบ้านของผู้เข้ารับบริการในการประเมินและออกแบบ ปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับบริบทและให้ครอบคลุมกลุ่มบุคคลทุกช่วงวัย สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้มากที่สุด (Universal design) ทำให้มี quality of life and well-being ที่ดีขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ถดถอยลงเกิดความสุข และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างมากสำหรับนักกิจกรรมบำบัด บทบาทหน้าที่ของเขตคือการให้เงินทุนในการส่งเสริมและพัฒนาสนับสนุนการฟื้นฟูและบำบัดรักษาในชุมชน บทบาทของอนามัยชุมชุนจะรับช่วงต่อจากทีมสหวิชาชีพ ในการดูแลผู้สูงอายุต่อไป โดยส่วนใหญ่อนามัยชุมชนจะมีแพทย์ (ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง) และนักสาธารณสุข การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุปกติแล้วจะดำเนินการ 2 สัปดาห์/ 1 ครั้ง
PEOP เป็นแนวคิดในการรักษาบำบัดที่มองเข้าไปถึงบริบท สิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้เข้ารับบริการ ซึ่งในช่วงชีวิตของการทำงานบางเคสไม่สามารถแก้ไขได้ที่ตัวของผู้เข้ารับบริการ เพราะผู้เข้ารับบริการเกิดความเสื่อม นักกิจกรรมบำบัดหรือสหวิชาชีพอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะยับยั้งหรือชะลอความเสื่อมนั้นได้ สิ่งเเวดล้อมจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยในการบำบัดรักษาผู้สูงอายุ ถ้าหากสิ่งแวดล้อมนั้นเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับผู้เข้ารับบริการ
ประโยชน์ที่ได้รับ
จากการที่ได้มีโอกาสไปดูงานที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนนั้นทําให้ได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของนักกิจกรรมบําบัดในผู้สูงอายุได้เห็นภาพจัดเจนในบทบาทต่างๆ มากขึ้น ตั้งแต่ การประเมิน คือ นักกิจกรมบําบัดจะมีการประเมินถึงพยาธิสภาพของผู้สูงอายุว่าต้องมีการบําบัดฟื้นฟูในด้านใดบ้างโดยแบบประเมินต่างๆ เช่น การบำบัดรักษา ฟื้นฟู ป้องกันและดูแลไม่ให้กลับมาเป็นอีก โดยเฉพราะโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต รวมไปถึงทํางานร่วมกันกับทีมสหะวิชาชีพอื่นๆ
ทำให้ทราบถึงขั้นตอน กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษาของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ทั้งในศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและแผนกเวชกรรมฟื้นฟู การดำเนินงานต่าง ๆ ของโรงพยาบาลตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันที่พยายามผลักดันให้เกิดการรักษาแบบ one stop service อีกทั้งทำให้ทราบถึง concept การบำบัดรักษาของศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
ประโยชน์ที่สำคัญจากการไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน คือ ทำให้พวกเราเข้าใจถึงกลุ่มผู้สูงอายุอายุอย่างแท้จริงจากการประยุกต์ระหว่างความรู้ในชั้นเรียนและความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงาน ได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้นว่าในการบำบัดรักษาผู้สูงอายุเคสหนึ่งเราไม่ควรมองแต่เพียงตัวของผู้เข้ารับบริการแต่ยังต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเขา ทั้งสิ่งแวดล้อมและบริบทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบำบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้ารับบริการ
เป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อของนักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นใหม่ (รุ่น 14 ) จุดประกายไฟให้มีแรงกายและแรงใจในการสู้ต่อไปในสถานการณ์อันยากลำบาก ด้วยเชื้อไฟที่ถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง จะส่องสว่างอย่างมุ่งมั่นไปให้ถึงจุดหมายปลายทางคือ ใบปริญญา และก้าวข้ามไปให้ไกลกว่า เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้ดีขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่น ดูแลคนรอบข้าง คนที่สำคัญ นั้นคือ นักกิจกรรมบำบัดที่มุ่งมั่นที่จะเป็น


……หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้
และหากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสามารถแสดงความคิดเห็นเพื่อที่ทางคณะผู้จัดทำจะนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป
คณะผู้จัดทำขอขอบคุณสำหรับการอ่านบทความ…….